อัจฉรา
นางสาว อัจฉรา มิว สุทธิสุนทรินทร์

ตม.กับเด็กน้อย ๒ ขวบ


 

 

 “เย็นนี้ไปกินอาหารญี่ปุ่นกัน” มีพี่คนหนึ่งเอ่ยปากชวนกินอาหารญี่ปุ่น หลังจากที่พวกเราไม่ได้ไปกินด้วยกันมานาน และด้วยความอยาก จึงตอบตกลง และรีบทำงานให้เสร็จ ตั้งใจว่าจะออกจากธรรมศาสตร์ไม่เกิน ๑ ทุ่ม

ประมาณ ๖ โมงเย็น เพื่อนคนหนึ่งโทร.มา สอบถามเกี่ยวกับเรื่องการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว และผู้ติดตาม และถามเรื่องลูกแรงงานต่างด้าวเกิดในไทยก็ชี้แจงไปเรื่องสูติบัตรของลูกที่ถูกต้องเป็นอย่างไร

อีกครึ่งชั่วโมงผ่านไป “เธอเคยถามกับฉัน ที่ฉันรักเธอ อยากจะรู้ว่ารักเพราะอะไร กลับไปคิดไปค้น ใคร่ครวญมากมายไม่เจอคำตอบ ที่ผ่านมานั้นไม่คิด อยากรู้ที่มา และไม่เคยหาเหตุผลใด ๆ แค่เพียงตัวฉันรู้ว่า เป็นสุขใจเมื่ออยู่เคียงข้างกัน” เสียงโทร.ของพี่คนหนึ่งดังขึ้น (ใครจะไปรู้ว่าเสียงโทร.นี้จะเปลี่ยนอนาคตของพวกเราในวันนี้ได้) ยังไม่ทันได้วางสายดีเสียงสาว ๆ สี่ชีวิตในห้องทำงานดังขึ้น ถกกันเรื่องการช่วยเหลือเคส ที่ต้นทางเพิ่งวางสายไป

เรื่องมีอยู่ว่า แม่เป็นแรงงานต่างด้าวโดยชอบด้วยกฎหมาย มีสิทธิอาศัยชั่วคราว เพิ่งไปต่อใบอนุญาตทำงานมาเมื่อ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒ มีลูกชาย เกิดเมื่อปี ๒๕๔๙ มีสูติบัตร ท.ร.๐๓ และมีเลข ๑๓ หลัก ขึ้นต้นด้วยเลข ๐๐ ซึ่งตอนนี้สองแม่ลูกอยู่ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ลูกถูกจับเนื่องจากไม่มีใบอนุญาตทำงาน ถูกจับที่ตลาดนัด สมุทรปราการ แม้ว่าจะจับลูกแต่ด้วยความเป็นแม่ก็พร้อมจะให้จับแม่ด้วย และพวกเราทราบมาอีกว่า ทางตม.จะส่งลูกกลับพม่า ส่งทางแม่สอด แม่ก็ยินยอมแต่โดยดีที่จะกลับไปพร้อมลูกด้วย

หลังจากที่รู้เรื่องราวงานทุกอย่างที่ตั้งใจทำให้เสร็จกลับต้องหยุดอยู่แค่นั้น สี่สาว ช่วยกันทำงาน ร่างจดหมาย โทร.หาผู้เชี่ยวชาญ , หาสื่อมวลชน , หาหน่วยงานอื่น ๆ กระจายข่าวให้รู้ทั่วกัน ระหว่างนี้เกิดเรื่องวุ่นวายมากมาย (คิดสภาพห้องทำงานเล็ก ๆ คุยโทร.กันสามสาว เสียงตีกันบ้าง ส่วนอีกสาวก็ร่างจดหมายก็ต้องใช้สมาธิเช่นกัน)

ในที่สุดจดหมายก็ออกมาตอน ๒ ทุ่มเศษ กว่าจะได้ข้อเท็จจริงที่แน่ชัดระดับหนึ่ง แต่ยังไม่หมดทีเดียว กว่าจะแก้ไขจดหมาย ไหนจะมาถกเถียงกันในประเด็นข้อกฎหมายต่าง ๆ ทำให้จดหมายออกมาช้าเท่าที่ควร ได้ส่งแฟ็กซ์ไปที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อย

จากอาหารญี่ปุ่นที่ตั้งใจแต่แรกกลายเป็นอาหารจีน (ข้าวต้มกุ๊ย) แต่ด้วยความหิวโหยและความโทรม บวกกับความเหนื่อย หลังจากรีบทำงานแข่งกับเวลามากไป อาหารจีนก็จีน อร่อยคนละแบบ

ขณะทานกันอยู่ พวกเราก็คิดว่าเราต้องไปที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเองไหม เพื่อความแน่ใจว่าเขาจะไม่ส่งสองแม่ลูกนี้ออกนอกประเทศ ระหว่างนั้นเราก็โทร.หาคนที่เข้า-ออก ตม.บ่อย ๆ แต่ก็ได้รับคำตอบเหมือนกันว่าจะไปตอนนี้คงเข้าไปไม่ได้ ต้องขออนุญาตก่อน มองดูนาฬิกาบอกว่า ๒๑.๕๐ น. พวกเราจึงตัดสินใจเรียกแท็กซี่ไปตม.อย่างเร่งด่วน

ไปถึงตม.เวลา ๒๒.๑๐ น. ไม่เคยมาในยามวิกาลอย่างนี้ ไปถึงก็ตกใจเห็นรถสองแถวมีเหล็กดัดทั้งคันรถอยู่หลายคันมาก สอบถามจากคนขับรถ จึงทราบว่า ในทุกคืนจะมีรถออกไป แม่สอด , พิบูลมังสาหาร , อรัญประเทศ และแม่สาย จำนวนรถขึ้นอยู่กับจำนวนต่างด้าวที่จะส่งออก

ภารกิจของสาว สาว สาว จึงเริ่มขึ้นจากติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรื่องการกักตัว เจ้าหน้าที่เอาใบรายชื่อคนที่จะต้องส่งออกวันนี้ให้ดู แต่ชื่อเด็กคนนั้นถูกขีดฆ่า เจ้าหน้าที่ว่า “นายจ้างจะมารับตัวพรุ่งนี้” แต่ปัญหาสำคัญที่ตามมา ชื่อเด็กที่เจ้าหน้าทีขีดออกนั้นไม่ตรงกับสูติบัตรที่เราได้เห็นแฟ็กซ์ เมื่อตอนหัวค่ำ แต่ชื่อแม่ตรงกัน เจ้าหน้าที่ก็ว่า “แม่แจ้งมาอย่างนี้ แต่คืนนี้ไม่ส่งคนนี้แน่ ๆ(ตามรายชื่อที่เขาให้ดู)

จากนั้นเราก็แวะถ่ายรูปรถสองแถวเหล่านั้นและออกมายืนอยู่หน้าสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสักพักและหารือกันอยู่ว่า จะกลับหรือจะอยู่ต่อดี เพื่อความแน่ใจว่าเขาจะไม่ส่งตัวเด็กกลับจริง ๆ สาว สาว สาว ยืนอยู่สักพัก รปภ.ก็ออกมาซักถามว่า มาทำไม ยืนข้างหน้าสำนักงานทำไม (เขาคงคิดว่าเราจะแอบมาทำอะไรไม่ดีแน่ ๆ)

ในที่สุดได้เวลารถออก เราเข้าไปยืนดูอย่างชิด คอยสอดส่องต่างด้าวทุกคนว่ามีเด็กอายุประมาณ ๓ ขวบไหม รถออกไป ๓ คัน ยังไม่มี พอมาคันที่ ๔ เราตกใจมาก เห็นหญิงคนหนึ่งอุ้มเด็กอายุก็น่าจะประมาณ ๓ ขวบ กำลังเดินขึ้นรถจึงจะเข้าไปถามว่าแม่ชื่ออะไร แต่ถูกเจ้าหน้าที่ห้ามไม่ให้เข้าใกล้ตัวแรงงาน ณ ตอนนั้นเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเด็กคนที่ขึ้นรถไปชื่ออะไร และหนำซ้ำเรายังไม่เคยเห็นหน้าเด็กที่เราจะช่วยเหลือด้วย แต่เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ดูแลคนต่างด้าวขึ้นรถสองแถวนั้น ยืนยันว่าเขาเช็ครายชื่อตามที่ฝ่ายทำรายชื่อมาให้ ถ้ามีการขีดฆ่าชื่อทิ้งเขาก็ไม่พามาขึ้นรถเด็ดขาด

สีหน้าเจ้าหน้าที่เป็นมิตร แต่คำพูดของเขาทำให้เราวิตกไปเอง ที่ว่า “ไม่ไว้ใจเขาในการทำหน้าที่ แต่เราไม่ได้ไม่ไว้ใจเขาในการเช็คชื่อ แต่เราอยากมั่นใจด้วยตาตัวเองในระดับหนึ่ง” แต่พอกลับมาคิด เราจะมั่นใจในตัวเองได้อย่างไร หน้าตาแม่ลูกคู่นี้ก็ยังไม่เคยเห็น และ แม่ลูกที่ขึ้นรถสองแถวนั้นก็อาจเป็นคนอื่นก็ได้

ดูเวลาอีกทีก็ ๒๓.๓๐ น. เราสามคนจึงกลับบ้านเดินทางออกจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอย่างไม่รู้เป้าหมายว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

 

 

 

 

 

หมายเลขบันทึก: 280925เขียนเมื่อ 28 กรกฎาคม 2009 12:12 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 08:16 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (4)
  • สวัสดีค่ะ 
  • แวะมาเยี่ยมเยียนอ่านบล็อก 
  • เรื่องราวน่าติดตาม ถ่ายทอดได้สนุกดีค่ะ
  • จะติดตามอ่านในคราวต่อๆ ไปนะคะ ขอเป็นกำลังใจให้ในการเขียนและการทำงาน

มารอฟังข้อสรุปว่าผลออกมาเป็นอย่างไรครับ

ในวันที่ ๒๘ ในที่สุดตม.ก็ได้ปล่อยเด็กน้อยนี้กลับสู่อ้อมอกแม่อีกครั้งค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี