สิ่งหนึ่งที่คนอาจจะไม่คิดถึงคือ การได้สัมผัสธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ ต้นไม้ เสียงร้องของสัตว์ต่างๆ แสงแดดอ่อนๆ เป็นการช่วยเยียวยาที่ดี ซึ่งเรากำลังสนับสนุนให้โรงพยาบาลได้จัดทำเรื่องเหล่านี้ขึ้นมา

ความจริงวันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่แม่ต้อยและทีมงานก็ยังมีกิจกรรมจัดประชุม สำหรับผู้เยี่ยมสำรวจ เพื่อให้ทันกับเหตุการณ์ใหม่ๆ ที่ทางสถาบันฯได้จัดขึ้นมา หนึ่งในนั้นก็คือ โครงการ SHA นี่แหละคะ

เหตุที่ต้องมาจัดในวัน เสาร์ อาทิตย์ เพราะว่า ในเวลาทำงานปกตินั้น เราทุกคนมีเวลาว่างไม่พร้อมกัน ( หรือ พร้อมใจกันทำงานจะดีกว่า ) ดังนั้นหนทางที่ดีที่สุดคือการจัดประชุมในวันที่เราสมควรว่างพร้อมๆกันนั่นก็คือวันหยุดสุดสัปดาห์ นั่นเอง

แต่ว่าหลังจากกำหนดนัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในตอนเย็นวันศุกร์ ครอบครัวแจ้งมาให้แม่ต้อยทราบว่า “ พรุ่งนี้ไปเขาใหญ่กัน”

“ เอ๊ะ.. ไหงเป็นงั้นละ.. ไม่มีการบอกล่วงหน้าเลย ..” แม่ต้อยเริ่มออกอาการ..

เขาใหญ่เป็นสถานที่ที่แม่ต้อย ไม่ได้มาแวะเยี่ยมเยือนมามากกว่าสิบปีแล้ว จึงอยากหาโอกาสมาสักครั้งหนึ่งเหมือนกัน

จึงต้องจัดการเรื่องตารางการอบรมให้สอดคล้องกับเวลา( ของตัวเอง) โดยแม่ต้อยดำเนินการรับผิดชอบในช่วงเช้าให้เรียบร้อยหมดจดงดงาม.. ฮ่าๆ ก็คนอยากเที่ยวนิ..

 วันเสาร์ ยังต้องมาประชุม..

บ่ายวันเสาร์ แม่ต้อยจึงนั่งสบายๆในรถ มุ่งตรงไปเขาใหญ่ ดินแดนแห่งป่าใหญ่และธรรมชาติงดงามอันอุดมสมบูรณ์ อย่างเพลิดเพลินเจริญใจ..ปล่อยให้น้องๆที่ขนสมบัติมาส่งที่รถมองตามด้วยสายตาอันละห้อย..

ตามปกติ หากแม่ต้อยมีเวลามาทำงานหรือเดินทางผ่านถนนสายมิตรภาพ จะชอบพักกลางทาง เพื่อหาของกินอร่อยๆแถวนั้นซึ่งมีมากมายไม่ว่าจะเป็นผลไม้นานาชนิด ข้าวโพดหวาน องุ่น ขนมสารพัดอย่าง สเต้ก เนื้อ ที่อร่อยไม่แพ้ที่อื่นใดเลยจริงๆ คราวนี้ก็เช่นกัน  แม้ว่าจะมีรายการอาหารเย็นที่เขาใหญ่รอแล้วก็ยังต้องฝืนกฏ( การลดน้ำหนัก เหมือนดังทุกครั้ง อิอิ)

แม้ว่าจะไม่ได้มาเที่ยวหลายปีดีดัก แต่ทุกอย่างที่เขาใหญ่ยังค่อนข้างเหมือนเดิม จะมีบ้างที่ตลอดเส้นทางก่อนจะถึงอุทยานแห่งชาตินี้ จะมีที่พักหรูหราเกิดขึ้นเรียงรายกันไป ตามถนนสลับกับบ้านผู้คนที่อาศัยดั้งเดิม บรรยากาศ เย็นสบาย ชุ่มชื้นต้นไม้เขียวชะอุ่ม สอดแทรกในทุกพื้นที่

เมื่อเราแล่นรถเข้าไปตามเส้นทางในเขตอุทยาน แม่ต้อยเจอ ลิงฝูงหนึ่ง เกือบห้าสิบตัวนั่งบ้างนอนบ้างบนถนน

ทำให้แม่ต้อยอดนึกย้อนไปถึงครั้งหนึ่งน่าจะมากกว่าสิบปีมาแล้ว ที่บริเวณเดียวกันนี้แหละ  ในตอนเช้าตรู่ของหน้าหนาว แม่ต้อยเคยเห็นฝูงลิงนั่งข้างถนน เพื่อผิงแดด ดูๆไปแล้วน่าจะเป็นลิงที่อายุมากๆแล้ว เพราะดูตัวโตและท่าทางแก่หง่อม นั่งหลังโกงคล้ายๆคนแก่ รอบๆตัวจะมีลูกลิงเล้กๆ เกาะไปมา คงจะเลี้ยงลูกหลานไปด้วยกระมัง

มาคราวนี้ แม่ต้อยเจอฝูงลิงอีก ที่เดิมนั่นแหละ แต่คงไม่ใช่ตัวเดิม

คราวนี้ มีหลายวัยมากเลยคะ แม่ต้อยว่าลิงแม้ว่าจะซนแต่ก็น่ารักดี บางอย่างคล้ายๆคนเหมือนกัน  อยากรู้อยากเห็น แม่ต้อยขอให้คนขับชลอรถ เพื่อถ่ายรูป ปรากฏว่าที่ข้างๆเบาะที่แม่ต้อยนั่งมีลิงอีกกลุ่มมาชะโงกหน้าดูด้วยความสงสัย น่าขำจริงๆ 

 บางกลุ่มก็นั่งกันเป็นครอบครัว พ่อ แม่ ลูก บางคู่ก็นั่งพลอดรักกันแบบไม่สนใจใครเลย ลูกลิงตัวหนึ่งยังเล็กมาก เขานอนแผ่สบายบนถนน ไม่เดือดร้อนแม้ว่าจะมีรถยนตร์วิ่งช้าๆเข้าไปใกล้ๆ เมื่อแม่ลิงเห็นรถเรา เธอวิ่งไปจับตัวลูกเล็กที่กำลังนอนแผ่หราคล้ายนางแบบ โยนออกไปให้พ้นทางรถอย่างรวดเร็ว..น่ารักมากๆคะ

คงจะเป็นเพราะไม่ได้มาเสียนาน ดังนั้นกว่าจะหาที่พักได้ ก็หลงทางไปเกือบจะถึงปราจีนบุรีเสียแล้ว..คริคริ

 หลงทาง..

ความเงียบสงบ และ เสียงร้องของนก และสัตว์ต่างๆ ที่อยู่รอบตัวทำให้มีความสุขอย่างประหลาด  แม่ต้อยเพิ่งไปแลกเปลี่ยนเรื่อง Healing Environment กับผู้เยี่ยมสำรวจมาหมาดๆ เรากำลังที่จะพยายามให้สถานพยาบาล สร้างสิ่งแวดล้อมที่สามารถเยียวยาผู้คนได้ เป็นมิติหนึ่งทางด้านจิตใจ

สิ่งหนึ่งที่คนอาจจะไม่คิดถึงคือ การได้สัมผัสธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ ต้นไม้ เสียงร้องของสัตว์ต่างๆ แสงแดดอ่อนๆ เป็นการช่วยเยียวยาที่ดี ซึ่งเรากำลังสนับสนุนให้โรงพยาบาลได้จัดทำเรื่องเหล่านี้ขึ้นมา

คืนนี้เขาบอกว่าจะพาแม่ต้อยไปส่องสัตว์..

แม่ต้อยจะเจออะไรหรือไม่.. จะขอเอามาเล่าต่อในครั้งต่อไปนะคะ

ตอนนี้ ต้องขอไปอาบน้ำอุ่นๆก่อนคะ เพราะอากาศเย็นแล้ว..จริงๆ

สวัสดีคะ