ความงามตามธรรมชาติ ยังคงอยู่เช่นเดิม แม้นกาลเวลาเปลี่ยนไป ความงามที่ถูกซ่อนเร้นจาก...ธรรมชาติ เฉกเช่นกับ ความงามในจิตใจของผู้คน การค้นพบ หรือค้นหาตัวเอง จึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย อย่าถอดใจ ....หากการค้นพบตัวตนที่แท้จริง ต้องใช้กาลเวลา เพื่อพิสูจน์ เพราะนั้น คือ ความงามที่แท้จริง

 

                การเดินทางไป บนเส้นทางสายนี้  เมื่อครั้งหนึ่ง เคยเป็นที่ตั้งของพรรคคอมมิวนิสต์ แห่งประเทศไทย  และเพิ่งรู้  เมื่อประสบกับตัวเองว่า  การเดินทางไปเที่ยวป่าเขาเนี่ย...ไม่ใช่เรื่องที่จะไปกันง่าย ๆ

 

 

 

 

                สมัยก่อน ...วาดแผนที่ความคิด และนับย้อนกลับไป เมื่อ ประมาณ 35 ปี ที่ผ่านมา(พ.ศ.2517) อุดมการณ์ทางความคิดของคนกลุ่มหนึ่ง...ช่างแรงกล้าอยู่นะ.... การเข้าป่า  จึงต้อง อาศัยปัจจัยและองค์ประกอบทางความคิด ที่มีเหตุผลพอสมควรทีเดียว  ...ที่จะหักดิบได้ขนาดนั้น

 

 

 

 

                ด้านลักษณะภูมิประเทศที่ไป  ...ยิ่งสมัยนั้น คงลำบากมากโข อยู่ ทั้งการเดินทาง และภยันอันตรายรอบตัวจากธรรมชาติ ผมสังเกตว่า  ทิวทัศน์ สองข้างทางที่มุ่งสู่ ร่องรอยประวัติศาสตร์ การต่อสู้ทางความคิด และการปกครอง "น้ำตกกรุงชิง" น้ำตกแห่งประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของเมืองไทย

 

 

 

 

                รถกระบะ ไต่ระดับขึ้นไป เรื่อย ๆ จากพื้นที่ราบเชิงเขา เส้นทาง ณ วันนี้  บางช่วง เป็นสภาพ ดินและหิน รวมทั้ง ร่องรอยของสายน้ำที่กัดเซาะระหว่างทาง ไต่ระดับขึ้นไป ถนนจากสภาพดี ก็กลายเป็นเส้นทางของผู้อยากผจญภัย จริง ๆ  ใจหนึ่งก็อยากจะหันหัวรถกลับ เพราะไม่มีรถตามมาเลย รถที่สวนกันก็ไม่มี(โชดดี ที่ไม่มีรถสวนมา  มิเช่นนั้นแล้ว  ....ก็คงยากลำบากกว่าเดิม เพราะบางช่วงเป็นเส้นทางแคบ ขนาดรถวิ่งได้คันเดียว จริง ๆ) เส้นทาง ประมาณ 8-10 กิโลเมตร ที่ผมคาดเดา เป็นเส้นทางที่อาจวัดใจ น้องใหม่  เช่นผมได้ เพราะความที่ไม่ใช่ผู้กล้าแห่งขุนเขา...

 

 

 

            คงมีหลายท่าน ที่เขียน บันทึกบนเส้นทาง สายนี้ ....ขับไปใจก็คิดถึง อุดมการณ์ทางความคิด ของคนกลุ่มหนึ่ง ในยุคนั้น อีกรอบ ....หลาย ๆ ท่าน ได้ผ่านการใช้วิถีชีวิตแบบนี้  และมีเรื่องราวที่เล่าขานอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ 

 

 

                อดแปลกใจไม่ได้ว่า ....เมื่อมาถึง กลับตื่นเต้นด้วยสายตาของตัวเอง

                มีผู้รักการผจญภัย แบบนี้ ไม่น้อยทีเดียว ทั้งนักท่องเที่ยว ชาวไทย และชาวต่างชาติ

                ผมได้คุย กับ ผู้พิสมัย กลิ่นไอ แบบเดียวกับผม  ที่มือของ เค้า ...มีกล้องส่องทางไกล  ถามได้ความว่า "มาที่นี่ เพื่อสัมผัสกับธรรมชาติ การได้ส่องดู นก ดูธรรมชาติ แบบนี้ ต้องค้างคืน และชื่นชมให้สมกับที่ตั้งใจมา  แล้วเค้าก็ยิ้มให้ผม"  เป็นถ้อยคำที่ทำให้ผม ก้มมองตัวเอง อีกครั้ง แล้วก็ยิ้มกับตัวเอง

เอาน่า!!!เมื่อได้มาก็ต้องตักตวง ให้ได้ เท่าที่มีโอกาส

 

 

                กว่าจะสวยได้ ....จึงไม่ใช่บันทึกที่เดาได้ง่าย นัก  แต่สิ่งที่สามารถแสดงให้เห็นได้ด้วยสายตา จึงเป็นบางส่วน ที่ช่วยย้อนวันเวลา ให้ตระหนักว่า

 

....ความงดงามของธรรมชาติ  ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง .....

 

            ความงามตามธรรมชาติ ยังคงอยู่เช่นเดิม แม้นกาลเวลาเปลี่ยนไป

            ความงามที่ถูกซ่อนเร้นจาก...ธรรมชาติ   เฉกเช่นกับ ความงามในจิตใจของผู้คน

            การค้นพบ หรือค้นหาตัวเอง จึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย

            อย่าถอดใจ  ....หากการค้นพบตัวตนที่แท้จริง  ต้องใช้กาลเวลา เพื่อพิสูจน์

            เพราะนั้น คือ ความงามที่แท้จริง


ความงามที่แท้จริง ...เมื่อคิดได้ เช่นนั้น

ทำให้อดคิดถึง ถ้อยคำที่กัลยาณมิตร ท่านหนึ่ง มอบให้ไว้

 

มอบไว้ให้เป็น พลังใจ” กับกัลยาณมิตรทุกท่าน ด้วยความรัก ปรารถนาดีอย่างจริงใจค่ะ....

 

 

ปล.ที่คิดถึงและมอบให้เป็นพิเศษคือ คุณใบไม้ย้อนแสง คุณครูปู  คุณกวิน คุณPoo คุณแสงแห่งความดี ... และตัวเอง ค่ะ  

                                              (^___^)