เมื่อปลายปีการศึกษา ๒๕๕๐ เด็กหญิงคนหนึ่งร้องไห้สะอึกสะอื้น เข้ามาหาฉันและบอกว่า "คุณพ่อของหนูหนีไปไหนแล้วไม่ทราบไปที่ไหน ส่วนแม่ก็พาหนูและน้องไปอาศัยอยู่บ้านลุง ไปปลูกกระท่อมอยู่หลังบ้านของลุง"  ระหว่างนั้นโรงเรียนกำลังซ่อมแซมหลังคาอาคารเรียนฉันจึงขอสังกะสีเก่าจากผู้อำนวยการโรงเรียนให้เด็กหญิงและแม่ไปมุงหลังคากระท่อม  เธอเล่าว่า...น้องก็ยังเล็กมากอายุไม่ถึงขวบแม่ต้องฝากน้องไว้กับเพื่อนบ้านแล้วไปรับจ้าง

         เธอมีพี่ชายอีก ๑ คน  พี่ชายของเธอเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ในปีนี้  และไม่ได้เรียนต่อ ปัจจุบันไปรับจ้างทำงานก่อสร้างที่กรุงเทพ  พี่ชายของเธอเป็นเด็กลูกศิษย์ของฉันเหมือนกัน  เมื่อพ่อแม่เลิกกันพี่ชายอยู่กับพ่อและปู่ย่า ซึ่งยากจนเหมือนกัน  ส่วนพ่อมีอาชีพรับจ้างรายวันในไร่ พ่อดื่มสุรามาก กลับมาทะเลาะตบตีกับแม่ของเด็กหญิงเป็นประจำ เธอเล่าว่า "คุณแม่ซื้อน้ำปลาขวดละ ๒๐ บาททำให้คุณพ่อไม่พอใจเพราะซื้อของแพง และเหลือเงินไม่พอที่จะซื้อเหล้า"  จึงเป็นเหตุทะเลาะและตบตีกัน

         ต้นปีการศึกษา ๒๕๕๒ นี้...เด็กหญิงร้องไห้ทำตาแดง ๆ แต่ไม่สะอึกสะอื้นเหมือนคราวก่อน  มาบอกกับฉันว่า "คุณแม่ของหนูแต่งงานใหม่  พาน้องไปอยู่กับพ่อใหม่ที่อำเภอวังทอง  ส่วนหนูกลับไปอยู่บ้านคุณปู่คุณย่าเหมือนเดิม" .... วันไปเยี่ยมบ้าน  "ไม่อยากเชื่อเลยว่านี่คือบ้าน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัย" เด็กหญิงคนนี้หน้าตาน่ารัก การเรียนพอปานกลางแต่มีอัธยาศรัยน้ำใจดี ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ ช่วยเหลืองานของคุณครูทุกท่านเป็นอย่างดี

       แต่ละวันเมื่อฉันนั่งมองเด็กหญิงคนนี้   หรือคนไหนหลายครั้งก็สะอื้นอยู่ในอก ฉันอยากจะบอกเด็กหญิง เด็กชายเหลือเหล่านี้ว่า.....ให้หนูสู้ ๆ ๆ ๆ ๆ โลกนี้ไม่โหดร้ายเสมอไป