ใครก็เขียนกลอนได้ถ้าใจรัก

และรู้จักคุณค่าภาษาศิลป์

หมั่นฝึกคิดฝึกเขียนเพียรอาจิณ

จะไม่สิ้นความหวังที่ตั้งใจ

 

     สวัสดีครับ ทุกท่าน วันนี้มาทักทายกันเป็นกลอนเลยครับ เนื่องจากวันนี้ ครูโย่งได้มีโอกาสไปร่วมอบรมในโครงการอบรมเชิงปฏฺบัติการการบูรณาการค่ายยุวกวี ณ ห้องพุฒ เชื้อแก้ว โรงเรียนวัดหนองใหญ่ 24-25 กรกฎาคม  อบรมวันนี้เป็นวันแรก ซึ่งเกี่ยวกับการเขียนบทร้อยกรอง โดยมีคณะวิทยกรจากสโมสรยุวกวี ชมรมเทพศีกวีศิลป์ โดยอาจารย์นารถ กิตติวรรณกรและคณะ

นี่คือท่านคณะวิทยกรทั้งหมด โดยแต่ละท่านแนะนำตัวเองเป็นบทกลอน

แต่ละท่าน ตั้งอกตั้งใจแต่งกลอนดีมาก เพราะท่านวิทยากร สอนไป ก็จะมีใบงานให้ทำอยู่ตลอดเวลา เริ่มจากใบงานง่าย ๆ ไปยาก ๆ 

แต่ละใบงานก็จะมีคะแนนให้ ใครได้คะแนนสูงสุดก็จะได้รางวัลเป็นหนังสือเกี่ยวกับการแต่งกลอน

 ยอมรับว่า เป็นการอบรมที่สนุกมาก แต่ละท่านไม่ง่วงเลย จดจ่ออยู่กับการแต่งกลอน

 

          ได้อ่านหนังสือ เล่นหนึ่ง ชื่อหนังสือว่า ใครก็เขียน กลอนได้ ถ้าใจรัก

อ่านข้อความหนึ่ง มีใจความว่า 

     " พวงมาลัยสวย อยู่ที่การรู้จักเลือกสรรสีของดอกไม้นำมาร้อยเรียงกันให้เป็นระเบียบ สอดสลับสีให้ดูงามตา ถ้าร้อยดีมีศิลปะ สวยงาม สะดุดตา ก็จะมีคุณค่าและเป็นที่ปรารถนาของผู้ที่พบเห็น

     บทกลอนก็เหมือนมาลัยดอกไม้ แต่เป็นมาลัยคำที่นำคำภาษาไทยซึ่งได้เลือกสรรแล้วนำมาร้อยเรียงให้เป็นประโยคคล้องจอง มีความไพเราะงดงามด้วยศิลปะของภาษาด้วยความสุนทรีย์ และเป็นที่ชื่นชอบประทับใจของผู้อ่าน ที่เรียกว่าเข้าถึงอารมณ์ "

 

ไม่รอช้าที่จะถ่ายภาพเป็นที่ระลึกครับผม

วันนี้ได้อะไรเยอะเลยครับ มีการบ้านแต่งกลอนส่งด้วยครับผม

พรุ่งนี้เดี๋ยวมาเล่าต่อนะครับ

โปรดติดตามตอนต่อไป

ขอบคุณครับ