คำ(ไม่)นิยม : เรียนนอกฤดู

“เรียนนอกฤดู” ทำให้ผมจินตนาการไปถึงฉากชีวิตของงานอาสาพัฒนาของหนุ่มสาวในมหาวิทยาลัยที่สัญจรไปสู่หมู่บ้านต่างๆ รวมถึงปัญหาอุปสรรค ความยากลำบาก ข้อข้องขัดมากมายที่เกิดขึ้น รวมไปถึงพลังกายและพลังใจที่ทุ่มเทไปในกิจกรรมต่างๆ ในกระบวนการทำค่ายของนิสิต มมส.อันเป็นการยืนยันให้เราได้ตระหนักว่าการเรียนในมหาวิทยาลัย หาใช่มีแต่เฉพาะบทเรียนในหลักสูตรเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการเรียนรู้ต่อสรรพสิ่งรอบกาย เพื่อแต่งเติมให้ชีวิตได้เติบโตและงอกงามขึ้นตามจังหวะของมันเอง

         ผมเดินดุ่มๆแบกเป้ใบเขื่อง ใช้มือขยับให้กระชับกับแผ่นหลัง เดินขึ้นดอยสูงในวันเริ่มต้นทำงานราชการครั้งแรกในชีวิต ในวันนั้นแสงแดดระอุแต่ก็ยังพอมีลมพัดโชยให้เย็นสบายในยามที่เหงื่อโทรมกาย ผมเดินทางด้วยการเดินเท้าเป็นเวลาครึ่งวันไปยังสถานที่ทำงานแห่งแรกบนดอยสูงครานั้น ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยแม้แต่นิดเดียว กลับมีพละกำลังที่เหลือเฟือตื่นเต้นกับสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้า....ที่ทำงานใหม่ ชาวบ้านและภารกิจที่ยิ่งใหญ่อีกทั้งสิ่งที่จินตนาการไว้มากมาย หัวใจเต้นแรงเมื่อคิดถึงประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นเบื้องหน้า

นั่นคือ เรื่องราวเสี้ยวหนึ่งในชีวิตของผมที่แม่ฮ่องสอนเมื่อ ๑๐ ปีก่อน ผมหวนคิดถึงเรื่องราวเหล่านี้ครั้งใด ก็รู้สึกเหมือนกับตัวเองอยู่ในบรรยากาศเช่นนั้นทุกครั้งไป

ผมนั่งครุ่นคิด ค้นหาคำตอบเพื่อไปตอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันแรกของการทำงานของผมครั้งนั้น ทำไมผมถึงมีปรารถนาอันแรงกล้ามากมายขนาดนั้น ทำไมผมถึงอาสาพาตัวเองเดินทางไปทำงานในถิ่นทุรกันดารที่ไม่น่าเชื่อว่ามีพื้นที่เหล่านี้ในดินแดนประเทศไทย ผมไม่เหนื่อย ไม่รู้สึกทดท้อกลับก้าวเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ

“เอาใจนำพา เอาศรัทธานำทาง” ผมพบประโยคนี้ในหนังสือเล่มหนึ่ง ที่ผมพลิกอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใช่แล้วครับ เพราะเราศรัทธา เราจึงมีพลังอย่างล้นเหลือในการพิชิตเป้าหมายของชีวิตในขณะนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเขยิบเดินเข้าไปหาเป้าหมาย สิ่งที่เราจะคิดจะพิชิตก็เด่นชัดขึ้นมาทุกที

คุณพนัส ปรีวาสนา ยื่นหนังสือเล่มหนึ่งให้ผมอ่านพร้อมกับบอกว่า ให้ผมช่วยเขียน “คำไม่นิยม” ให้เขาที ผมก็รับหนังสือจากมือของเขาอย่าง งงๆ คิดในใจแว้บแรกคือ ผมจะเขียนอะไรดี ? จะว่าเป็นอาการหนักใจก็อาจจะใช่ ผมก็ไม่ขอพูดปด แน่นอนว่าผมชอบอ่านหนังสือแต่จะให้ผมเขียนคำ(ไม่)นิยม ให้กับใครสักคนที่เป็นคนเขียนหนังสือนั้น ผมรู้สึกใจเต้นแรงขาดความมั่นใจในทันทีแต่ก็คิดเร็วๆถามตัวเองว่า ผมควรจะเขียนถึงหนังสือที่ผมอ่านในรูปแบบไหน? และควรนำเสนออย่างไร?

ผมบอกกับตัวเองว่า ผมจะซื่อสัตย์ต่อตัวเองอย่างที่สุดบอกกล่าวเรื่องราวที่อ่านผ่านความรู้สึกแรกของผม ผมพลิกอ่านหนังสือเล่มนี้รอบแล้วรอบเล่า สิ่งที่ผมประจักษ์กับตนเองต่องานของคุณพนัส นอกจากวาทกรรมที่สวยงามผ่านถ้อยคำราวกับมีชีวิต ให้เห็นฉากชีวิตของเรื่องราวชีวิตของนิสิตคนทำค่ายและวิถีของนักกิจกรรมที่กรำงานหนักแล้ว ผมเห็นคุณค่าอะไรบ้าง ? ในหนังสือเล่มนี้นอกเหนือกับสิ่งที่กล่าวมา

ผมเห็น “พัฒนาการของค่าย” ทั้งวิธีคิดของคนต้นคิด นักปฏิบัติที่เป็นนิสิตค่ายจากห้วงปี ๕๐ ถึงปี ๕๒ ทั้งหมดเป็นสีสันของการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่ลงสู่ชีวิตจริง “เรียนรู้ผ่านชีวิตในสังคมที่เป็นจริง” ผ่านพลังความคิดและทางออกในสถานการณ์ที่อาศัยไหวพริบของนิสิตชาวค่าย

ผมเห็น “ภาพชีวิตของชนบทอีสานที่เอื้ออาทร” :ซึ่งผมเองไม่ค่อยคุ้นชินมากนักเพราะใช้ชีวิตทางบ้านเกิดภาคเหนือเป็นส่วนใหญ่ บรรยากาศทางอีสานทำให้คิดถึงความสนุกสนานผ่านศิลปะท้องถิ่นและอัธยาศัยที่ดีของคนบ้านเฮา

ผมเห็น “วิธีการเชื่อมต่อของเด็กรุ่นใหม่กับคนท้องถิ่น” ที่ต่างฝ่ายต่างปรับเข้าหากัน เชื่อมร้อยผู้คนผ่านกิจกรรมที่คิดภายใต้บริบทที่ถูกเติมเต็มด้วยวิถีแห่งกระบวนการเรียนรู้ที่เป็นธรรมชาติ ผมเชื่อว่าพวกเขา(นิสิต) ได้เรียนรู้ว่า เขาควรจะทำเข้าใจในแง่มุมใดในความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนในสังคมที่ประกอบด้วยผู้คนหลากหลายความต้องการและแรงขับของการ “เป็นอยู่” เพื่อรวมตัวเป็นสังคม ต่อสู้เพื่ออยู่รอดในสังคมปรนัย

และผมได้เห็น “พื้นที่แห่งโอกาส” ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามเปิดพื้นที่ให้กับนิสิตชาวค่าย เรียนรู้วิถีสังคมที่เป็นจริงผ่านชุมชนชนบทอีสาน เติมเต็มความเอื้ออาทรระหว่างเพื่อนมนุษย์ด้วยหัวใจ เกิดผู้ให้และผู้รับอย่างสมดุล

คำถามในใจของนิสิตหนุ่มสาวเหล่านั้นไม่ใช่เพียงถามว่าเขาได้ทำอะไร ? แต่เขากำลังถามตัวเองว่าเขาทำอย่างไร? และเขาได้เรียนรู้อะไร? สะพานของการเรียนรู้บนเส้นทางการบ่มเพาะน้ำใจหรือมิตรภาพที่เกิดขึ้นท่ามกลางความอลหม่านของชีวิตนิสิตหนุ่มสาวที่ตั้งคำถามต่อทางเลือกใหม่ๆที่ท้าทายการเรียนรู้ของพวกเขาตลอดเวลา

เรียนนอกฤดู   ทำให้ผมจินตนาการไปถึงฉากชีวิตของงานอาสาพัฒนาของหนุ่มสาวในมหาวิทยาลัยที่สัญจรไปสู่หมู่บ้านต่างๆ  รวมถึงปัญหาอุปสรรค ความยากลำบาก ข้อข้องขัดมากมายที่เกิดขึ้น รวมไปถึงพลังกายและพลังใจที่ทุ่มเทไปในกิจกรรมต่างๆ ในกระบวนการทำค่ายของนิสิต มมส.อันเป็นการยืนยันให้เราได้ตระหนักว่าการเรียนในมหาวิทยาลัย  หาใช่มีแต่เฉพาะบทเรียนในหลักสูตรเท่านั้น  แต่ยังหมายถึงการเรียนรู้ต่อสรรพสิ่งรอบกาย  เพื่อแต่งเติมให้ชีวิตได้เติบโตและงอกงามขึ้นตามจังหวะของมันเอง  และนั่นก็รวมถึงการบอกเตือนให้ชีวิตได้รู้ว่าในความเป็นชีวิตนั้นล้วนมีฤดูกาลแห่งการเรียนรู้อยู่เสมอ  ขึ้นอยู่กับว่าในฤดูกาลนั้นๆ ชีวิตจะสามารถเรียนรู้อะไรได้กี่มากน้อยเป็นสำคัญ โดยไม่ลืมว่านอกจากนิสิตได้ก้าวผ่านการเรียนรู้แบบเดิมในระบบ หรือในหลักสูตรแล้ว  การเรียนรู้ที่ให้โอกาสได้สัมผัสกับความจริงของสังคมมากที่สุด คือ การที่นิสิตได้พาตัวเองเดินออกนอกมหาวิทยาลัย เข้าไปร่วมเรียนรู้ร่วมกับชุมชน 

ความงดงามของการปลูกจิตสำนึกนิสิตผ่านกระบวนการทำค่าย คือ ความหมายอันยิ่งใหญ่ของชีวิตที่มีศรัทธาขับเคลื่อน ผ่านอุปสรรคนานับประการ ความงดงามของความสำเร็จของค่ายอาสาในทุกครั้ง หากเปรียบเป็นสายฝนก็คงเป็นฝนนอกฤดู ที่ทักทายแรกด้วยกลิ่นอันหอมกรุ่นของผืนดินเกรียมแดด หล่อเลี้ยงความชุ่มชื้นต่างเวลาที่ควรจะเป็นไปของฤดูกาล

และพวกเขาได้เป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์และทรงพลัง ที่ใช้ใจล้วนๆในการขับเคลื่อนเรื่องราวดีงามจากรั้วมหาวิทยาลัยในฐานะปัญญาชนผลักดันก่อเกิดสิ่งสรรค์สร้างสู่สังคม เป็นภาพสะท้อนกระบวนการฝึกการให้ รวมไปถึงเปลี่ยนแปลงตัวเองจากข้างในและหยิบยื่นออกไปสู่มวลชนด้วยใจของจิตอาสา

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

ศาลายา,มหิดล

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน The ultimate leader



ความเห็น (49)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากๆ เลยครับ..ที่ช่วยเติมเต็มให้หนังสือดูมีคุณค่าขึ้นเท่าตัว
หลายคนบอกว่า อ่านคำไม่นิยมของแต่ละคนแล้ว..เพลินและได้อรรถรสมาก

ครับ-ผมยังบอกว่า คำไม่นิยม เขียนได้ดีกว่าเนื้อหาในเรื่องต่างๆ ด้วยซ้ำไป

...

สำหรับท่านใดที่ไม่มีหนังสือเล่มนี้ในมือ...
การได้อ่านคำ(ไม่) นิยมจากผู้เขียนโดยตรงในบันทึกนี้  ผมก็ถือว่า ...วิเศษสุดแล้วครับ

....

 

เขาบอกผมว่า "หนังสือเล่มนี้คือส่วนหนึ่งของความฝันของเขา"

เรียนนอกฤดู เป็นเนื้อหาที่ถ่ายทอดมาจากประสบการณ์จริงของชายหนุ่มที่เคี่ยวกรำในการงานของเขา ผ่านกิจกรรมนิสิต..

การเรียนรู้ ที่โจนทยานนอกพื้นที่มหาวิทยาลัย  ไม่มีการออกแบบ คาดเดาไม่ได้...แล้วแต่ว่า บริบทของพื้นที่จะเป็นอย่างไร และนิสิตจะเรียนรู้ในมุมใด...

ประสบการณ์ที่งดงามผ่านวิถีชีวิตชนบทอีสาน พร้อมกับภาษาเขียนที่ละเมียดละไมของคุณแผ่นดิน...ทำให้เราเห็นชีวิตในเเง่มุมที่ต่างออกไปพร้อมการหมุนไปของความรู้

"เรียนนอกฤดู"

หนังสือพ็อกเกตบุ้ค ที่ผมคิดว่าเกิดจากความตั้งใจที่จะนำเสนอของคุณแผ่นดิน ...เล่มนี้อยากให้ทุกคนได้สัมผัสครับ

ติดต่อ สอบถามรายละเอียดได้ที่ คุณพนัส ปรีวาสนา (คุณแผ่นดิน) ครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณครูเอก

หนูแวะเข้ามาทักทายและมาให้กำลังใจคุณครูค่ะ

บันทึกของคุณครูยาวมากเลยค่ะ แต่หนูก็ได้อ่านจนจบแล้วค่ะ

บันทึกของคุณครูได้สาระการเรียนรู้ที่เราสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้เลยค่ะ

หนูจะติดตามอ่านบันทึกของคุณครูต่อไปนะคะ

สวัสดีค่ะ

เขียนเมื่อ 

อ่านแล้วขอนึกในใจ ...

"... ๑๐ ปีก่อนที่แม่ฮ่องสอน มีคนทำงานแรกในชีวิตด้วยความศรัทธา ... ผมถามกลับตัวเองว่า แล้วงานแรกของผม ผมมีศรัทธาหรือเปล่าเนี่ย ? ..." :)

คิดต่อมา

"... มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ทำไมโชคดีจังที่มีคนอย่างคุณพนัส ปรีวาสนา (คุณ แผ่นดิน ) ... คอยเป็นเฟืองและเครื่องจักรกลที่มีลมหายใจ เชื่อมต่อระหว่างมหาวิทยาลัย นักศึกษา และท้องถิ่น ... อีกทั้ง โชคดีจัง ที่นักศึกษามีคนทำงานกิจการนักศึกษาที่ทำงานด้วยศรัทธา ... เวลาผมหันหลังไปดูที่มหาวิทยาลัยใกล้ตัวเองบ้าง ... มองไม่เห็น ..."

ผมคงได้แต่คิด และทิ้งรอยศรัทธาไว้กับทั้งสองท่านนี้ ;)

เขียนเมื่อ 

อยากอ่านมากๆค่ะ

  • สวัสดีครับ พี่เอก
  • มาร่วมเรียนนอกฤดูด้วยคนครับ
  • สุขกายสบายใจนะครับ
  • ราตรีสวัสดิ์ครับ
จักรกฤษณ์
IP: xxx.149.25.235
เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีครับ
  • หนังสือออกจำหน่ายหรือยังครับ
  • คงจะช่วยให้สังคมตื่นรู้กับการเรียนรู้ที่แท้ได้มากขึ้น
  • ขอบคุณที่แนะนำหนังสือดีๆ ครับ

และบางทีผมก็รู้สึกขัดเคืองในใจเหมือนกันว่า ผมอธิบายเรื่องราวบางอย่างที่คุณแผ่นดินถ่ายทอดออกมาได้ไม่หมด

ผม อ่านหนังสือเล่มนี้อย่างช้าๆ ทบทวนทุกตัวอักษร นอกจากที่ผมได้มีโอกาสสัมผัสวรรณกรรมที่งดงามเหล่านั้นแล้ว ระหว่างช่องไฟผมยังเห็นพลังบางอย่างจากคนทำงาน...

ผมอยากแสดงความรู้สึกตรงๆว่า ผมชื่นชมเขา(คุณแผ่นดิน) มาก  และผมเองก็อยากให้ทุกท่านมีโอกาสได้อ่านงานของเขาเช่นกัน

...

หนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์เสร็จแล้วครับ และตอนนี้ก็พร้อมจะจำหน่ายแล้ว

คุณพนัสเองก็เก้อเขินเต็มทีที่ผมจะโปรโมตความฝันนี้ของเขาทางบล็อก แต่ผมตั้งใจ  ...ความเป็นจริงผมเขียนคำนิยมเพื่อจะนำเสนอช่วงก่อนหน้านี้เเล้ว แต่ก็รอในวันที่หนังสือเเล้วเสร็จ

สำหรับท่านที่สนใจ หนังสือเล่มนี้ติดต่อโดยตรงที่คุณแผ่นดินได้เลยครับ ...

อาจจะเขียนลงในบันทึกของผมก็ได้ หรือ ไปเขียนไว้ที่บันทึกคุณพนัสก็ได้ครับ..

 

ขอบคุณทุกท่านครับ

เอก - จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

 

 

เขียนเมื่อ 

ช่วยบอกเพื่อนผมคนหนึ่งที่เรียนอยู่เอก ที่มหิดล ซื้อให้ผมหน่อยนะครับ โดยเน้นว่า "ของฟรี ก็มีคุณค่ากับเพื่อนเสมอ" ครับ อิ อิ ;)

ขอบคุณล่วงหน้าและล่วงหลัง ครับ ;)

อยากอ่านบ้างคะ

เขียนเมื่อ 

ดีใจจังครับ...
บันทึกเดียวนี้ ทำให้ผมมีกำลังใจเยอะเลย เหมือนเดินไปข้างหน้าแบบไม่โดดเดี่ยว

ช่วงนี้อยู่ในช่วงจัดส่งไปตามโรงเรียนต่างๆ ที่ปรากฏในเรื่องที่อยู่ในหนังสือ (แจกฟรี) รวมถึงแบ่งส่วนให้นิสิตไปจำหน่ายเอง เพื่อระดมทุนทำกิจกรรม  และกำลังจะวางจำหน่ายเพื่อไปช่วยนักเรียนอีก 13 คนที่แทบไม่น่าเชื่อว่า ถูกหลงลืมไปอย่างน่าใจหาย ..ซึ่งนั่นยังรวมถึงการจัดแบ่งไว้จำหน่ายเพื่อเป็นทุนให้นิสิตใช้เป็นทุนในการถวายเทียนพรรษา 3o วัดที่อยู่รอบๆ มหาวิทยาลัย...

ครับ..นั่นคือเหตุผลหนึ่งที่ยังไม่เปิดตัวในบล็อกอย่างเป็นทางการ  เพราะผมอยากให้หนังสือถูกแบ่งส่วนให้นิ่งที่สุดก่อน จะได้รู้ว่าเหลือกี่เล่มกันแน่

ผมพิมพ์ไม่เยอะครับ..นั่นคือปัญหาหนึ่ง..

ส่วนหนึ่ง ถ้าไม่คลาดเคลื่อนพรุ่งนี้น่าจะลำเลียงไปสู่ศูนย์หนังสือของมหาวิทยาลัยต่างๆ  ...

ที่เหลือก็เป็นส่วนที่ผมจะถือเก็บไว้เพื่อจำหน่ายเอง...แต่การจำหน่ายเองก็หมายถึง  การจำหน่ายเพื่อให้มีเงินทุนหมุนกลับมาทำกิจกรรมล้วนๆ ...นั่นแหละครับ ไม่มีอะไรเป็นอื่น...

เหมือนที่ผมเคยบอก..มันเป็นแค่บันทึกธรรมดาๆ เท่านั้นเอง...
แต่อย่างน้อย  ถ้าจะมีคนหนุ่มสาวพลัดหลงมาอ่าน แล้วหันกลับไปถามตัวเองว่า  ทำอะไรให้คนรอบข้างบ้างแล้ว...หรือไม่ก็ลุกมาเขียนเรื่องราวอันดีงามของสังคมร่วมกัน  - ผมก็ถือว่าเป็นความมหัศจรรย์สำหรับผมแล้ว

อีกทั้ง..มันเหมือนจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยที่ผมอยากให้มีขึ้น  อย่างน้อยเรื่องราวเล็กๆ ของนิสิตที่ถูกละเลยมานาน  ก็จะถูกบันทึกไว้อย่างเป็นทางการด้วยหนังสือของผมซะที

ก็เหมือนที่คุณเอก เคยเปรยไว้กับผมนานแล้วว่า "ความดี..งดงามเสมอ"....ด้วยเหตุนี้ ผมจึงต้องลุกมาบันทึกเรื่องความดีงามนั้นด้วยตนเอง

ขอบคุณนะครับ...
ขอบคุณทุกๆ คน...

....

 

 

เขียนเมื่อ 
  • ฝาก คุณเอก ถือมาที่สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหิดล ศาลายา สัก ๕ เล่มสิค่ะ (กลัวหมดก่อนที่จะได้ซื้อหา) ^^
  • จะนำไปฝาก อาจารย์ ดร.วิรัตน์ .. คุณเริงวิชญ์ (พี่โม่ง) ด้วยค่ะ ..
  • ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
  • จากพี่เหมียว เพื่อนฝน

สวัสดีครับ  น้องเอก ได้รับหนังสือแล้ว ขอบคุณมากครับ

สวัสดีครับ คุณครูกิติยาครับ

ขอบคุณเช่นกันครับที่เเวะมาเยี่ยม มาอ่านครับ บันทึกนี้เขียนไว้เพื่อให้เห็นเนื้อหาหนังสือ "เรียนนอกฤดู" ที่เป็นส่วนหนึ่งของความฝันของคุณแผ่นดิน

สนใจสอบถามโดยตรงที่คุณแผ่นดินได้เลยครับผม

ผมดีใจที่ได้เกียรตินั้นนะครับ คุณแผ่นดิน

อะไรก็ตามที่ผมสามารถ หรือ มีศักยภาพเพียงพอในการช่วยเหลือ ผมยินดีอย่างมากครับ

อย่างที่บอกนะครับ บางครั้งก็ขุ่นเคืองใจนะครับบางทีถ่ายทอดได้ไม่เต็มที่ อย่างที่ใจอยากสื่อ แต่ก็เขียนให้ด้วยใจนะครับ :)

ขอให้ความสุขกับการงานในทุกวันนะครับ

Cover_final_a-2

สวัสดีครับ น้องนัท

ผมดีใจที่น้องนัทเข้ามาอ่านนะครับ สิ่งที่ผมถ่ายทอดในคำนิยมเป็นส่วนหนึ่งที่ผมตั้งใจให้เห็นถึงความคิดและวิธีการทำงานของนิสิต ที่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ในอนาคตน้องนัทต้องเข้าชีวิตนักศึกษาเหมือนอย่างที่ผมเขียน ในเวลานั้น การเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะมหาวิทยาลัย แต่โลดแล่นอยู่ในโลกของความเป็นจริงของสังคม

ขอให้กำลังใจน้องนัทครับ ในการเรียน เรียนให้มีความสุข มีเรื่องราวในใจ หรือมีบทเรียนดีๆ นำมาเขียนบันทึกกับพี่ๆนะครับ :)

Dscf3702

ภาพสวยๆที่ปาย บ้านผมครับ...

อ.Wasawat Deemarn

ทุกอย่างใช้ใจและศรัทธานำทาง แต่มากน้อยคงขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลครับ บางงานที่ผ่านเข้ามาหาผม ที่ไม่พึงพอใจนักก็พลังน้อยหน่อย แต่ความเป็นจริงเราเลือกไม่ได้ขนาดนั้น สิ่งที่เราควรจะทำก็คือ ทำใจให้ชอบ

ผมชื่นชมความเป็น "ครู" ของ อ.วสัตฯ มาโดยตลอดครับ หลายครั้งกระบวนการเขียนและพลังความคิดของอาจารย์ผ่านบันทึก เราก็ได้เห็นถึงศรัทธาที่งดงามมากในวิชาชีพครู ที่แบกรับเอาความล้มเหลวโดยรวมของการศึกษาไว้ แต่ก็พยายามที่จะหาทางเลือกในการสร้างคน งานที่หนักหน่วงอยู่แล้ว หนักกว่าเดิมอีกหลายเท่านัก

ผมขอให้กำลังใจคนทำดีนะครับ อย่างที่บอกกับทุกคนจนเป็น motto ส่วนตัวไปแล้วคือ "ความดี สวยงามเสมอ" ใช่ครับ ผมยึดถือคำนี้และคำนี้เองก็เป็นพลังใจของผมด้วยเมื่อทำหน้าที่ในการงานต่างๆที่เข้ามาในชีวิต

ขอให้อาจารย์เบิกบานในการเรียนรู้ และการทำงานในทุกวัน

ให้กำลังใจครับ :)

"อย่าทิ้งความกระหาย อย่าคลายความเชื่อ"

Steve Jobs

เขียนเมื่อ 

มาแอบอ่านคำนิยมของหนุ่มปาย ถึงชายลูกทุ่งอิสาน

ชี่นชม ยินดี กับอีกหนึ่งฝันที่เป็นจริงของหนุ่มบ้านนาคนนี้ค่ะ

 

คงไม่ต้องย้ำว่า คุณเอกเขียนคำนิยมดีแค่ไหน  ... เป็นกำลังใจค่ะ   

 

เขียนเมื่อ 
  • กำลังรอหนังสือเล่มนี้ครับ
  • แล้วจะช่วยแนะนำคนเขียนคำนิยม
  • ฮ่าๆๆ
  • เรียนหนักไหมครับช่วงนี้น้องเอก
เขียนเมื่อ 

หนังสือเล่มนี้ มีค่ามาก ตั้งแต่เริ่มเห็นหน้าปกแล้ว สวยถูกใจค่ะ
ปกติ ก็อ่านบันทึกของคุณพนัสมาตลอด ชื่นชม สไตล์การเขียน และวิธีการถ่ายทอดออกมา บางที อ่านถึง 2-3 หน เพราะชอบเนื้อหาที่ถ่ายทอดมาจากประสบการณ์จริง ผ่านกิจกรรมนิสิต..
เป็นกำลังใจให้นะคะ


 

  • สวัสดีครับ ครู ครูอรวรรณ  ติดต่อไปยังคุณพนัส ได้โดยตรงครับ
  • สวัสดีครับ น้องเอ๊ะ คนพลัดถิ่น~ต้นตอ-natachoei(หน้าตาเฉย) สบายดีหรือเปล่าครับ...ต้องขอบคุณมากครับ ที่มาติดตามบันทึก ไม่ให้ขาดหายจนคิดถึง..ให้กำลังใจในการเรียนนะครับ
  • ครูจักรกฤษ์ ครับ ตอนนี้หนังสือออกจำหน่ายแล้วครับ รบกวนครูติดต่อโดยตรงผ่านทางอีเมลของคุณพนัสได้เลยครับ

อีเมล panat_dindan (at) hotmail.com

สวัสดีค่ะ

* แวะมาดูนักโปรโมตตัวจริง อิอิ

* งานเขียนที่เกิดจากเรื่องราวและประสบการณ์จริงย่อมมีคุณค่ามากกว่าเรื่องราวที่เกิดจากจินตนาการ

* สุขกายสุขใจนะคะ

ได้เลยครับ อ.Wasawat Deemarn  ผมจัดให้ครับ คิดว่าคงอีกสักพัก ให้คุณพนัสส่งมายังผมก่อนครับ มีอีกหลายท่านที่อยากได้หนังสือเล่มนี้

ร่วมด้วย ช่วยกันครับ :)

น้อง กรรณิการ์ วิศิษฏ์โชติอังกูร
สั่งซื้อ หรือขอรายละเอียดโดยตรงที่คุณพนัส ได้เลย ผ่านทางอีเมลนะครับ

  • น่าดูชม..คำ(ไม่)นิยม..
  • เหมือน ๆ เกษตร(อยู่)จังหวัดเลยแนะ
  • งั้นจะตั้งตารออ่านครับ
เขียนเมื่อ 

วันนี้ สั่งจองที่อาจารย์ ไป หนึ่งเล่ม ค่ะ

เขียนเมื่อ 

เรียน คุณเอก

  • ไม่รบกวนเรื่องการถือหนังสือมาที่สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหิดล ศาลายา แล้วนะค่ะ
  • จะสั่งซื้อให้อาจารย์ ดร.วิรัตน์ ผ่านบล๊อคของคุณแผ่นดินค่ะ
  • ขอบคุณค่ะ

สวัสดี ครับ

อยู่ไป...นับวัน ก็จะได้ ซึบซับ ความดี งาม จาก คนที่นี่

ขอเป็นหนึ่งในเสียงที่ชื่นชมคุณงามความดี ของสมาชิกที่นี่ และหนึ่งในนั้น คือ คุณ จตุพร...

ด้วยความระลึกถึง ครับ

 

ขอบคุณครับ คุณ แผ่นดิน  ถือว่าผมเป็นหนึ่งในการช่วยประชาสัมพันธ์ความฝันนะครับ ขอให้โชคดี และเบิกบานนะครับ

พี่เหมียว ณัฐพัชร์  งั้นผมสั่งเพิ่ม เผื่อคน อาเซียน ด้วยนะครับ (เพิ่มอีก ๕ เล่ม)

บังวอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--  หนังสือที่ผมส่งไป อ่านเเล้วมี ฟีดแบก ยังไง เขียนเป็นบันทึกด้วยนะครับ อยากอ่านครับ :)

ขอบคุณครับ คุณ poo  เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมสามารถทำได้เพื่อเพื่อนครับ :)

พี่ขจิต ฝอยทอง  ผมเรียนหนักครับ แต่มีความสุขดีครับ :)

พี่Sasinand  ขอบคุณสำหรับกำลังใจ ผมขอมอบผ่านให้คุณแผ่นดินครับ

พี่นาง พรรณา ผิวเผือก (ไม่มีชื่อกลาง)  ผมคิดว่า ไม่ว่าจากจินจนาการ หรือ ประสบการณ์ ล้วนมีคุณค่าที่แตกกันครับ ผมก็ช่วยได้เต็มที่ตอนนี้ก็คือการประชาสัมพันธ์เรื่องราวดีๆครับ

พี่เกษตร(อยู่)จังหวัด  ขอบคุณครับพี่เกษตรอยู่จังหวัด อ่านคำนิยมแล้ว ชอบ ติดต่อไปเลยครับ ที่คุณแผ่นดิน :)

ครูใหม่ บ้านน้ำจุน  ขอบคุณกำลังใจ และการสนับสนุนจากครูใหม่ครับ :)

พี่เหมียวครับ เอาที่พี่เหมียวสะดวกนะครับ หากไม่ได้ยังไง ก็ติดต่อมาที่ผมได้ครับ ผมติดต่อตรงกับคุณแผ่นดินครับ

ขอบคุณ คุณ แสงแห่งความดี

ที่ gotoknow เราเจอคนดีมากมายครับ คนที่ทำงานเพื่อสังคม คนที่จิตใจดี และต้องขอบคุณคุณแสงมากครับ ที่ให้กำลังใจคนดีๆเหล่านั้น

กำลังใจสำคัญมากๆเลย ว่าไหมครับ??

เขียนเมื่อ 

คุณเอกขา

  • เกือบไปสั่งที่หน้าบล๊อคคุณแผ่นดินซะแล้ว ดีว่าแวะมาดูบล๊อคนี้ก่อน ...
  • งั้นตามนั้นนะค่ะ ๕ เล่มผ่านคุณเอกค่ะ มาที่คณะสังคมเมื่อไหร่ ฝากถือมาด้วยนะค่ะ (ถ้าไม่หนักมาก) ^^
  • อ้อ! วันนี้ยังถามอาจารย์วิรัตน์ อยู่เลยค่ะว่าไปประชุมที่คณะสังคมฯ เจอคุณจตุพรรึเปล่า?
  • ลืมไปค่ะ อาทิตย์หน้า ตั้งแต่วันอาทิตย์ไป อาจารย์วิรัตน์ พี่โม่ง และพี่เหมียว จะลงพื้นที่ภาคใต้นะค่ะ .. จะกลับมาวันพฤหัสค่ะ
  • ขอบคุณคับ

 

สวัสดีครับน้าเอก

ผมสมัครสมาชิกไว้นานแล้วแต่เพิ่งเริ่มเขียนบันทึกครับ

เลยแวะเข้ามาทักทายครับ

  • สวัสดีค่ะ..คุณเอก..
  • สาระดีมาก....สมกับรางวัล blogger of the month..เลยค่ะ..
  • ดีใจค่ะ..ที่พบคนดี..ที่ทำเพื่อสังคม แบบนี้..
  • ขอให้มีความสุขมากๆ..
  • ครูส้มขออนุญาต..มอบกำลังใจเล็กๆ..ให้กับคนดีๆ แบบนี้ค่ะ..

                        

เขียนเมื่อ 

ผมมีความเชื่อมั่นในปัญญาชนเช่นคุณเสมอ หลังจากที่หมดใจกับปัญญาชนรุ่นใหม่ๆไปบ้าง

สวดีครับพี่เหมียวณัฐพัชร์ 

กำลังจะสั่งซื้อจากคุณพนัสครับ ทั้งหมด ๕ เล่มนะครับ จะได้บวกจำนวนเพิ่มเข้าไป

ตอนนี้ที่คณะสังคมฯ โดยเฉพาะ education กำลังฟอร์มตัวเรื่อง การเสวนาเชิงประเด็นระหว่างนักศึกษา ป.เอก ป.โท ข้ามศาสตร์อยู่ครับ

คงได้เจอ อ.วิรัตน์ เร็วๆนี้

*** หนังสือผมจะจัดการให้ด่วนครับ :)

น้องต้นน้ำ สวัสดีครับ น้องภูมิ

เริ่มต้นได้ดีมากเเล้วครับ น้าเอกแวะเข้าไปอ่านดูแล้ว คุณแม่เป็นผู้ช่วยที่ดีเลยใช่ไหมครับ...??

น้าเอกให้กำลังใจในการเขียนเล่าเรื่อง สไตล์น้องภูมินะ จะรออ่านครับ

:)

นัฐพร จันทร์ส่งสิงห์

ขอบคุณมากครับ ครูส้ม...สำหรับกำลังใจให้ผม

นิทานที่ครูส้มนำมาเล่าในบันทึก(ของครูส้ม) ผมเคยได้ยินจากปากพี่สาวท่านหนึ่งระหว่างทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เสมสิกขาลัย แล้วประทับใจครับ ;)

คิดว่าจะนำนิทานเรื่องนี้ไปใช้ในวง แลกเปลี่ยนที่ผมไปเป็น Fa ในอนาคตด้วย ขอบคุณมากนะครับ

ขอบคุณครับ คุณ เบดูอิน 
สิ่งที่คนทำเพื่อสังคม และคนดีทั้งหลายต้องการคือกำลังใจที่จะขับเคลื่อนการงานต่างๆครับ

ช่วยกันยกย่องคนดี เพื่อให้คนดีมีกำลังใจทำงานต่อไป

เขียนเมื่อ 

สนุกกับงาน อย่าดูแลสุขภาพด้วยนะคะ

หนี 2009 ไกลๆ

ไข้หวัดเล่นงานซะพี่เครียดๆเลย อิอิ..

เขียนเมื่อ 

อย่า  อย่าลืมดูแลสุขภาพค่ะ

พี่นก NU 11 ครับ

ขอบคุณมากครับ พรุ่งนี้ผมลัดฟ้าไปเชียงรายครับ แล้วจะเก็บเรื่องราวดีๆ รูปภาพสวยๆมาฝากนะครับ

แล้วว่างๆผมจะเเว้บไปนครสวรรค์หากมีโอกาสเหมาะ อย่าลืมนัดพี่ชายผมคนเงียบๆขรึมๆที่ทำงานเป็นพัฒนากรแถบอุทัยธานีให้ผมด้วยนะครับ

ไปที่ร้านเก่า เวลาเดิมนะครับ (เวลาโพล้เพล้  55 5)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค๊า คุณน้องเอก จตุพร

แวะมาบอกว่าจะขอลดจำนวนหนังสือที่สั่งค่ะ จาก ๕ เล่ม เหลือ ๓ เล่มนะค่ะ ถ้ามีเพิ่มอย่างไรจะติดต่อไปอีกทีนะค่ะ

ขอบคุณครับ

 

ได้ครับพี่เหมียว..

ผมกำลังจะติดต่อไปทางคุณพนัสเพื่อเเจ้งยอดซื้อพอดีครับ :)

ภาวนา
IP: xxx.27.198.17
เขียนเมื่อ 

นักสังคม ก็อยู่ในสังคม และสร้างสังคม คุณเอกถือว่าเป็นผู้สรรสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้อีกคน เกิดมาคุ้มจริงๆ

ขอบคุณมากครับ คุณภาวนา

เเว่วเสียงจากทีวีที่เปิดแบบไม่สนใจเท่าไหร่ช่วงเช้า ท่าน ว.วชิระเมธี ท่านบอกว่า หากรักประเทศไทย ต้องหมั่นพัฒนาปัญญาของตนเอง

เพราะพลเมืองที่มีคุณภาพ เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของประเทศชาติที่เข้มแข็ง

 

เขียนเมื่อ 

ยอดเยี่ยมมาก

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับหนังสือที่จะได้ครับ

กำลังอยากจะเขียนบันทึกเกี่ยวกับค่ายฯ อยู่พอดี ขอเอาเป็นแรงบันดาลใจก่อนละกันครับ

พี่หนานเกียรติ

ดีครับมากเลยครับ ช่วยกันเขียน ผมให้กำลังใจครับ

ผมคิดว่างานเขียนจะเป็น พลังใจสำคัญที่จะปลุกเร้าอุดมการณ์ของคนรุ่นใหม่ ให้ทำงานเพื่อสังคม ทำงานจิตอาสา กันมากขึ้น ทลายความเป็นปัจเจกลง

พี่หนานได้เขียนหนังสือเเน่นอน ผมจะพาพี่ไปหลายๆสถานที่ในงานอีกชิ้น ก็หวังให้พี่ช่วยถอดช่วยเขียน ช่วยผมนี่ละครับ (ฮา)  งานนี้เป็นงานสุนทรียะครับ ต้องอาศัยคนที่มากด้วยพลังข้างใน บวกกับ คนที่มีอารมณ์ติดส์ๆ หน่อย

ตอนนี้มีหนังสือที่ผมจำนวนหนึ่ง คุณพนัสเพิ่งส่งมาให้ครับ จะนำไปมอบให้สำหรับอาจารย์ที่ผมเคารพรัก และ ให้พี่หนานเกียรติครับ ในวันที่ฟ้าเปิดอีกไม่กี่วันนี้ครับ :)