
การฝึกอบรมเพื่อพัฒนาครูแนวใหม่
โดยสุริยวิชญา ทรงกลด
เป็นที่ยอมรับมาทุกยุคสมัยว่า ครูเป็นเป็นทรัพยากรที่มีค่าและสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาประเทศ ประเทศเจริญก้าวหน้าได้ต้องอาศัยครูเพราะครูเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นประชาชนพลเมืองที่มีคุณภาพซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์ความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศชาติต่อไป
การพัฒนาครูโดยวิธีการฝึกอบรมเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะช่วยให้ครูได้เรียนรู้ เข้าใจหลักการวิธีการปฏิบัติงานที่ถูกต้อง ทันการเปลี่ยนแปลง ช่วยเพิ่มพูนทักษะและเทคนิคที่เหมาะสมให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ครูเห็นคุณค่าและศักยภาพแห่งตน ช่วยสร้างความเป็นเอกภาพให้กับวงวิชาชีพครู ช่วยให้ครูมีความเชื่อมั่น มีขวัญกำลังใจ อีกทั้งยังช่วยสร้างเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพและองค์กร แต่การฝึกอบรมจะสามารถสร้างคุณโยชน์ได้มากหรือน้อยนั้นย่อมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยประกอบกัน
การฝึกอบรมครู เป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนและเปราะบางอย่างยิ่ง เพราะครูถือเป็นวิชาชีพที่มีผลต่ออนาคตของเด็กและเยาวชนทั้งประเทศ หากหน่วยงานที่จัดการอบรมเลือกรูปแบบและกระบวนการที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง และหากองค์ความรู้ที่นำมาใช้เพื่อการอบรมครูนั้นเป็นเพียงแนวคิด หรือทฤฏีนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งยังไม่ได้ผ่านกระบวนการศึกษาวิจัยทดลองใช้ให้เป็นผลึกความรู้ที่สอดคล้องกับบริบทความเป็นไทย การฝึกบรมนั้นย่อมสุ่มเสียงต่อการทำลายทั้งศักยภาพภายในตัวครู และตัวเด็ก ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่เกินที่จะแก้ไขได้ทัน การใช้รูปแบบการอบรมครูที่ผิด จึงเปรียบเสมือนให้ครูมียาพิษ เพื่อใช้ทำลายอนาคตของลูกศิษย์ โดยมิรู้ตัว
กว่า 20 ปี่ที่ผ่านมาของการอยู่ในวงการศึกษา พบว่ารูปแบบการอบรมเพื่อพัฒนาครูนั้นยังอยู่ในรูปแบบซ้ำซาก จำเจ น่าเบื่อ ผู้จัดเองก็เบื่อแต่จำเป็นต้องจัดให้ ผู้เข้ารับการอบรมก็เบื่อแต่จำเป็นต้องเข้าอบรมเพราะเป็นคำสั่ง วิทยากรก็เป็นเพียงผู้บอกผ่านความรู้ ความรู้ที่นำมาถ่ายทอดส่วนใหญ่ก็เป็นความรู้มือสอง คือนำมาจากเอกสารตำรา จากแนวคิดทฤษฎีเพียงแต่ว่ามีวิทยากรมีโอกาสได้ศึกษามาล่วงหน้าเท่านั้น สื่อและวิธีการที่ใช้ก็พัฒนามาเป็นลำดับ เริ่มจาก บรรยาย ฉายแผ่นใส แบ่งกลุ่ม ให้ใบงาน นำประเด็นมาเสนอ ต่อมาก็เป็นบรรยาย ประกอบPowerpoint ปล่อยใบงานเดี่ยว งานกลุ่มและให้ออกมานำเสนอ จะพอมีบรรยากาศสนุกสนาน ตื่นเต้นเร้าใจอยู่บ้างก็ตรงที่ว่าวิทยกรคนใดจะมีลูกเล่นลูกฮา หรือลีลาพาเพลินมากกว่ากัน
การฝึกอบรมครูในอดีต เป็นการอบรมที่ไม่ได้ตรงตามความต้องการของครู แต่เป็นความต้องการของหน่วยงานต้นสังกัด หน่วยงานต้นสังกัดให้อบรมก็ต้องอบรมทั้งประเทศ ถ้าถูกก็ถูกกันทั้งประเทศ แต่ถ้าผิดก็ผิดกันทั้งหมด แนวคิดบางแนวคิดไม่จำเป็นที่ครูทั้งประเทศจะต้องใช้เพราะแนวคิดนั้นอาจจะไม่ได้มีความเหมาะสมกับสภาพที่เป็นอยู่จริงของเราเลย แท้ที่จริงแล้วหากได้สัมผ้สกับครูอย่างใกล้ชิด เข้าใจ และเข้าถึงครูอย่างแท้จริง ก็จะรู้ว่าครูไทยเรามีศักยภาพสูงมาก แต่การอบรมที่ผิดวิธีอาจเป็นตัวทำลายศักยภาพ และความเชื่อมั่นในตัวของครูเองไปสิ้นครูเกิดความวิตก เกิดความคลางแครงใจ ในวิธีการที่ตัวเองเคยใช้ได้ผลมาแล้ว ซึ่งถือเป็นผลึกความรู้และมวลประสบการณ์ที่มีคุณค่ายิ่ง
การฝึกอบรมเพื่อพัฒนาครูแนวใหม่ เป็นการฝึกอบรมที่เน้นให้ครูได้ค้นพบศักยภาพแห่งตน มีความเชื่อมั่นที่จะนำเสนอวิธีการที่ตนค้นพบจากประสบการณ์การทำงาน เป็นการอบรมที่ทำให้ครูรู้สึกว่าตนเองเป็นคนสำคัญ การอบรมจะต้องมีความสุข สนุกสนาน เกิดการเชื่อมโยงประสานระหว่างประสบการณ์เดิมและความรู้ใหม่อย่างกลมกลืน วิทยากรต้องเป็นผู้รู้ใจครู(มีจิตวิทยสูง) มีความรู้แจ้ง สามารถสาธิตหรือแสดงตัวอย่างให้เห็น หรือพาทำให้เป็นได้ วิทยาการต้องมีกระบวนการที่ครูสามารถใช้เป็นแบบอย่างได้ กล่าวได้ว่า "ปรารถนาให้ครูจัดกระบวนการเรียนรู้กับผู้เรียนอย่างไร กระบวนการฝึกอบรมครูควรเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน"
เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ เพราะปัจจุบันโลกเรามีการเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว คนเป็นครูจึงต้องพัฒนาตนเอง มาก ๆ อยากให้มีการอบรมที่ดี ไปตลอดและทุกสถานศึกษา
ผู้ให้การอบรมครูต้องพัฒนาตนเองด้วย เพราะครูที่ได้รับการอบรมต้องการสิ่งที่แปลกใหม่นำไปใช้ได้ แต่ถ้ายกเนื้อหาจากหนังสือทั่วไปก็ไม่มีประโยชน์เป็นการอบรมที่ไร้คุณค่าและเสียเวลา
ความคิดดีมาก เยี่ยมมาก เก่งมาก เข้าใจครูจังเลย เยี่ยมมมมมมมมมมมมมจริงงงงงงงงงงครับผม
แล้วผมจะมีโอกาสเก่งงงงงงงงงงงเหมือนคุณไม๊เนี่ย เก่งจริงจริง....
เคยอบรมกับคุณนะ แต่ชอบอาจารย์ผู้หญิงนะเก่งมาก