...

  [ amazon ]

ภาพที่ 1: หนังสือลดความอ้วนของวีว่ามายร์ มีจำหน่ายที่ amazon.com ราคา $21.41 = 749.35 บาท > Thank [ amazon ]

...

อ.ดร.ฮาราลท์ ชทอสซิเอร์ ผู้พัฒนาโปรแกรมสุขภาพชั้นนำในสปาและโรงแรมหรูริมทะเลสาบทางใต้ของออสเตรีย ใกล้อิตาลี จะมีส่วนช่วยให้ท่ามีพลังมากขึ้น ผิวพรรณดี และหลับได้สบายขึ้น

อาจารย์แมนดี ฟรานซิสนำเคล็ดลับของวีว่ามายร์มาตีแผ่ ซึ่งจะช่วยให้ท่านผู้อ่านทำสปาแบบนี้เองได้ที่บ้าน โดยไม่ต้องบินไปรักษาที่นั่น (อีกต่อไป)

...

หลักการของวีว่ามายร์คือ สุขภาพดีเริ่มจากการกินอาหารดีๆ (ดีกับสุขภาพ) อย่างพอดี ซึ่งจะช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้ดี ผอมลง และสุขภาพดีขึ้น

กฏของวีว่า มายร์ได้แก่

  • (1). เริ่มต้นวันใหม่ทุกวันด้วยการทำความสะอาดทางเดินอาหาร (น่าจะเป็นเครื่องดื่มสมุนไพร น้ำมะนาว) และน้ำอุ่น
  • (2). ดื่มน้ำกรองอย่างน้อย 2 ลิตร/วัน - ดื่มเฉพาะระหว่างมื้อตั้งแต่หลังมื้ออาหาร 1 ชั่วโมงไปจนถึง 15 นาทีก่อนมื้ออาหาร - ไม่กินข้าวคำน้ำคำ และไม่ดื่มน้ำระหว่างมื้ออาหาร
  • (3). ดื่มเอนไซม์ (น้ำย่อย) ช่วยย่อยระหว่างมื้ออาหารเจือจาง
  • (4). ถ้าอยากดื่มเครื่องดื่มระหว่างมื้อ ให้จิบชาสมุนไพรเล็กน้อยได้ อย่ามาก
  • (5). ที่วีว่ามายร์ - ห้ามดื่มกาแฟ ชา น้ำอัดลม เพื่อกำจัดกาเฟอีนออกไป

...

  • (6). ดื่มนม ผลไม้ น้ำผัก (ไม่ใช่น้ำผลไม้กรอง), ชาสมุนไพรได้
  • (7). กินให้สอดคล้องกับนาฬิการ่างกาย คือ มื้อเช้า-เที่ยงค่อนข้างมาก เนื่องจากช่วงนี้ร่างกายจะย่อย-ดูดซึมสารอาหารได้ดีกว่าเวลาอื่นๆ
  • (8). ลดเสี่ยงอ้วนด้วยการกินอาหารมื้อเย็นเป็นมื้อเล็กๆ - กินก่อน 6 โมงเย็น (18.00 นาฬิกา) - เนื่องจากระบบย่อยอาหารของคนเราจะมีประสิทธิภาพต่ำลงหลังพระอาทิตย์ตกดิน
  • (9). เคี้ยวอาหารเต็มปากทุกคำ 30-40 ครั้งก่อนกลืน เปรียบคล้ายช่องปากทำหน้าที่เป็นหม้อซุป บด-คลุกเคล้าอาหารจนเป็นซุปก่อนกลืนลงไป ซึ่งจะช่วยให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น และทำให้เกิดการรับรู้ "ความอิ่ม"
  • (10). กินอาหารสดๆ เช่น ผลไม้สด ผักสด ฯลฯ ได้เฉพาะก่อน 4 โมงเย็น (16.00 นาฬิกา) เนื่องจากเป็นกลุ่มอาหารย่อยยาก

...

  • (11). ลดคาร์โบไฮเดรตหรือคาร์บ (แป้ง-น้ำตาล) - โดยเฉพาะอาหารทำจากแป้ง แป้งขาว ขาวเหนียว ข้าวขาว ขนมปังขาว - การกินคาร์บมากๆ จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง กระตุ้นอินซูลินจากตับอ่อน และเพิ่มการสะสมไขมัน
  • (12). กินธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท (เติมรำ) ฯลฯ ปริมาณพอดี (คนทั่วไปประมาณ 2-2-1 ทัพพีเล็ก หรือแผ่นขนมปัง ถ้าเป็นข้าวเหนียวควรลดปริมาณลง 1/3)
  • (13). ใช้น้ำมันพืชหรือนัท (ถั่วเปลือกแข็ง) ชนิดหีบเย็น (cold-pressed) และไม่ใช่น้ำมันปาล์ม-กะทิ-น้ำมันมะพร้าว (มีไขมันอิ่มตัวสูง) - นำมันหีบเย็นมีสารพฤกษเคมี (สารคุณค่าพืชผัก เช่น สีน้ำมันมะกอกหีบเย็นจะออกไปทางเข้ม ฯลฯ) และสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าน้ำมันพืชทั่วไป เช่น น้ำมันรำข้าวหีบเย็น (มีขายในห้างสรรพสินค้า) ฯลฯ
  • (14). กินโปรตีนจากสัตว์ เช่น เนื้อ ปลา เนยแข็ง ฯลฯ วันเว้นวัน ไม่ควรกินทุกวัน เนื่องจากย่อยยาก
  • (15). โปรตีนจากสัตว์ควรเป็นเนื้อขาว เช่น ไก่ เป็ด ปลา ฯลฯ, กินเนยแข็งแบบอ่อนหรือครีมมากกว่าแบบแข็ง

...

  • (16). กินโปรตีนจากพืช เช่น ถั่ว เมล็ดพืช งา เต้าหู้ โปรตีนเกษตร ฯลฯ ได้ทุกวัน
  • (17). เลือกผักผลไม้ให้ครบสีรุ้ง (ม่วง-คราม-น้ำเงิน-เขียว-เหลือง-แสด-แดง) และเลือกสีเข้มให้มากกว่าสีจาง
  • (18). ไม่กินอาหารที่ทำให้เกิดกรดในร่างกายสูง เนื่องจากมีฤทธิ์ระคายเคืองเยื่อบุกระเพาะอาหาร เพิ่มการอักเสบ ท้องไส้ไม่สบาย การย่อยแย่ช้าลง มีสารพิษสะสมในร่างกาย และภูมิต้านทานโรคลดลง
  • (19). กินอาหารที่เป็นด่างต่อกรด = 2 ต่อ 1
  • (20). กินแบบสบายๆ ไม่ถูกกดดัน (stress-free) > ปิด TV, อินเตอร์เน็ต, หนังสือ, หนังสือพิมพ์, และไม่คุยเรื่องเครียดๆ เวลากินอาหาร > หยุดกินเมื่ออิ่ม ซึ่งถ้าเคี้ยวได้ละเอียดจริงๆ จะอิ่มได้โดยไม่ต้องกินอาหารมากเกิน

... 

  • (21). กินเฉพาะมื้ออาหาร ไม่กินระหว่างมื้อ ไม่กินอาหารว่าง เว้นช่วงอาหารแต่ละมื้อ 4-5 ชั่วโมง

... 

ตัวอย่างอาหารที่ทำให้เกิดกรดในร่างกายได้แก่ เนื้อ ปลา ผลิตภัณฑ์นม เนยแข็ง ธัญพืช ถั่วทั้งชนิดถั่วสดและถั่วเมล็ดแห้ง...

ผลไม้ตระกูลส้ม เช่น ส้ม มะนาว ส้มโอ เกรพฟรุตหรือเสาวรส ฯลฯ อาหารขัดสี อาหารผ่านกระบวนการผลิตไขมันจากสัตว์ น้ำมันทั่วไปที่ไม่ใช่น้ำมันหีบเย็น แอลกอฮอล์ กาแฟ และชา

...

ตัวอย่างอาหารที่เป็นด่างได้แก่ ผัก มันฝรั่ง น้ำมันหีบเย็น (ชนิดที่มีขายในไทย คือ น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก) ผลไม้สุก...

นมและครีม สมุนไพร เครื่องเทศ นัท (ถั่วเปลือกแข็ง กระเทาะเปลือก เช่น อัลมอนด์ ฯลฯ) เมล็ดพืช

...

วิธีกินอยู่แบบสบายๆ (stress-free) ได้แก่

  • (1). กินแบบรู้คุณธรรมชาติ คนที่เตรียมอาหารให้ - ควรแสดงความชื่นชมตามสมควร เช่น ชมว่า อาหารมื้อนี้มีอะไรที่อร่อย อร่อยดีกับสุขภาพ ฯลฯ และชมตามจริงให้ได้ทุกวัน หรือดีกว่านั้น คือ ทุกมื้อ
  • (2). นอนให้เร็วขึ้น-ตื่นให้เร็วขึ้น 30 นาที เพื่อให้มีเวลากินอาหารเช้าได้อย่างเต็มที่ และพิถีพิถัน (เคี้ยวอาหารเต็มปากช้าๆ คำละ 30-40 ครั้ง)

...

  • (3). ถ้ารู้ว่าจะต้องรีบกินก็อย่าเพิ่งกิน ดื่มน้ำแทน - การกินอาหารแบบรีบเร่ง ทำให้มีปริมาณน้ำลายไม่มากพอ อาหารที่เคี้ยวละเอียดย่อยยาก ทำให้เกิดการหมัก และย่อยสลายจากเชื้อโรค
  • (4). เมื่อมีเวลาพอแล้วค่อยกิน - นั่งลงกิน ผ่อนคลาย และเคี้ยวช้าๆ  - นี่เป็นวิถีแห่งการใช้ชีวิตที่เคารพธรรมชาติ และเคารพตัวเราเองด้วย

...

  • (5). ออกแรง-ออกกำลังหลายรูปแบบเป็นประจำ โดยเน้นว่ายน้ำ เดินขึ้นลงเนิน-ใช้ไม้เท้า 2 ข้างแบบนอร์ควอร์ค (Nordic walking), โยคะ และพิลาทิส

 

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ >  > Thank MailOnline; Telegraph 

ที่มา