“ผมไม่ได้สอนให้ลูกผมทำ!!!” เสียงตะโกนของผู้เป็นพ่อที่สาดใส่ด้วยความโมโห ดังสนั่นลั่นห้องปกครอง…ในขณะที่ครูทุกคนยืนตะลึง!!! ด้วยความงงงวย!!! โดยที่ไม่มีใครคาดคิดก็มีเสียงตะโกนก้องขึ้นมา “แต่ที่พ่อทำคือการสอนผม”....ฉันแทบช็อค!!! เมื่อได้ยินคำพูดนี้หลุดออกมาจากปากของเด็กนักเรียน
ครูทุกคนยืนเงียบ!!! จังงัง!!! อยู่กับที่ ไม่มีการเคลื่อนไหวของใครคนใดทั้งสิ้น มันเงียบ!!! เงียบจนได้ยินเสียงการเต้นของหัวใจใครบางคน บรรยากาศในห้องดูเหมือนจะร้อนระอุขึ้น ในขณะที่แอร์คอลนิชั่นยังคงเปิดทำงานอยู่ แต่ความร้อนจากอารมณ์ที่ระอุขึ้นขณะนี้มันอาจจะทำให้แก้วน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะรับแขกแตกกระจายในพริบตา ฉันมองเห็นเหงื่อของใครบางคนผุดขึ้นเม็ดแล้วเม็ดเล่าและมันเริ่มไหลยาวเป็นทางตั้งแต่หน้าผากเรื่อยมาจนกระทั่งถึงลำคอ แล้วมันก็หายเข้าไปในคอเสื้อ แต่อีกมุมหนึ่งของห้องฉันกลับเห็นน้ำเม็ดเล็ก ๆ ไหลรินออกมาจากสองตาผ่านแก้มมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งมารวมกันและหยุดนิ่งอยู่ที่คาง แล้วมันก็ค่อย ๆ ตกลงไปที่พื้นเม็ดแล้วเม็ดเล่า
“ไอ้สิ่งที่พ่อทำอยู่ทุกวันมันไม่ใช่เป็นการสอนผมหรือครับ” ... “ผมเห็นพ่อชวนเพื่อนมากินเหล้า...สูบบุหรี่ได้ทุกวี่วัน...แล้วไอ้สิ่งที่ผมทำเหมือนพ่อมันผิดตรงไหน ?” ไม่มีคำตอบจากใครหรือบุคคลใดทั้งสิ้น ฉันรู้สึกหายใจไม่ออก หายใจไม่ทั่วท้อง มันอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก...หากแต่การสนทนาในลักษณะที่ใช้อารมณ์ ความรู้สึก ความเสียใจ น้อยใจ และปนเปด้วยความขุ่นเคืองนิด ๆ ยังคงดำเนินต่อไปอีกหากแต่เพียงผู้เป็นพ่อไม่เดินเข้ามาโอบกอดลูกเอาไว้เสียก่อน ฉันได้ยินเสียงที่แสนจะแผ่วเบา...เบาจนแทบจะแยกไม่ออกว่าเสียงนั้นคือเสียงอะไร หรืออาจจะเป็นเสียงของลมหายใจของใครคนใดคนหนึ่ง มันลอยแผ่วเบาอยู่ในอากาศแต่เมื่อเสียงนั้นมากระทบกับโสตประสาท “พ่อขอโทษ” ทุกอย่างในห้องก็เงียบสงัดในทันใด ดูเหมือนจะเงียบกว่าครั้งก่อน แต่ความรู้สึกแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ครั้งนี้มันเป็นความรู้สึกถึง “ความรัก ความเข้าใจ” มีเพียงเสียงสะอื้น!!! เล็ดรอดออกมา พร้อมกับน้ำเสียงที่ปนเปด้วยความน้อยใจ “พ่อไม่เคยเป็นตัวแบบที่ดีให้ผมเลย”
ฉันนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ตัวแบบ (Model)” มันมีอิทธิพลอย่างไรกับการเกิดพฤติกรรมของเด็ก มันเป็นเพราะตัวเด็กเองไม่ใช่เหรอ หรือมันมีสิ่งแวดล้อมภายนอกเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดพฤติกรรมของเด็ก ดู ๆ ไปในทุกวันนี้เราใช้ชีวิตในแต่ละวันอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แคบ ๆ ตื่นเช้า ทำงาน กลับบ้าน นอน วนเวียนอยู่เช่นนี้ทุกวี่วัน การที่เราจะเรียนรู้อะไรสักอย่างก็คงจะต้องผ่านมาจากประสบการณ์ของผู้อื่นแทบทั้งสิ้นโดยการได้ยินได้เห็น คนโดยส่วนมากจะรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ของสังคมผ่านทางสื่อในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น วิทยุ โทรทัศน์ การ์ตูน นวนิยาย ฯลฯ ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อพฤติกรรมของเด็ก แต่ตัวแบบที่ใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุดคงหนีไม่พ้นบุคคลในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่ พี่น้อง ในชีวิตส่วนใหญ่เด็กผู้ชายมักจะเรียนแบบ “พ่อ” หรือ "พี่ชาย" ซึ่งถือว่าเป็นฮีโร่ในอุดมคติของเขา ส่วนเด็กผู้หญิงก็จะยึดถือ “แม่” หรือ "พี่สาว" เป็นตัวแบบ และหากตัวแบบนั้นแสดงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ออกมาให้ดู เขาก็คงจะซึมซับพฤติกรรมดังกล่าวโดยไม่รู้ตัว หรือจงใจจะกระทำตามตัวแบบเพราะถือว่าสิ่งที่ตัวแบบกระทำนั้นคือสิ่งที่ถูกต้อง "ลูกปู...เดินตามแม่ปู..." อาจจะกลายเป็น "พ่อแม่...รังแกฉัน"
ความคิดในหัวสมองฉันเริ่มแล่น…กระทั่งไปสะดุดหยุดอยู่ที่ครูท่านหนึ่งที่ฉันเทิดทูลพระคุณครูในบทความ
“นับหนึ่งถึงร้อย...ไม่จบ”ไอ้ตอนเรียนก็ไม่เคยได้นึกถึง แต่พอตอนประสบพบเจอเข้ากับตัวก็นึกหวนคิดถึงขึ้นมาได้ตัวแบบมันมีอิทธิพลกับเด็กมากมายขนาดนี้เชียว!! มิน่าล่ะ…ครูถึงย้ำนักย้ำหนาว่าในฐานะที่เราเป็นครูเราต้องทำตนให้เป็น “ตัวแบบที่ดี” แก่ศิษย์ เพื่อศิษย์จะได้นำไปเป็นแบบอย่าง…พอคิดมาถึงจุดนี้รู้สึกว่าสมองเริ่มหนักอึ้งเมื่อคิดถึงภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่รอฉันอยู่ข้างหน้า “ครู...แม่พิมพ์ของชาติ”
</strong>
คูณเป็นนักคิดนักเขียนนักปฏิบัติที่เก่งจริงๆสมแล้วที่เป็นครูดีใจแทนลูกศิษย์คุณ
คุณ "01"
ขอบคุณค่ะ...ถือว่าเป็นคำชมที่น่ายินดีมาก สงสัยคุณ "01" จะเป็นคนคนเดียวกับคุณ "00" ใช่มั๊ยเอ่ย ใช้ "six sense" อีกแล้วค่ะ...หากผิดต้องขออภัย (อย่างแรง)
ลุกขึ้นเถิดตี่นเถิดพี่น้องครูไทย มองโลกกว้างไกลใจไฝ่สัจธรรม ความจริงทั้งมวลเป็นเครื่องชี้นำ สร้างโลกงดงามสังตมวิลัย
บทเพลงคุรุชน
คุณ "-ขจิต ฝอยทอง"
ขอบคุณค่ะ ที่คุณมองเห็นคุณค่าและอิทธิพลของ "ตัวแบบ"
ภาพการ์ตูนต่าง ๆ ถือว่าเป็น "ตัวแบบที่เป็นสัญลักษณ์" น่ารักจังเลยค่ะ ชวนให้น่าอ่านขึ้นมาก ๆ เลย มันสามารถสื่อให้รู้ถึงอารมณ์ของคุณ "-ขจิต" (อารมณ์ดีจัง)
ความจริงเด็กลักษณะนี้มีมากในระดับ ปวช. - ปวส. อยากแลกเปลี่ยนอยู่เหมือนกันเพื่อเป็นแนวทางช่วยพวกเขา
คุณ "พี่เม่ย"
"สานสัมพันธ์" คงให้สองพ่อลูกใจเย็นก่อน ให้อารมณ์ที่กำลังร้อนระอุสงบลงสักพัก เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด แล้วค่อย ๆ ใช้สติเปิดใจคุยกัน ให้โอกาสลูกได้พูดในสิ่งที่เขาอัดอั้นตันใจ อย่างน้อยในความเป็นพ่อ "vij" คิดว่าทุกคนคงรักลูก หากแค่เพียงไม่ได้เปิดใจคุยกัน "พฤติกรรมทุกอย่างหากแค่ได้ใช้ความรักความเข้าใจ...และให้อภัย ปัญหาต่าง ๆ ก็จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น" และเชื่อเหลือเกินว่าพ่อแม่รักลูกและไม่ต้องการให้ลูกเดินทางผิด ดังนั้นการหัดยอมรับตนเอง มองตนในความเป็นจริง ปรับปรุงแก้ไขพฤติกรรม ไม่ใช่ทำเพื่อใครคนใดแต่ "เพื่อลูก"
"พี่เหม่ย" มีความคิดเห็นว่าไงค่ะ เพราะ "vij" ยังอ่อนประสบการณ์นักอยากขอคำแนะนำจาก "พี่เหม่ย" ด้วย จักขอบพระคุณยิ่งค่ะ
ชอบบทความพี่จริงๆ คอยอ่านตลอดตั้งแต่เรื่ม อยากให้ทดลองทำเป็นบทเรียนผ่านblogเหมีอนกับที่ คนคนหนี่งแนะโดยตั้งเป็นคำถามท้ายบท แล้วให้นักเรียนตอบแต่ละคนในช่องคิดเห็น เป็นกำลังใจให้ด้วยพี่คนเก่งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ผมมักจะไม่ค่อยมีเวลาสอนลูก (น้องเดม) มากนัก เวลากับน้องเดมหายไปมาก แต่สิ่งที่ทำ ๆ อยู่ ผมรู้ตัวว่าเพื่อใช้สอนเขา เด็ก 9 ขวบได้อยู่ในสภาพที่เป็นธรรมชาติชนบทมาตลอด แวดล้อมไปด้วยเครือญาติ สิ่งหนึ่งคือการติดต่อสื่อสารกับเขาให้เขารู้ว่าพ่อทำอะไร และทำเพื่ออะไร ผมมีถ้อยคำของน้องเดมมาเล่าให้ฟัง….ดังนี้
“พ่อนอนได้แล้วนะค่ะ คนที่พ่อทำงานให้เขา เขานอนกันหมดแล้ว” —> ผมจึงเชื่อลึก ๆ ว่าลูกเข้าใจอย่างไรที่เตือนผมให้นอน เมื่อคราวมานอนที่บ้านพ่อ (ปู่) เดือนที่แล้วนี่เอง
คุณ "007"
ขอบคุณที่ติดตามบทความพี่...บทเรียนผ่าน blog คิดอยู่เหมือนกันค่ะว่าจะทำ ขอเวลาหน่อยน่ะค่ะ...(ฝึกฝนวิทยายุทธอีกนิดค่ะ)
คุณ "ชายขอบ"
ดีใจแทนน้องเดมค่ะ...ที่มีพ่อที่ดีและเข้าใจลูก
เคยเห็นหลานชายโทรศัพท์คุยกับคุณแม่เขา ตอนปิดเทอมเขาจะไปอยู่บ้าน(ยาย) พอตอนค่ำ ๆ ก็โทรศัพท์หาแม่ ถามแม่ว่าทานข้าวหรือยังครับ แม่ทำอะไรอยู่ครับ วันนี้เขาเล่นอะไรกับใคร สนุกมากครับ....คนฟังอมยิ้มด้วยความน่าเอ็นดู การสื่อสารถือว่าสำคัญที่สุดเลยค่ะ มันเป็นตัวเชื่อมความเข้าใจระหว่างกันและกัน
"พ่อจากไปนานมากแล้ว ต้นแบบชีวิตคือสิ่งแวดล้อมรอบกาย"
การน้อมนำสิ่งแวดล้อมรอบกายเป็นต้นแบบที่ดีแห่งตน ถือว่าผู้นั้น...ชนะใจตน
เพราะไม่หลงใหลไปตามธรรมชาติ...แต่รู้จักประยุกต์ธรรมชาติให้เข้ากับวิถีตน
ผลิตผลแ่ห่งความดีที่ครูทำ คือผลิตเยาวชนให้เป็นคนดีของชาติ
ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจยิ่งนัก...ขอชื่นชมค่ะ "ครูโต๊"
แอบมาหยบอ่านสิ่งดีๆขอรับ..
พอ่แม่(รวมทั้งครูบวกอาจารย์ด้วย)ก็คือเบ้าหลอมที่ดีๆของเด็ก
หากเบ้าหลอมไม่ดีโอกาสสูงที่ผลงานออกมาไม่สวย
ทองเหลืองใส่เบ้า..ยนหมาก..ออกมาก็เป็นทองเหลืองธรรมดา
แต่พอนำทองเหลืองไปใส่เบ้าพระพุทธรูปกลับมีคนกรายไหว้บูชา
ทั้งที่ทองเหลืองเหมือนกันน่าแปลก..
ธรรมฐิตก็เคยเอาตัวอย่างพ่อ(ไม่ใช่พ่อไม่ดีนะ)พ่อดื่มเหล้าสูบบุหรี่
ก็คัดแบบมาเลยแต่พ่อก็บอกประจำว่าไม่ดีแต่ธรรมดื้อไม่เชื่อท่าน
แต่ตอนนี้..เลิกแล้วคับ..ธรรมฐิตเลิกกับมันแล้วคับ..
อย่างให้คนที่เป็นพ่อแม่อ่านบันทึกนี้จัง..
สาธุในข้อคิดที่ดีขอรับอาจารย์
ตัวอย่างที่ดี มีค่ากว่าคำสอน
แบบ ดีกว่า บอก
( ไม่ใช้ว่า คุณธรรม คือ คุณ นะ ทำ ผมไม่ต้องทำ)
เข้ามาอ่านครับ
บ้านนี้ทำไมคนเข้ามา ไม่เปิดโปง เอ๊ย!ไม่เปิดเผยตัวตน เล่นซ่อนแอบกันอยู่รึ??? พี่ก็พยายามทำตัวเป็นแม่แบบ และ พ่อแบบ ให้ลูกอยู่นะ