สิ่งศักดิ์สิทธิ์และอภินิหาร

หลังจากได้ทำกิจธุระส่วนตัว  คณะฯ
ของเราก็ดูสดชื่น-แจ่มใส พร้อมที่จะ
ลุยเที่ยวแดนมหัศจรรย์แห่งนี้  กิจกรรมแรกก็คือ
ไปกราบนมัสการพระใหญ่  เพื่อความเป็น ศิริมงคล  กับตัวเองและครอบครัว ซึ่งประดิษฐาน
อยู่บนยอดเขาเกาะฟาน
ระหว่างอ่าวบางรักษ์ และอ่าวปลายแหลมเกาะสมุยสร้างขึ้นเมื่อ
ปีพ.ศ.
2515 เป็นที่เคารพบูชาของชาวเกาะสมุย   หลายท่านกล่าวว่าเมื่อมาเที่ยว
เกาะสมุยแล้วถ้าไม่ได้มากราบไหว้นมัสการพระใหญ่
เหมือนมาไม่ถึงเกาะสมุย

      

      

    ต่อจากนั้นไปรับประทานอาหารกลางวันอย่างหิวกระหายเพราะล่วงเลยเวลามามากโข
หิวขนาดนั้นแม้ช้างทั้งตัวก็คงหม่ำไม่เหลือ

       

  รายการต่อไปคือ ไปเที่ยวชมน้ำตกหน้าเมือง  พี่คนหนึ่งกล่าวว่าสวยมาก  สวยกว่าน้ำตกคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชรอีกแน่ะ  เราหันไปมองหน้าผู้พูดและรอฟังประโยคถัดไปอย่างอยากรู้เหตุผล  เพราะมั่นใจว่าต้องมีนัยอื่นๆแฝงตามมา จริงดังคาด เขากล่าวต่อว่า ก็ที่นี่มี
ฝรั่งใส่ชุดบิกีนี่เล่นน้ำตกไงก็เลยดูสวย    อ้าว...  ตอนนี้ไม่สวยเสียแล้ว  เพราะคุณเธอทั้งหลาย
เร้นกายหายลับไปจากบริเวณน้ำตก  บริเวณข้างเคียง
มีบริการขี่ช้างเที่ยวป่าสำหรับ
นักท่องเที่ยวที่สนใจอีกด้วย

                       
 หลังจากนั้นก็ไปกราบ หลวงพ่อแดง  ปิยะสีโล (พระครูสมถกิตติคุณ) พระนักวิปัสสนาชื่อดัง
ของเกาะสมุย  หลวงพ่อแดงมรณภาพตั้งแต่ปีพ.ศ.
2516 เป็นเวลา 36 ปีแล้วแต่สรีระไม่เน่าเปื่อย
และได้รับการเก็บรักษาบรรจุไว้ในโลงแก้ว ห่อจีวร สวมแว่นดำ อยู่ในท่านั่งขัดสมาธิวิปัสนา
แข็งเหมือนหุ่น
หลวงพ่อแดงสั่งพินัยกรรมไว้ว่าไม่ให้เผาและไม่อาบน้ำยาดับกลิ่นศพ
ให้ปล่อยไปตามธรรมชาติ...ก่อนสิ้นมรณภาพนั้นหลวงพ่อแดงแสดงนั่งสมาธิหลับตา
จนสิ้นใจเหมือนในภาพที่เห็น
อภินิหารจริงๆค่ะ

                             

ด้านข้างมีฆ้องแขวนไว้  เชื่อกันว่าหากใครจะทำการสิ่งใดสำเร็จใช้มือลูบฆ้องจะมีเสียงกังวาน
ให้ได้ยิน โดยไม่ต้องใช้ไม้ตีฆ้อง 
หลายคนตั้งจิตอฺธิษฐานถามความกันยกใหญ่  มีเด็กผู้หญิง
ประมาณ
2 -3คน  คอยช่วยจับมือสัมผัสฆ้องเมื่อเกิดเสียงดังเจ้าของมือก็จะส่งเงินให้ด้วย
ความปลื้มปิติยินดี  เราเองลองบ้างไม่ยักเกิดเสียงจึงบอกให้เด็กๆช่วยหน่อย  พอเด็กฉวยมือเรา
ไปสัมผัสก็รีบปล่อยโดยไม่พยายามจะช่วยให้เกิดเสียงเวลาลูบฆ้อง  กล่าวสั้นๆว่า มีครีมหรือ
โลชั่นเสียงไม่ดังหร็อก  นี่ไง
….เป็นข้อเท็จจริงตามหลักวิทยาศาสตร์

 

http://www.matichonbook.com/newsdetail.php?gd=44641