ดินดีสมเป็นนาสวน เป็นการเรียนรู้กลุ่มสาระการงานพื้นฐานอาชีพและเทคโนโลยี (งานเกษตร) ต่อจากบันทึกที่แล้วมาคือบันทึกที่ ๒๗๙.ดินดีสมเป็นนาสวน (๑) และบันทึกที่  ๒๘๖.ดินดีสมเป็นนาสวน (๒) กิจกรรมเหล่านี้เกิดจากโครงกงานที่นักเรียนสนใจมีจำนวน ๒๕ โครงงานมีชื่อโครงงานต่าง ๆ กัน และโครงงานครูอีก ๑ โครงงาน

       กิจกรรมการทำนาเป็นโครงงานหนึ่งของการเรียนรู้ จากเดิมพื้นที่แห่งนี้เป็นดินปนหินบนภูเขา  ปลูกอะไรก็ไม่งามและไม่อุ้มน้ำ  เมื่อนักเรียนมีโครงงานจึงได้ประสานงานกับโรงเรียน ได้รับความร่วมมือกับผู้ปกครองนำรถไถมาปรับพื้นที่และขุดให้เป็นแอ่งสี่เหลี่ยมมีลักษณะเหทมือนผืนนาทั่วไป 

       สูบน้ำจากสระเข้าไปในผืนนา  นักเรียนช่วยกันไถคราดและเหยี่ยบย่ำ  นำดินไปทำคันนา นักเรียนชายหญิงทุกคนสนุกสนาน  มีสมาชิกจดบันทึก  ๒ คน ใช้เวลามาเป็นผืนนา  ๓ วัน ทำร่องนา ตกแต่งพื้นนาอีก ๑ วัน  และวันที่ ๕ หว่านกล้า โดยป้าอุไร  ถิ่นแปงมาเป็นวิทยากรภูมิปัญญา 

      ฉันบอกกับนักเรียนว่า "พวกเรามาเรียนไปพร้อม ๆ กัน เพราะครูเองก็ไม่เคยจะได้สัมผัสต้นข้าวจริง ๆ จังสักที" ภายหลังที่ฉันพูดจบฉันสังเกตว่ามีนักเรียนยิ้มและดูท่าทางเป็นสุขอย่างเห็นได้ชัดที่มีครูเป็นเพื่อนเรียน

พันธุ์ข้าวได้รับอภินันทนาการจากเกษตร(อยู่)จังหวัด

ดินเป็นก้อนโต ๆ และแข็งมาก นักเรียนกำลังช่วยกันทำคันนา

จะเรียนหรือจะเล่นก็ไม่เป็นไร..แต่ได้งาน

ผู้ปกครองมาช่วยไถให้ดินร่วนลงอีก

การยกร่องนา และการไถคราด  โดยไม่ต้องใช้แรงรถหรือแรงควาย

ขั้นตอนที่ ๑ ได้ลงมือหว่านข้าว

       นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ และ ๒ อยากจะทำนาบ้าง  จึงทำนาบกเหมือนคำแนะนำของคุณ สิงห์ป่าสัก เรียกว่า "นาบก" เมื่อทำเสร็จแล้วลงความเห็นกันว่านาของตนเองไม่สวย จะรื้อทิ้งและทำใหม่

       นักเรียนกลุ่มนี้เห็นว่าร่องน้ำน่าจะทำนาได้  จึงช่วยกันขุดดินทำแปลงนาผืนเล็ก ๆ และลงไปเหยียบย่ำให้ดินเละ  ลงมือหยอดเมล็ดข้าวเป็นร่อง ๆ

รอบ ๆ นา จะเป็นโครงงานพืชผักสวนครัว

ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ และ ๒ 

บางคนไปหาผักที่เติบโตในน้ำมาปลูกเช่นผักหนาม และผักกูด

บรรยากาศ

รอยยิ้มของเด็ก ... มีความหมายและปลุกสำนึกว่า...ฉันคือครู