ตำนานวันแม่.........แม่แห่งแผ่นดิน
วันที่ ๑๒ สิงหาคม ของทุกปี ปวงชนชาวไทยทุกท่านต่างปลึ้มปิติ ที่จะได้ร่วมแรงร่วมใจรวมพลัง แสดงถึงความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์พระบรมราชินีนาถ แม่แห่งแผ่นดินของชาวสยาม กิจกรรมวันแม่ไม่ได้จัดขึ้นเพียง 4-5 ปี ที่ผ่านมา เท่านั้น แต่ได้จัดขึ้นมาเป็นเวลาหลายสิบปีมาแล้ว
ตามมาดูกันสิว่า ตำนาน...วันแม่แห่งชาตินั้นเป็นอย่างไร?
อดีตที่ผ่านมาวันแม่แห่งชาติกำหนดไว้วันที่ 15 เมษายน ของทุกๆปีเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีประกาศรับรอง เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2493 ที่ได้พิจารณาเห็นว่าการจัดงานวันแม่ของสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิงสภาวัฒนธรรมแห่งชาติผู้รับมอบหมายให้จัดงานวันแม่มาตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน พ.ศ.2493 เป็นครั้งแรกเป็นต้นมาได้รับความสำเร็จด้วยดีด้วยประชาชนให้การสนับสนุนจนสามารถขยายขอบข่ายของงานให้กว้างขวางออกไป
งานวันแม่จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2486 ณ สวนอัมพร โดยกระทรวงสาธารณสุขแต่ช่วงนั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องงดไป เมื่อวิกฤติสงครามสงบลง หลายหน่วยงานได้พยายามให้มีวันแม่ขึ้นมาอีกแต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร และมีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่ไปหลายครั้งต่อมาวันแม่ที่รัฐบาลรับรองคือวันที่ 15 เมษายน แต่ก็ต้องหยุดไปอีกในหลายปีต่อมาเนื่องจากกระทรวงวัฒนธรรมถูกยุบไป ส่งผลใหสภาวัฒนธรรมแห่งชาติซึ่งรับหน้าที่จัดงานวันแม่ขาดผู้สนับสนุนต่อมาสมาคมครูคาทอลิคแห่งประเทศไทย ได้จัดงานวันแม่ขึ้นอีกครั้ง ในวันที่ 4 ตุลาคม 2515 แต่จัดได้เพียงปีเดียวก็หยุดไปอีก
ในงานวันแม่จะมีการจัดพิธีกรรมทางศาสนาการประกวดคำขวัญวันแม่ การประกวดแม่ของชาติเพื่อให้เกียรติและตระหนักในความสำคัญของแม่และเพื่อเพิ่มความสำคัญของวันแม่ให้ยิ่งๆขึ้นไปด้วยเหตุนี้งานวันแม่จึงเป็นวันแม่ประจำปีของชาติตามประกาศของรัฐบาล ฯพณฯจอมพลป.พิบูลสงคราม แต่โดยทั่วไปเรียก"วันแม่ของชาติ" ต่อมาในปี 2519 ทางราชการได้เปลี่ยนใหม่ให้ถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์พระบรมราชินีนาถ คือ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ เริ่มในปี 2519 จนถึงปัจจุบัน..........

สุดท้ายอยากจะเล่าเรื่องคุณแม่อ่อน ธรรมวงศ์ คุณแม่ของเอื้องแซะให้ฟัง คุณแม่เป็นผู้ให้กำเนิด ลูกๆถึง ๑๓ คน เสียชีวิต ตั้งแต่เด็ก ๒ คน น่าทึ่งไม่น้อยนะคะที่คุณแม่สามารถเลี้ยงลูกทั้ง ๑๑ คน ให้มีอาชีพที่สุจริตเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ทั้ง ๑๑ คน เอื้องแซะเป็นคนที่ ๖ ( wednesday child )


พี่- น้องตระกูลธรรมวงศ์ ๗ สาว ๔ หนุ่ม รวม ๑๑ คน
ไม่ต้องสงสัยว่า ท่านต้องเหน็ดเหนื่อยต่อการเลี้ยงลูกทั้ง ๑๑คน อย่างไร คุณพ่อรับราชการเป็นตำรวจ ท่านเกษียณอายุในตำแหน่งจ่าสิบตำรวจตรี ( เมื่อ ห้าสิบปีที่ผ่านมา ) พ่อเปิดร้านให้แม่ขายของชำ เงินเดือนจ่าตำรวจ และการขายของชำร้านเล็กๆ สามารถส่งเสียให้ลูกๆได้เรียนหนังสือทุกคน ท่านใช้กลยุทธในการเลี้ยงลูกคือ เมื่อพี่สาวคนโตเรียนจบพยาบาล ท่านก็ให้รับผิดชอบส่งเสียน้องคนต่อไปให้เรียนหนังสือ พี่ชายคนถัดมาก็เป็นตำรวจ เกษียณอายุในตำแหน่งนายร้อยตำรวจ พร้อมพี่สะใภ้ ซึ่งพี่ๆแต่ละคนก็จะมีหน้าที่รับผิดชอบน้องๆคนถัดมาตามลำดับ สุดท้ายน้องคนสุดท้องเรียนสำเร็จป.ตรีสาขาเทคโนโลยี ประกอบอาชีพเปิดร้านขายอาหารหมูอยู่ที่จ.พังงา เพราะมีแม่เหล็กแรงอยู่ที่นั่น
เมื่อลูกๆโตๆ มีงานทำกันแล้ว คุณแม่จะหารายได้พิเศษด้วยการไปช่วยขายเพชร พลอยกับแม่ค้าพลอย บางที่ก็เดินทางไปเป็นเพื่อนกัน ขายพลอยต่างจังหวัด แม่เรียนหนังสือจบแค่ชั้น ป.๔ แต่ความจำเป็นเลิศสามารถจำได้ว่าพลอยเม็ดไหน ทับทิมเม็ดไหน แหวนวงไหนราคาเท่าไหร่? ( ก็คงจะแบบเดียวกับนักร้องท่านหนึ่งที่อ่านหนังสือไม่ออก แต่สามารถจำเนื้อเพลง ร้องเพลงได้ไพเราะ เป็นราชินีลูกทุ่งเงินล้าน ) ความที่แม่มีลูกลูกมาก ทำให้แม่ได้รับรางวัลคุณแม่ลูกดกขันน้ำพานรอง สมัย ฯพณฯ จอมพลป.พิบูลสงคราม

ในปี ๒๕๓๒ แม่ได้รับรางวัลคุณแม่ดีเด่นของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เข้ารับพระราชทานรางวัลจากพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายาธินัดดามาศ ลูกๆทุกคนปลึ้มปิติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวง

อ้อมกอดของแม่ เต็มเปี่ยมไปด้วยไออุ่นของความรัก ความเมตตา
ในปีพ.ศ. ๒๕๓๒ แม่ได้รับรางวัลคุณแม่ดีเด่นของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เข้ารับพระราชทานรางวัลจากพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายาธินัดดามาศ ลูกๆทุกคนปลึ้มปิติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวง ด้วยความที่แม่มีลูกมาก และแม่ชอบเดินทางไปต่างจังหวัด ถ้าไม่ไปขายพลอยขายทับทิม แม่ก็ไปเยี่ยมลูกๆที่อยู่ต่างจังหวัด แต่แม่ชอบทานอาหารที่ถูกปาก ไม่คำนึงถงคุณประโยชน์สักเท่าไหร่ แม้ว่าลูกจะเป็นพยาบาลถึง สองคน เป็นผู้ช่วยพยาบาลหนึ่งคน แต่ก็กล่อมแม่ไม่ค่อยจะสำเร็จ แม่จึงป่วยเป็นมะเร็งที่ลำไส้ ลูกๆพาแม่ไปผ่าตัดที่โรงพยาบาล แม่เข้า-ออกที่โรงพยาบาล ๒ - ๓ ครั้ง แต่ละครั้งลูกๆก็ไปให้กำลังใจ ให้แม่หายขาดจากโรคร้าย แต่ก็ยื้อชีวิตแม่ได้ไม่นาน แม่ก็จากลูกๆไปอย่างสงบ เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๓๓


มาชื่นชมด้วยคน แม่พี่เก่งจังเลย ที่บ้านผมมีแค่ 6 คน แม่ก็ลำบากแล้วครับ...
พี่เอื้องคะ.วันนี้ทางคณะวิจัย EDKM อ.สุกัญญาและอ.อุษาพูดชื่นชมถึงสพท.แม่ฮ่องสอนให้ฟังด้วยค่ะ..คนแรกที่คิดถึงคือ.งพี่เอื้องเลยค่ะอิอิ
ชื่นชมด้วยนะคะ..พี่เอื้องคนเก่ง..อิอิ..
ด้วยความระลึกถึงยิ่งค่า..^^
ได้มาเห็นภาพประทับใจ รู้สึกดีค่ะ
มาชื่นชมครอบครัวอบอุ่น และภาคภูมิใจที่ลูก ๆๆ เป็นคนดีทุกคน
เพิ่งเจอค่ะ ครอบครัวที่มีลูกมากกว่าแม่ที่บ้าน ที่บ้านมี 9 เสียไปตั้งแต่เล็ก 1 เติบโตจนถึงทุกวันนี้ 8 คนค่ะ
ยินดีกับความสุขของครอบครัวคุณเอื้องแซะค่ะ
โอละเห่...แม่เอ๋ย จงนอน.... เสียงสะท้อนสั่นเครือเหลือรับไหว
ตอนแม่อยู่รู้สติมีลมหายใจ ลูกกลับไม่กอดแม่ดูแลกัน
มาวันนี้ลูกคนดีที่แม่รัก เฝ้าฟูมฟักร่างไร้วิญญาณกลั้นโศกศัลย์
ฝากทุกคนแม่ยังอยู่รู้สัมพันธ์ รีบกอดท่าน...รักคุณแม่...ดูแลใจ