การเยี่ยมบ้านนักเรียนกับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
โครงการสัปดาห์ สพฐ.เยี่ยมบ้านนักเรียน
ในระหว่างวันที่ 11 -19 กรกฏาคม 2552
ซึ่งมีจุดประสงค์สำคัญเพื่อให้ครูพบปะกับผู้ปกครองและสามารถดูแลช่วยเหลือนักเรียนได้อย่างถูกต้อง
รวมทั้งเพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวนักเรียน
ได้แก่ การรับทราบเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ ครอบครัว ฐานะ
ทางการเงิน ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวและเรื่องอื่นๆ
ที่สามารถนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในการช่วยเหลือ แก้ไข
หรือส่งเสริมนักเรียนทั้งในด้านการศึกษาและด้านอื่นๆได้ถูกต้องและเหมาะสมยิ่งขึ้น
การเยี่ยมบ้านนักเรียน
เป็นวิธีการหนึ่งที่จะทำให้ครูรู้จักนักเรียนอย่างลึกซึ้งอย่างแท้จริงเป็นรายบุคคล การเยี่ยมบ้านนักเรียนเป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างครูกับผู้ปกครอง
ซึ่งนับเป็นภารกิจสำคัญประการหนึ่งของ “ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน”
โดยปีการศึกษา 2552 นี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
หรือสพฐ. กำหนดสัปดาห์ สพฐ.เยี่ยมบ้านนักเรียน ในระหว่างวันที่ 11 –
19 กรกฎาคม นี้ การเยี่ยมบ้านนักเรียน
คือการให้ครูเข้าไปเยี่ยมเยียนสถานที่อยู่อาศัยของนักเรียนที่ตนรับผิดชอบดูแล
จัดเป็นวิธีการศึกษารวบรวมข้อมูลอีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้ครูได้ทราบสภาพแวดล้อมทางบ้านของนักเรียนอย่างแท้จริง
และยังทำให้ครูมีโอกาสได้พบปะสนทนากับผู้ปกครองนักเรียน
ทำให้ทราบเจตคติของผู้ปกครองที่มีต่อนักเรียนและสถานศึกษา
ถือเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น
ซึ่งกันและกัน
รวมทั้งเป็นการสร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่างบ้านและสถานศึกษา
ครูจะได้รับข้อมูลที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะในกรณีที่นักเรียนมีปัญหากับพ่อแม่ ผู้ปกครอง
และผู้ปกครองไม่ยอมไปพบครูที่โรงเรียน ครูจึงต้องไปเยี่ยมบ้าน
เพื่อพูดคุยหรือทำความเข้าใจปัญหานักเรียน
พร้อมทั้งช่วยพูดโน้มน้าวให้ครอบครัวมีความร่วมมือในการช่วยเหลือนักเรียน
การเยี่ยมบ้านนักเรียนไม่ใช่เรื่องใหม่ ในอดีตสมัยที่เป็นครูอยู่ต่างจังหวัดสมัยนั้นประมาณ พ.ศ.2521 ไม่มีใครกำหนดสัปดาห์การเยี่ยมบ้าน..แต่บรรดาคุณครูที่ไม่มีภาระทางครอบครัวจะพากันออกตะเวนเยี่ยมบ้านเด็กๆเพื่อสร้างความคุ้นเคย..สมัยนั้นไม่มีสพฐ... มีแต่กระทรวงศึกษาธิการ โดยศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการอำเภอ ผู้ อำนวยการโรงเรียน...พวกเราซึ่งเป็นครูไม่เคยต้องให้สั่ง..หรือไม่เคยต้องรับนโยบาย ..แต่ทำกันด้วยความพอใจ...ด้วยรู้กันว่าเป็นหน้าที่ที่ควรควรทำ...วันเสาร์-อาทิตย์..อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งที่เราจะพากันไปแวะเวียนเยี่ยมบ้านลูกศิษย์..พาหนะก็ง่ายๆบ้างก็ไปด้วยจักรยาน..ที่ฮิตมากก็จักรยานยนต์..ไปแวะเวียนพูดคุยกับผู้ปกครองทำให้ได้รู้จักและคุ้นเคยกับเด็กๆมากยิ่งขึ้น..บ้านนักเรียนอยู่ห่างไกลแค่ไหนเราก็ไปถึง..แถมสัมพันธ์ใกล้ชิดเด็กๆก็มาเยี่ยมบ้านคุณครูเป็นการต่างตอบแทน..สมัยนั้นเด็กๆจะเรียกว่าคุณครูว่าอาจารย์..อาจารย์ใช้คำแทนตัวว่าครู...แต่ปัจจุบันอะไรก็เปลี่ยนไปเราถูกสั่งให้เรียกกันใหม่ว่าคุณครู..จะอะไรนักหนาก็ไม่ทราบชัด.....ซึ่งความจริงก็อันเดียวกันนะแหล่ะจะเรียกว่าอย่างไรเราก็คือครู.....เปลี่ยนให้วุ่นวายไปเดี๋ยวเรียกนั่นเรียกนี่..ซึ่งความจริงแล้วนามนั้นใช่จะสำคัญเท่าการปฏิบัติตน ...พูดเรื่องการเยี่ยมบ้านต่อดีกว่านะคะ..การเยี่ยมบ้านนักเรียนและนักเรียนเยี่ยมบ้านอาจารย์ทำให้ความสัมพันธ์ต่อกันค่อนข้างดี..เพราะที่บ้านของดิฉันซึ่งเป็นอาจารย์ร.ร มัธยมศึกษาจะเป็นบ้านทีเด็กๆมาเยี่ยมบ่อยมาก..ขนาดอาจารย์ไม่อยู่บ้านเด็กๆก็มาเยี่ยมบ้านอาจารย์...เขาว่ากันอาจารย์ไม่อยู่เขาก็เยี่ยมแม่ของอาจารย์แทนได้เพราะแม่อาจารย์ใจดีทำขนมอร่อยๆให้ได้รับประทานกัน..ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับศิษย์ไม่ต้องพูดถึงเข้าใจกันดีมีอะไรก็ช่วยกันได้ทันท่วงที..ปัญหาเด็กๆในสมัยก่อนจึงมีน้อยที่พบมากก็ปัญหาชู้สาว..ซึ่งวัยรุ่นเขาจะให้ความสนใจมากๆซึ่งอาจารย์ต้องใช้การโน้มน้าวกันอย่างเต็มที่ไม่งั้นก็ไม่ยอมเข้าใจ
ปัจจุบันภาระงานของครูมากมายการเยี่ยมบ้านต้องสั่งการ..แถมจัดเป็นสัปดาห์รณรงให้เยี่ยมบ้านแต่ในกทม.ทำได้ค่อนข้างยากเพราะบางบ้านพ่อแม่ทำงานทุกวันไม่เว้นแม้วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ยิ่งวันหยุดเขาขายของได้มากเขาก็มักไม่ตอบรับให้เราไปเยี่ยม...จึงเยี่ยมได้ไม่ครบ100%ครูส่วนใหญ่จึงเยี่ยมกันเฉพาบ้านที่มีปัญหาเท่านั้น..ปัญหาอุปสรรคเหล่านี้ผู้ใหญ่จะทราบหรือเปล่า..ซึ่งปัญหาของคุณครูในการเยี่ยมบ้านนักเรียนในกทม.มีมากพอสมควรโดยเฉพาะคุณครูที่ไม่มีรถส่วนตัวค่อนข้างมีปัญหาจะไปบ้านเด็กที่เข้าซอกซอยก็แสนลำบาก..ดังนั้นการเยี่ยมบ้านในปัจจุบันไม่สนุกเลยเป็นภาระที่คุณครูหลายท่านค่อนข้างอึดอัด..แต่เมื่อเป็นนโยบายก็ต้องทำแต่จะได้ครบเต็ม100หรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง
ดิฉันเป็นคุณครูคนหนึ่งที่เคยชอบการเยี่ยมบ้านนักเรียน..แต่บรรยากาศการเยี่ยมบ้านในกทม.ค่อนข้างลำบากยากเย็นจะได้แต่ละบ้านค่อนข้างลำบากแต่ก็พยายามเพื่อจะได้ทำความเข้าใจและทำความรู้จักกับผู้ปกครอง รวมทั้งได้ศึกษาเด็กๆที่ตัวเองประจำชั้นให้ชัดเจนและเข้าใจกันมากขึ้น..ซึ่งไปพบเห็นลูกศิษย์เข้าจริงๆก็อึ้งไปเหมือนกันที่สภาพบ้านเขาบางบ้านค่อนข้างลำบาก...
ในฐานะที่ท่านเป็นคุณครูท่านคิดอย่างไรกับการเยี่ยมบ้าน
ในฐานะที่ท่านเป็นผู้ปกครองหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเด็กๆหรือไม่มีเด็กในปกครอง
ท่านคิดอย่างไร...ให้ความเห็นหน่อยนะคะ
สวัสดีค่ะอาจารย์
การเยี่ยมบ้าน เป็นโครงการที่ดีมากๆ ทำให้รู้จักบ้าน สังคม ของนักเรียน...ครูก็ถือโอกาสดู...สวล...
พ่อแม่ถือเป็นเกียรติที่ครูมาเยี่ยม...ลดช่องว่าง ...กันและกันค่ะ
สวัสดีค่ะ อ.ปรีดา
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ
การเยี่ยมบ้านนักเรียนทางนี้ คงไม่สะดวกเื่ท่าที่ควร
เพราะมีเหตุ หลายปัจจัย ที่ทำให้ไปเยี่ยมไม่ค่อยสะดวก
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ
ครูดีมีคุณภาพให้ความสำคัญของการรู้จักลูกศิษย์ มีอะไรที่เขายังต้องการให้เราเติมลงไป สิ่งใดที่เขามีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม เขามีคุณความดีอะไรที่จะทำให้เขาเกิดความภาคภูมิใจในตัวเองมองเห็นคุณค่า จะส่งเสริมสนับสนุนเขาอย่างไร จะสร้างภูมิคุ้มกันให้เขารู้จักใคร่ครวญไม่ยุ่งเกี่นวกับสิ่งเลวร้าย ..............นี่แหละงานครูนั้นแสนยิ่งใหญ่ที่ใครใครมองไม่เห็น ขอให้ประสบความสำเร็จ โชคดีครับ
สวัสดีค่ะ
การเยี่ยมบ้านนักเรียนเป็นเรื่องที่ดี สำหรับการจัดการศึกษาที่มีโรงเรียนร่วมกับสถาบันครอบครัวช่วยกันปลูกฝังความรักและความอบอุ่นที่มีต่อนักเรียน ครูก็จะได้รู้จักนักเรียนและครอบครัวของนักเรียน รู้ถึงความเป็นอยู่ มีสภาพปัญหาในการใช้ชีวิตอย่างไรบ้าง ครูก็สามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้กับนักเรียนได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริง ทำให้นักเรียนมีพัฒนาการเรียนรู้ไปอย่างสมวัยค่ะ
นักเรียนบางคนอยู่บ้านกับโรงเรียนจะมีลักษณะที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงก็มีน่ะค่ะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ
- มาชื่นชม โครงการดีๆค่ะ- เท่าที่อ่าน ปัญหาคล้ายๆกันเลยค่ะ
- ที่โรงเรียนเคยให้เยี่ยมทุกคน แต่หลังๆ เยี่ยมเฉพาะเด็กที่มีปัญหาค่ะ
การเยี่ยมของครูไปเยี่ยมบ้านนักเรียน เป็นการดีคะ เพราะจะได้รู้ว่าแต่ละคนมีสภาพความเป็นอยู่อย่างไร สามารถนำมาแก้ไขปํญหาของเด็กได้ถูกต้อง เพราะบางครั้งเราอาจจะรู้ได้ว่า
-เด็กคนนี้ทำไมขาดเรียนบ่อย
-เด็กคนนี้ทำไม ซึม เหม่อ
-เด็กคนนี้ทำไม่ไม่ค่อยทำการบ้าน
-เด็กคนนี้ ทำไมเกเร แกล้งตีแต่เพื่อน
-เด็กคนนี้ ทำไมมาโรงเรียนสาย
การไปเยี่ยมก็สามารถ รู้ปัญหาของเด็ก แล้วจะได้ช่วยเหลือเขาได้ถูกต้อง เพราะบางคน ไม่มีพ่อแม่อยู่ด้วย ไม่มีคนคอยสั่งสอน
เด็กขาดความอบอุ่น เพราะอยู่กับตายาย
แต่ก็ยอมรับว่าการไปเยี่ยมนักเรียนในเมืองกรุงเทพฯยากมาก เพราะอาจจะมีซอกซอย ไปไม่ทั่วถึง ไปแล้ว เขาก็ไม่มีเวลาพูดด้วย คนขี่มอร์เตอร์ไซค์ไม่เป็น ก็เดินกันเหงื่อตกละซี
และที่สำคัญ ต้องถ่ายรูป ประกอบการไปเยี่ยมด้วยใช่ไหมคะ
และนักเรียนชั้นหนึ่ง มีหลายคน จะเยี่ยมหมดไหม ก็คงเลือกเยี่ยมแต่ผู้มีปัญหา หรือผู้ที่อยากเยี่ยมจะได้เสร็จเร็วๆ
ต้องทำสมุดรายงานเขา ถ้าขาดรายละเอียดบางคนเขาจะยอมไหมหละคะ
สำหรับในฐานะการเป็นผู้ปกครอง ถ้ามีครูมาเยี่ยม ก็ถือโอกาสสอบถามความประพฤติและการเรียนของลูกตน ว่าเป็นอย่างไร จะได้จัดการแก้ปัญหาช่วยครู
สู้ สู้ นะคะ คุณพี่ปรีดา สุเชียร์ใจขาดดิ้นเลย
สวัสดีค่ะ
คุณครูหลายท่าน มาเล่าให้ฟังถึงเรื่องดีๆที่ได้พบจากการเยี่ยมบ้าน
ดีมากเลยครับ โครงการเยี่ยมบ้าน
คิดถึงสมัยที่ฝึกสอนโรงเรียนมัธยมค่ะ
ครูพี่เลี้ยงจะชวนไปเยี่ยมบ้านนักเรียนด้วยกัน
เป็นภาพที่ประทับใจมากๆเลยค่ะ
มีความรู้สึกว่าการไปเยี่ยมบ้านนั้นจะทำให้นักเรียนจะไว้วางใจครูมากขึ้น
มีความผูกพันกันมากขึ้น และเข้าใจกันมากขึ้นด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณครูปรีดา
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะพี่สาวที่น่ารัก Preeda
มาอ่านบันทึกนี้ช้ามากเลยค่ะ เป็นบันทึกที่ทำให้เห็นประวัติของการเยี่ยมบ้านนักเรียนด้วย มีคุณค่าและเป็นหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์การศึกษาไทยค่ะ
หากเป็นครู ไปเยี่ยมบ้านนักเรียน คงต้องบอกกล่าวกับครอบครัวของเด็กก่อน (ทำใจไว้ก่อน) เดินทางไปโดยให้เด็กเป็นผู้พาไป ให้กำลังใจและอธิบายว่าเป็นโครงการที่ต้องการสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างบ้านและโรงเรียน ไม่ใช่การไปเพื่อจับผิดหรือตำหนิแต่อย่างใดค่ะ หากยิ่งมีกิจกรรมร่วมกันกับครอบครัวนักเรียนเหมือนคุณครูนกแล้วยิ่งดีค่ะ
สมัยก่อนหากคุณครูมาเยี่ยมบ้านนี่ นักเรียนจะหนาว ๆ ร้อน ๆ จะโดนอะไรหนอ...
พี่สบายดีนะคะ
คิดถึงค่ะ
(^___^)
สวัสดีจ๊ะพี่ดา มาขโมยความรู้พี่ดาหล่ะ