น้องครูอิงจันทร์ น้องโบกี้ น้องต้นกล้า น้องต้นน้ำ ได้นำน้องเอกและครูคิมไปเที่ยวจุดแคบที่สุดในสยามและผ่านไปที่ด่านสิงขร  ชายแดนไทยพม่าตามที่เล่าในบันทึก ๒๙๔ วันนี้กลับบ้านแล้วได้โอกาสเล่าต่อเพื่อเป็นการแบ่งปันและเตือนความจำ 

          ลักษณะของตลาดชายแดนด่านสิงขร เหมือนตลาดนัดทั่วไป ของแถบชายแดนแม่สอด แม่สาย ที่จะเห็นชาวพม่าพลุกพล่าน มีสิ่งของเช่นเดียวกันแต่ที่นี่มากไปด้วยกล้วยไม้นานาชนิด มีกล้วยไม้ป่าเกินกว่าร้อยละ ๙๐ นอกนั้นมีกล้วยไม้เลี้ยงบ้างเช่นหวายสกุลต่าง ๆ แวนด้าและแคทลียาเพียงเล็กน้อย

         การต่อสู้ชีวิตเพื่อความอยู่รอดเป็นเรื่องของมนุษย์  ไม่ว่าจะเกิดมาเป็นคนชาติใด  ได้ลองถามคนขายกล้วยไม้เหมือนกันว่า "ที่ประเทศพม่ามีการอนุรักษ์และลงโทษผู้นำของป่ามาขายหรือไม่" คำตอบที่ได้รับไม่ตรงคำถามมากนัก  แต่มีความหมายว่าที่เขานำมาขายเช่นนี้เพราะความยากจนและความอยู่รอดของชีวิต

         คนกลุ่มนี้คุยกันเป็นภาษาพม่า แม่ค้าชาวไทยที่อยู่ใกล้ ๆ อธิบายให้ฟังว่า "พวกเขาคุยกันเรื่องการเล่นการพนัน และหวยใต้ดิน  และนั่งรอพรรคพวกเพื่อจะไปเล่นพนันกันในเขตแดนของพวกเขา"

         สังเกตว่า  นักท่องเที่ยวบางตากว่าที่ด่านแม่สอดและชายแดนแม่สายมาก และไม่มีผู้คนนิยมซื้อ มีแต่เดินชมและผ่านไปมา กล้วยไม้ส่วนมากราคาแพง ยกเว้นเพชรหึงราคาไม่แพง  อาจเป็นเพราะต้นใหญ่โตทำให้ขนย้ายยากลำบากหรือมีมาก จะเห็นว่าบ้านเรือนสองข้าทางแทบทุกบ้านมีต้นเพชรหึง

          เพชรพลอยที่มองเห็นระยิบระยับ ตอนแรกเข้าใจว่าราคาไม่แพง  เมื่อเข้าไปชมใกล้ ๆ และลองถามราคาดู  จึงทราบว่าราคาไม่เป็นแบบที่คิดไว้ หมดวาสนาเป็นเจ้าของในทันที  แม่ค้าบอกว่า "ของจริงนะ" แต่ครูคิมรีบบอกแม่ค้าว่า "เราชอบของปลอมค่ะ"

ขอขอบคุณ 

ภาพสวย ๆ โดยฝีมือน้องเอก ส่วนภาพที่ธรรมดาเป็นฝีมือครูคิมถ่ายเอง