เสน่ห์แห่งกระแสจิต.....เป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ไม่เห็นด้วยสายตา แต่ทว่าสัมผัสได้ด้วยใจ (ไม่เชื่อต้องพิสูจน์....ดูบทเฉลยด้วยตัวคุณเอง แล้วคุณจะรู้ว่า..... ความทึ่งเป็นเช่นไร)

เสน่ห์...แห่งกระแสจิต

ผมเคยเขียนบันทึกที่เกี่ยวกับทะเลใต้....ที่มีคำว่า "เสน่ห์" อยู่ด้วย

และเมื่อวานนี้ ผมอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง พบคำ ๆ นี้... เป็นเสน่ห์ทางธรรม ที่น่าสนใจ มากกว่า เสน่ห์ทางโลก หลายเท่าตัวนัก

เป็นพลังในรูปแบบหนึ่งที่สามารถทำให้เราหรือใครก็ตาม เมื่อเข้าใกล้ ใครคน ๆ นั้น แล้ว รู้สึก.... เย็น...จับใจ

ภาพจาก internet : The art of Joseph Skala

หากคุณมีประสบการณ์ ที่เมื่อคุณผ่านพบใครบางคนแล้ว....เกิดความรู้สึกอยากอยู่ใกล้ แม้นรูปร่าง หน้าตาของใครคนนั้น อาจไม่หล่อเลิศ หรืองามแท้ แม้กระทั่ง การพูดจาก็ไม่เป็นที่สะกดจิต สะกดใจเท่าไหร่ก็ตาม

แต่ใครคนนั้น.....กลับมีเสน่ห์อย่างไม่น่าเชื่อ เป็นพลังเสน่ห์ที่สร้างกระแสแห่งความดึงดูดได้ร้ายกาจยิ่งกว่า..... เสน่ห์ทางกายและเสน่ห์ทางใจรวมกันเสียอีก

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น.....อะไรเป็นตัวบอกเราว่า เจ้าสิ่งนี้ "เสน่ห์แห่งกระแสจิต" ถึงมีพลังและมีอนุภาพขนาดนั้น

เพราะ......เป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ไม่เห็นด้วยสายตา แต่ทว่าสัมผัสได้ด้วยใจ




ภาพจาก internet

เราอาจไม่รู้ว่า จิตมนุษย์ที่แผ่กระจายออกมา และทำให้เรารู้สึกได้นั้น มีพลังจากแหล่งพลังต่าง ๆ มากมาย ........พลังความคิด........พลังความสว่างทางปัญญาที่รู้ชอบในธรรม.........พลังจากมหากุศลที่ได้กระทำไปแล้ว พลังแห่งสุขภาพ พลังในหน้าที่ และพลังอื่น ๆ อีกหลายต่อหลายอย่าง

ต้นตอของเสน่ห์แห่งกระแสจิต นี้ เกิดจาก....

วิธีคิด สายความคิดที่ไม่ค่อยขาดสาย โดบปรุงแต่งจิตให้เป็นไปต่าง ๆ นานาได้มากกว่าปัจจัยด้านอื่น

เสน่ห์แห่งกระแสจิตนี้ ฝึกได้ เลียนแบบได้ (เมื่ออ่านถึงบรรทัดนี้ จะมัวช้าอยู่ใย....มาบริหารเสน่ห์ทางกระแสจิต ให้ปลิวว่อนกันไปเลย...ดีมั้ยครับ)

วิธีคิดหลัก ๆ ที่ก่อให้เกิดรัศมีจิตที่มีเสน่ห์ ง่าย ๆ จนใครบางคนมีกันอยู่ถ้วนทั่วแล้ว ก็เป็นได้ ดังนี้

ภาพจาก internet

@ ความคิดเป็นเส้นตรงไม่หมกมุ่นวุ่นวน คือ มีเป้าหมายปลายทางของความคิดชัดเจน มีลำดับขั้นตอนที่จะไปให้ถึงจุดหมายปลายทางอย่างชัดเจน หากมีความคิดชนิดนี้ ก็จะก่อให้เกิดเสน่ห์ที่เปล่งพลังชะโลมใจ คนที่สัมผัสได้ จะเกิดความรู้สึกราบรื่น ไม่วกวน และเมื่ออยู่ใกล้คุณนาน ๆ ก็จะพลอยเกิดคลื่นความคิดเป็นระเบียบตามไปด้วย

@ ความคิดที่เบากริบหรือเงียบเชียบคือคิดเท่าที่จำเป็น สามารถเว้นวรรคความคิด และรู้จักเสพสุขกับสิ่งอื่น เช่น ภาพแมกไม้ เสียงน้ำตก หรือแม้กระทั่งเฝ้าสังเกตการเข้าออกอย่างเรียบง่ายของลมหายใจตัวเอง หากมีความคิดชนิดนี้ คนที่สัมผัสก็จะเกิดความรู้สึกผ่อนคลายไม่อึดอัด อยู่ใกล้คุณอาจพลอยสงบสุขตามไปด้วย และหากคลุกคลีใกล้ชิดกับคุณนานพอ กลุ่มความคิดที่หนาแน่นของเขาอาจพลอยเบาบางลง กลายเป็นคนไม่คิดมาก ตามคุณไปด้วยอย่างถาวร

@ ความคิดมองโลกในแง่ดี คือ มีมุมมองของความหวังด้านบวกเสมอ เชี่ยวชาญในการสร้างทางออก ขณะที่คนทั้งโลกเชี่ยวชาญในการพาตัวเองไปสู่ทางตัน หากคุณมีความคิดชนิดนี้ คนที่สัมผัสก็จะเกิดความรู้สึกสว่างไสว ไม่มืดมน และเมื่ออยู่ใกล้คุณนาน ๆ อาจพลอยเกิดแรงบันดาลใจและความหวังใหม่ ๆ ตามไปด้วย

@ ความคิดเผื่อแผ่ พร้อมจะเสียสละ คือมีความอยากให้มากกว่าอยากเอา เป็นผู้ให้โดยไม่จำเป็นต้องคำนวณเสียก่อนว่าจะได้รับสิ่งใดตอบแทน หากคุณมีความคิดเช่นนี้ คนที่สัมผัสก็จะเกิดความรู้สึกอบอุ่นใจ เห็นคุณเป็นที่พึ่งเป็นการให้แบบใจดีมีความน่าเกรงใจ ไม่ใช่ให้แบบใจอ่อนยอมไปเสียทุกเรื่อง ดูไร้ค่า

@ ความมีใจเอ็นดูไม่คิดประทุษร้าย มีเหตุผลเสมอ ๆ ว่าทำไมควรให้อภัย หากคุณมีความคิดเช่นนี้ คนสัมผัสก็จะรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจ ไม่หวาดระแวง มีความปรารถนาดีต่อ หากเกลียดหรือคอยคิดแต่จะทำร้ายผู้อื่น แปลว่าต้องมีใจพาลและสันดานหยาบเอาเรื่องทีเดียว

@ ความคิดมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว ทำอะไรทำจริง ตั้งใจทำอะไรแล้วไม่ล้มเลิกง่าย ๆ คนที่สัมผัสก็รู้สึกถึงพลัง ความเข้มแข็งไม่อ่อนแอ มุ่งมั่นเพื่อพัฒนาไปสู่ความสำเร็จ

@ ความคิดยับยั้งชั่งใจ แม้พบสิ่งยั่วยุให้ละโมบโลภมาก ก็สามารถระงับความอยากได้เพราะเห็นว่าไม่ถูกไม่ชอบ หรือระงับความอยากตอบโต้ด้วยความรุนแรง คนที่สัมผัสก็จะรู้สึกถึงขันติ ความอดทนทางใจ

@ ความคิดไม่เข้าข้างตัวเอง คือไม่หลงตัวเอง รู้ตัวเองว่ามีจุดบอดและข้อเสีย ไม่ประกาศตัวเองว่าดีพร้อม ทำอะไรไม่ผิดสักอย่าง คนที่สัมผัสก็จะรู้สึกถึงสำนึกอันดีงาม กระแสแห่งความสำนึกผิดจะเป็นแรงบันดาลใจให้กล้าที่จะยอมรับผิด ไม่ต้องเกลียดตัวเองด้วยกำแพงปกป้องตนเองอันน่ารังเกียจ

@ ความคิดที่รื่นรมย์เบาสมอง คือสามารถมองแง่ร้ายให้เป็นเรื่องตลกได้ คนที่สัมผัสก็จะรู้สึกถึงอารมณ์ขัน ไม่เคร่งเครียด เต็มไปด้วยความรื่นเริงบันเทิงใจ

@ ความคิดแบบผู้ชนะที่มีน้ำใจนักกีฬาและความปรานี ไม่มีใครอยากยืนข้างคนแพ้ ขณะเดียวกันก็ไม่อยากยืนใกล้ผู้ชนะที่เหลิงหลงและหมื่นศักดิ์ศรีผู้อื่น ผู้ชนะอาจชนะในเกมกีฬา ธุรกิจ หรือกระทั่งชนะเกมกิเลส ถ้าเอาชนะเกมกิเลสที่ว่ายาก แล้ว ถือว่าเป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ หากคุณมีความคิดชนิดนี้ จะเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดใจ ผู้สัมผัส ก็จะเกิดความหลงไหลเสน่ห์อันโดดเด่นนี้อย่างจับใจ

ประเด็น หลัก ๆ ที่ กล่าวมาข้างต้น...

อาจเป็นสิ่งที่ใคร หลาย ๆ คน เคยคิดและทำอย่างสม่ำเสมอ บางคนเคยคิดและละเลยไปเพราะถูกอำนาจของบางสิ่งบางอย่างชักนำไปคิดอย่างอื่น ทำเยี่ยงอื่น และลืมความคิดที่เคยคิดเหล่านี้ไป

ต่อให้มีเสน่ห์ทางกายและเสน่ห์ทางวาจา ถ้าคิดฟุ้งซ่านอยู่เป็นนิตย์.....คนที่อยู่ใกล้ก็จะอึดอัด ไม่อยากอยู่ใกล้

ไม่เคยมีคำว่าสายเกินที่จะคิดใหม่ เพื่อให้สิ่ง ดี ดี จรรโลง อยู่กับโลกของเรา สังคมของเรา และชุมชนที่เราได้อยู่ได้อาศัย และเติบใหญ่ ขึ้นมาจวบเท่าทุกวันนี้.....เสน่ห์แบบนี้สร้างไม่ยากเลย....ผมเชื่อของผมเช่นนี้ ลงมือคิดตาม.... และเสน่ห์แห่งกระแสจิตก็จะอยู่กับคุณ ตลอดไปนานเท่านาน

...........ผมเชื่อเช่นนั้น.......

คิดได้ ดังนั้นแล้ว ....ลงมือทำอย่างต่อเนื่อง แล้วคุณจะทึ่งเหมือนที่ผมเคย...ทึ่งมาก่อน(ไม่เชื่อต้องพิสูจน์....ดูบทเฉลยด้วยตัวคุณเอง แล้วคุณจะรู้ว่า..... ความทึ่งเป็นเช่นไร)


แหล่งข้อมูล : เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว โดย ดังตฤน

ISBN : 978-974-642-386-1