จากการไปเข้าค่ายสุขภาพกับหมอเขียว ที่สวนป่านาบุญ จังหวัดมุกดาหาร เมื่อเราออกจากค่ายก็เดินทางกลับมาจังหวัดอุบลราชธานี อยู่ต่ออีกคืนสองคืนก่อนขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพ

แทนที่จะทานอาหารเช้าที่ที่เราพัก พวกเราชวนกันไปตลาดเช้าเมืองอุบลฯ ที่อยู่ริมแม่น้ำ เชิงสะพานก่อนข้ามไปวารินชำราบ ซึ่งที่นั่นก็มีตลาดที่ใหญ่กว่าตลาดเมืองอุบลเสียอีก ได้ไปชมทั้งสองตลาดและไปติดใจของอร่อย คือ ข้าวเกรียบปากหม้อญวนเจ๊นี ซึ่งเป็นจ้าวดั้งเดิมขายอยู่ในตลาดเห็นประจันหน้าเด่นชัดเมื่อเดินเข้าไปในตลาด มีลูกค้าทั้งนั่งทานท่าทางเอร็ดอร่อย และ มีคนยืนรอซื้อกลับบ้านไม่ขาดสาย เจ๊นีแกยิ้มแย้มคุยไปพลางปาดและห่อข้าวเกรียบปากหม้อมือเป็นระวิงแทบไม่ได้หยุด
เราเลยตัดสินใจลงนั่งม้ายาวหน้าเจ๊นีเมื่อลูกค้าเดิมอิ่มลุกไปแล้ว แถมสั่งกาแฟที่อยู่ถัดไปอีกล็อค หิ้วกาแฟใส่นมรสเข้มข้นพร้อมชาจีนร้อนๆใส่พวงหิ้วมาส่ง แก้วละแค่สิบสองบาท
ดูเจ๊นีแกละเลงแผ่นแป้งบางๆขนาดใหญ่แบบใช้ขันอลูมิเนียมตักแป้งเหลวและใช้ก้นขันวนๆละเลงบนผ้าขาวบางที่ขึงอยู่บนหม้อมีไอน้ำร้อนพวยพุ่ง
ฝีมือจริงๆที่แกยกแผ่นแป้งที่สุกแล้วขึ้นมาวางบนใบตองเพื่อทำการใส่ไส้และทำตามที่ลูกค้าสั่ง มีแบบหลักๆอยู่ 3 แบบ คือ
· แบบที่แผ่นแป้งใหญ่ถูกแบ่งเป็นสามส่วน ใส่ไส้ที่เป็นแบบใบกุยช่ายกับหมูสับ หรือจะบวกหมูยอหั่นฝอยๆลงไปก็ได้ แล้วห่อเป็นรูปร่างสี่เหลี่ยม จัดใส่จานได้จานละสามชิ้น

· แบบที่เอาใจคนชอบของกรอบ เขาจะมีข้าวเกรียบว่าวแผ่นโตเป็นแป้งข้าวเจ้าใส่งาย่างมาเรียบร้อยเป็นตั้งๆ ใครสั่งแบบกรอบ เจ๊นีก็จะหยิบข้าวเกรียบมาวางแล้วยกแผ่นแป้งบางที่สุกแล้ววางด้านบน จากนั้นค่อยใส่ไส้ เสร็จปุ๊บพับครึ่ง เสียงกรอบน่าลิ้มลอง แล้วควรทานเลยที่นั่น แต่หากสั่งกลับบ้านเขาก็จะแยกข้าวเกรียบต่างหาก คิดว่าไม่น่าอร่อยเท่าเสร็จปุ๊บทานปั๊บ ผู้เขียนชอบแบบนี้ที่สุดค่ะ

· อีกแบบคือหลังจากละลายแป้งบางแล้วเขาจะตอกไข่ลงไปแล้วเกลี่ยไข่ให้บางทั่วแป้ง ยกลงมาใส่ไส้แล้วพับมาให้
ทุกแบบจะทานกับน้ำจิ้มแบบใสๆ เป็นพริกแดงต้มปั่นละเอียด ใส่น้ำส้มสายชู น้ำเชื่อม และน้ำปลา ให้เข้ากัน ปรับรสเอาเองให้ถูกใจ แล้วราดข้าวเกรียบปากหม้อนี้อย่างชุ่มฉ่ำ เป็นรสชาติที่น่าสนใจ ทานไปพลางซดกาแฟไปพลาง ดูชีวิต กิจกรรมผู้คนในตลาดเพลิดเพลิน อิ่มอร่อย ทั้งท้อง อิ่มตากับวิธีการทำที่ชำนาญ อีกทั้งพืชผักภักษาหารหลากหลายประดามีในตลาด ให้อิ่มใจว่าเมืองไทยเรานี้ช่างอุดมสมบูรณ์จริงๆ
ขอให้ทุกท่านมีความสุขได้พักผ่อนวันหยุดแสนสบาย อิ่มอร่อยกับอาหารที่โปรดปรานพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวนะคะ
สวัสดีค่ะ..อาจารย์นุช
สวัสดีค่ะคุณครู
หนูรู้จักคุณครูตามที่โรงเรียนประกาศ รายนามผู้มีอุปการะคุณค่ะ
หนูดีใจมากที่ได้พบคุณครูในบล็อกนี้
หนูขอขอบพระคุณ คุณครูยุวนุชมากนะคะที่ได้ช่วยเหลือโรงเรียนของหนูค่ะ
สวัสดีค่ะพี่นุช
ตั้งใจเปิดมาหาพี่นุชเรื่องญี่ปุ่น..ก็เลยได้น้ำลายหกกับปากหม้อญวนของโปรดเลยค่ะ พอดีพี่สาวไปปักหลักอยู่อุบลฯ เวลาไปเยี่ยม สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ปากหม้อนี่แหล่ะค่ะแต่ไม่ทราบว่าเป็นเจ๊นีหรือเปล่าค่ะ อยู่ในตลาด จะต้องซื้อมาทานทุกวันเลยค่ะ แถมเวลาพี่สาวมากรุงเทพฯอุตส่าห์ให้หิ้วมาด้วย ต้องออริจินัล เห็นน้องสาวอดอยาก แต่ยังไม่เคยลองใส่ไข่เลยค่ะ
อย่างหมูยออุบลฯอุ๊ว่าอร่อยที่สุดในประเทศค่ะ (ความเห็นส่วนตัว) อีกอย่างที่อร่อยและอยากให้พี่นุชชิมคือ ก๋วยจั๊บญวน ก็อร่อยมากเลยค่ะ
ที่บ้านบางครั้งก็ทำปากหม้อทานเองค่ะไม่ยาก อาศัยมือต้องทนความร้อนหน่อยตอนห่อแป้งน่ะค่ะ ทำง่ายแต่ดูมันๆเหมือนกันค่ะ ใช้กะทะเคลือบนี่แหล่ะค่ะ
ขอบคุณพี่นุชค่ะที่นำภาพและเรื่องราวอุบลมาให้ชม คิดถึงพี่สาวซะแล้วสิ :)
น่าอร่อยจังค่ะ ยิ่งอันนี้ เห็นแล้วหิวเลย
น่าทานจังค่ะ
สวัสดีค่ะพี่นุช
โอ....มันน่าทานมากๆ เลยอ่ะค่ะ
แอบเห็นกรรมวิธีที่เค้าทำบนใบตองด้วย ดูเหมือนจะเป็นอะไรที่ใกล้ชิดธรรมชาติมากๆ ด้วย
สะอาด ปลอดภัย หน้าตาเลยออกมาน่าทานนะคะพี่
แต่ดูๆ เมฆสวยอีกต่างหากค่ะพี่กับการเดินทางครั้งนี้
โชคดีนะคะ
สวัสดีค่ะ
เคยทำงานอยู่อุบลราชธานีหลายปีค่ะ มีอาหารอร่อยหลายมากมายค่ะ แหนมเนืองร้านอินโดจีนค่ะ อร่อยมากค่ะ ส้มตำอร่อยทุกร้านค่ะ
อาจารย์ครับ
ปกติมื้อเย็นไม่ทานอาหาร
เห็นแล้ว น้ำลายส๋อ เลยครับ
วารินชำราบ..มีตึกเก่าๆ หลายตึก ผมชอบเบิ่งมองเสมอเมื่อต้องเดินทางผ่านเส้นทางนั้น
สมัยเด็กๆ ผมคุ้นชินกับวาทกรรม "อุบลเมืองนักปราชญ์ โคราชเมืองนักมวย.." ประมาณนั้นเสมอ แต่โตขึ้นผมก็หลงรักแม่น้ำมูล และเรื่องราววัฒนธรรมของเมืองอุบล ยิ่งกลอนลำ ผมก็ยิ่งชอบฟังทำนองเมืองอุบลเป็นอย่างมาก...
...ขอบคุณครับ..
สวัสดีค่ะทุกท่าน แสดงว่าอาหารนี้ถูกใจกันนะคะ
คุณครู
กิติยา เตชะวรรณวุฒิ ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันค่ะ จากอาหารนั้นเราเรียนรู้กันได้หลายเรื่องเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นด้านเชื้อชาติ วัฒนธรรม สุขภาพ ภูมิศาสตร์ การค้า วัตถุดิบ เกษตร เคมี ชีวะ ฟิสิกส์ และลงท้ายที่อิ่ม อร่อยนะคะ ^___^
คุณ
ศน.อ้วน นั่งดูเจ๊นีแกปาดแป้ง ใส่ไส้ ห่อแป้ง เพลินเลยค่ะ ขนาดข้าวเกรียบปากหม้อธรรมดาตัวเล็กๆก็ใช่จะทำกันได้ง่ายๆ นี่ของเจ๊แผ่นใหญ่มาก ไม่มีขาดเลยค่ะ
ยังเดินทางไม่มากอย่างอาจารย์หนุ่มน้อยขจิตหรอกค่ะ ไปเป็นช่วงๆ ไปไหนทีก็อยากกลับมาอยู่บ้านพักให้มีแรงก่อนค่อยว่ากันใหม่ ปลายเดือนนี้ก็จะมาเชียงใหม่ค่ะ จะต่อไปปฏิบัติธรรมที่วัดท่ามะโอ ลำปาง แล้วก็กลับมาเชียงใหม่อยู่อีกสองสามวันเหมือนกัน หากมีโอกาสคงได้พบกันนะคะ
สวัสดีค่ะ
น้องนัท ดีใจเช่นกันที่น้องนัทแวะมา ได้ข่าวว่าโรงเรียนกำลังจะทำแปลงเกษตรและปลูกต้นย่านางด้วย จะคอยตามข่าวเป็นกำลังใจให้นะคะ
คุณอุ๊
a l i n_x a n a =) เจ้าเจ๊นีท่าทางจะเป็นเจ้าต้นตำรับในตลาดขายมาเป็นสิบปีแล้ว มีอีกจ้าวอยู่ห่างกันไปนิดหนึ่งแต่ไม่มีชีวิตชีวาเท่าเจ๊นีค่ะ
พี่ได้ลองทานทุกแบบ ไม่ชอบแบบใส่ไข่เท่าไหร่ ชอบแบบกรอบที่สุดค่ะ ก๋วยจั๊บญวนพี่เคยทานนานแล้ว ก็ชอบเช่นกัน แต่วันนั้นอิ่มข้าวเกรียบปากหม้อนี้จนทานอะไรไม่ลงแล้ว ต้องสารภาพอีกว่าวันนั้นยังไปซื้อข้าวเหนียวหน้าต่างๆจากคุณยายนั่งหันหลังกับเจ๊นี มาทานด้วย บวกกาแฟอีกหนึ่งแก้ว อิ่มไปถึงบ่ายเลยค่ะ ^__^
พวกเราไปพักอยู่กับพี่จุก-นงคราญเจ้าของเนวาดาอินน์ ดังนั้นเจ้าถิ่นจะสรรหา แนะนำของอร่อยมากมายมาให้ชิม มีซาละเปาอร่อยอยู่เจ้าหนึ่งด้วยค่ะ
นึกไม่ถึงว่ากะทะเคลือบเทฟลอนจะกรอกแป้งข้าวเกรียบปากหม้อได้ คงคล้ายๆการทำแพนเค้ก พี่จะทดลองดูบ้างค่ะ แต่ใช้ปาดแป้งบนผ้ากับหม้อไอน้ำร้อนน่าจะง่ายกว่ามั้งคะ ยังไม่เคยลองทำเลยตั้งท่ามานานแล้วค่ะ
คุณศิลา
Sila Phu-Chaya ไปอุบลสนุกทุกครั้งเลยค่ะ อย่างคุณศิลาว่า อาหารอร่อยๆทั้งนั้น แล้วตามแบบอาหารญวนเขาทานผักสดเยอะดี อิ อิ ทานไปก็ปลอบใจตัวเองไปว่าแม้จะทานเยอะแต่เราก็ได้รับผักเยอะด้วยนะ
พี่ไปได้กางเกงผ้าไหมที่เขาใช้ผ้าเก่าตัดเป็นทรงเหมือนกางเกงแม้วแต่พอใส่แล้วผ้าทิ้งตัวเหมือนนุ่งโจงกระเบนถูกกว่าซื้อที่กรุงเทพตั้งเยอะค่ะเที่ยวนี้เลยสอยมาสามตัว(เกรงใจ เดิมก็มีอยู่แล้วตั้งสี่ตัว)
เขียนถึงอย่างนี่ทำให้อยากทานอีกเช่นกันค่ะ^__^
คุณ
จริญญา ทานเผื่อค่ะ^___^ อร่อยจริงๆด้วยใครได้ลิ้มลองเป็นต้องติดใจจริงๆนะคะ
คุณ
Lioness_ann การเดินทางเที่ยวนี้เบิกบานใจมากค่ะ แค่ไปที่หมอเขียวก็คุ้มค่าแล้ว สิ่งดีๆอื่นๆที่ได้พบ ได้ชิมนี่ถือเป็นกำไรที่เพิ่มมา
ทั้งน่าทาน สะอาด อร่อย ราคาไม่แพง
ท้องฟ้าก็สวย สองข้างทางทุ่งนาก็สวยมากๆค่ะ
คุณ
สุนันทา พี่ก็ได้ไปทานร้านอินโดจีนค่ะ แหนมเนืองนี่เป็นอะไรที่อร่อย ได้ทานผักสดชื่น ทานกันหลายๆคนสนุกด้วยนะคะ แต่เพิ่งทราบค่ะว่าน้ำจิ้มแบบดั้งเดิมนี้เขาใช้ตับหมูบดลงไปด้วย แต่แบบที่เขาทำขายทั่วไปเป็นน้ำจิ้มใสๆ
อาหารอร่อยมากมายหลายอย่างจริงๆ แล้วคนอุบลเขายังคุยอีกว่าทุเรียนเขาก็อร่อยค่ะ ได้ชิมเหมือนกัน อร่อยจริงๆ
อาจารย์
คนใต้โดยภรรยา ขออภัยที่นำอาหารมายั่วกิเลสค่ะ^__^ รับรองว่าหากอาจารย์ได้ทานจะชอบมากๆเลยค่ะ เขาขายแค่ช่วงเช้าตีห้ากว่าก็เริ่มขาย ราวๆเก้าโมงเช้าก็จะหมดแล้วค่ะ
คุณ
แผ่นดิน พี่เห็นแม่น้ำมูลแล้วก็ประทับใจมาก ดูเขียวทั้งสองฟาก อุบลนั้นมีเรื่องราวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมที่น่าสนใจมากนะคะ ไม่เคยฟังกลอนลำอุบลเลยค่ะ พี่ค่อนข้างมีความรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นน้อยค่ะ
ข้ามแม่น้ำไปตลาดวารินชำราบ ใหญ่มาก ใหญ่กว่าตลาดอุบลเยอะ และจำได้ว่าหากนั่งรถไฟมาอุบลจะต้องมาลงที่ฝั่งวารินฯ แสดงว่าฝั่งนี้มีความสำคัญมากนะคะ
พี่นุชคะ
ที่ จ.มหาสารคาม ก็มีข้าวเกรียบปาหม้อญวนที่ไม่ซ้ำแบบใคร
ตัวข้าวเกรียบจะทำเหมือนภาพแรก แต่จะทานกับนำซุปต้นหอม+หมูสับ โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว
ปรุงรสด้วยมะนาว น้ำปลา หรือพริกสดปั่นละเอียดค่ะ
(คล้ายๆ ของ อ.พนมสารคาม? แต่ที่นั่นจะมีหลายไส้...มีกระดูก และจะปรุงรสเหมือนก๋วยเตี๋ยว)
สวัสดีค่ะคุณ
ตาเหลิม ตอนนี้อยู่ห่างบ้านหรือคะ
ความเป็นบ้านๆ พื้นบ้าน นี้มีเสน่ห์ มีคุณค่าในตัวเองมากนะคะ
ไปเยือนอุบลแล้วติดใจ เป็นเมืองที่น่าอยู่มากค่ะ เที่ยวหลังนี้ไปติดใจร้านนวดไทยชื่อประมาณว่า สุขสบายนวดไทย เขาทำสถานที่สวยงามและอบรมพนักงานดีมากเลยค่ะ ได้พบกับเจ้าของเป็นคนอุบล เธอตั้งใจทำบริการนี้แบบไม่ได้คิดรวย เห็นคนรักถิ่น รักงานแล้วปลื้มไปด้วยค่ะ
น้องตุ่น
สิริพร ทิวะสิงห์ tuk-a-toon เล่ามาซะอยากชิมเลยค่ะ ท่าทางจะต้องอร่อยแน่ๆ อิ อิ จะมีใครชวนเราไปมหาสารคามบ้างนะ
ตามมาชวนค่ะ...จะได้มาบอกนะคะ
เจ้าเก่า ของแท้ ต้องไปนั่งทานในตลาดสด...ได้บรรยากาศไปอีกแบบ (ขายดี จนแม่ค้าหน้าบูด...อิอิ)
ไปสายต้องไปทานเจ้าใหม่
รอคิวนานเลยค่ะ
เจ้าเก่าของแท้ต้องทานในตลาดสดเหมือนที่อุบลนี่เลยนะคะน้องตุ่น
ขอบคุณที่ให้ข้อมูล ยังไงก็ต้องให้น้องตุ่นเป็นคนพาไปละมั้ง