จากบันทึก “ลูกใครหว่า...http://gotoknow.org/blog/krukim/269646” และ บันทึก “จับกั้งhttp://gotoknow.org/blog/krukim/270102”ของพี่ครูคิม กัลยาณมิตรหลาย ๆ ท่าน คงทราบกันดีแล้วว่า ครูอิงได้มีโอกาสต้อนรับพี่สาวและน้องชาย ครูอิงหมายถึงพี่ครูคิม และน้องเอก จตุพร นั่นเอง
ความจริงแล้วเรามีนัดที่จะพบปะกันตั้งแต่ช่วงเมษายน แต่ติดขัดที่ครูอิงไม่เปิดใจ เนื่องจากยังมีความกลัวในหลาย ๆ เรื่อง เหมือนเด็กที่กลัวคนแปลกหน้า หรือกลัวเหรียญอีกด้านที่มองไม่เห็น ไม่มั่นใจว่าคนที่คบกันทางอากาศจะจริงใจกันแค่ไหน เหรียญด้านหน้าที่มองเห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จะเป็นแค่ภาพลวงตาที่สร้างขึ้น หรือจะเป็นเรื่องจริง จึงผลัดวันเรื่อยมา จนกระทั่งลงเอยที่วันที่ 20-22 มิถุนายน 2552 กระนั้นก็มิวายที่จะตื่นเต้นตลอดเวลา ถึงขนาดนอนไม่หลับ
และในที่สุดฉันก็ได้สัมผัสความจริงว่าไม่มีอะไรน่ากลัวตามที่ฉันจินตนาการเลย เพราะพี่สาวและน้องชายที่ฉันกล่าวถึง เป็นคนติดดินพอ ๆ กับความเป็นคนบ้านนอกของครูอิง
เนื่องจากทั้งพี่สาวและน้องชายเป็นกัลยาณมิตรชาวเหนือ ครูอิงจึงจัดการเรื่องที่พัก ให้ได้พักชายทะเล ชนิดที่ก้าวขาแค่ไม่กี่ก้าวก็ได้สัมผัสคลื่นแล้ว ดังนั้นเสียงคลื่นกระทบฝั่งจึงมีให้ฟังทั้งคืน
สัมผัสแรกที่เจอกัน พี่ครูคิมเข้ามากอดครูอิง พร้อมกับบอกว่าไม่เห็นอ้วนอย่างที่คิดเลย (ซึ่งครูอิงทราบดีว่าพี่คิมพูดเพื่อให้กำลังใจ) ไม่กล้ากอดคุณเอก เพราะน้องเป็นชายหนุ่ม เกรงจะไม่เหมาะสม
เมื่อรับประทานอาหารเช้า(เช้า+เที่ยง) โดยฝีมือการทำอาหารของครูอิง ซึ่งมีปูม้านึ่ง น้ำพริกกะปิปลาทู ผักสด ผัดสะตอสไตล์อิงจันทร์ ผลไม้ตามฤดูกาล ครูอิงรู้สึกแปลกใจมากที่เพื่อนชาวเหนือสามารถทานอาหารภาคใต้ได้อย่างเอร็ดอร่อยโดยเฉพาะสะตอสด ๆ และ ใบเหรียง ทานได้เก่งกว่าคนภาคใต้แท้ ๆอย่างครูอิงซะอีก
หลังจากทานอาหารเสร็จ เราก็เดินทางโดยรถตู้ไปเที่ยวที่ด่านสิงขร ครูอิงประทับใจในภาพที่ได้เห็นคุณเอก จตุพร เล่นกับเด็กพม่าคนนึง โดยไม่มีทีท่ารังเกียจแม้แต่น้อย ครูอิงมัวตะลึงกับภาพที่คิดไม่ถึงจึงไม่ได้บันทึกภาพนั้นไว้
(พี่คิม คุณเอกให้ความเอ็นดูน้องต้นน้ำต้นกล้าลูกชายครูอิงมากค่ะ)
ออกจากด่านสิงขร ครูอิงพาพี่สาวและน้องชายไปกราบพระที่วัดทางสาย ที่วัดนี้มีสิ่งสวยงาม และอัศจรรย์ รอให้ผู้คนไปสัมผัส เป็นวัดที่สวยงามมากจริง ๆ ค่ะ ซึ่งครูอิงจะพาลูก ๆ มาเป็นประจำอยู่แล้ว และเมื่อมีญาติมิตร เพื่อนพ้องมาเที่ยวที่ครูอิง ครูอิงก็จะต้องพามาวัดนี้ก่อนเสมอ ซึ่งคุณเอกได้ถ่ายรูปเอาไว้มากมายเช่นกัน แต่เจ้าของภาพจะได้มีโอกาสนำมาเผยแพร่หรือไม่ยังไม่ทราบ เพราะดู ๆ แล้ว น้องชายจะมีงานเข้าตลอดเวลา (สังเกตจากการสนทนาทางโทรศัพท์)
ในเรื่องของวัดทางสายนี้ ท่านวิโรจน์ พูลสุข ได้แต่งกลอนบทสั้น ๆ บอกพี่ครูคิมว่า
ตอบครูคิมวัดทางสายใกล้สวรรค์ ดุจวิมานกลางเวหาน่าฉงน
แสนวิจิตรตระการตาถ้าได้ยล ไม่รู้คนหรือเทวามาสร้างโชว์
ดูบันทึกคู่ขนานค่ะ http://gotoknow.org/blog/krukim/270102
พี่อิงที่รัก
สวัสดีค่ะ
เด็กพม่าคนนี้น่ารักครับ ผมคิดว่า การสื่อสารเขากับผมสื่อสารด้วยใจกันมากกว่า
ที่ด่านสิงขร
รู้สึกยังไงไม่รู้สิครับ??
เด็กน้อยชาวพม่าคนนี้ น่ารักมาก เขาโผวิ่งมากอดขา และ ให้ผมอุ้ม ...ยังคิดถึงเเววตาและท่าทางเขาอยู่เลย
แวะมาชื่นชมความอบอุ่นแบบพอเพียง
สวัสดีค่ะ
แวะมายามหัวค่ำ
ทานข้างหรือยังค่ะ
ช่วงนี้เป็นยังไงบ้างค่ะ ชีพจรรองเท้าหรือเปล่าค่ะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะพี่อิงจันทร์
ตามมาดู แอบมาเที่ยวชม
กินบรรยกาศแห่งมิตรภาพค่ะ
หลานชายทั้งสองท่าทางน่ารักจังเลยนะคะ
คิดถึงพี่ครูอิงจันทร์ค่ะ ^_^
บรรยากาศดีจังเลยค่ะ
คุณครูอิงสบายดีนะคะ
...เอ..ใจยุ่ง ๆ คิดถึงใครอยู่หรือเปล่าคะ...
มีความสุขมาก ๆ นะคะ
(^___^)
ตามมาดูพี่ๆน้องๆไปเที่ยว นึกว่าลูกชายน้องเอก อุตส่าปิดไว้ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ ว่างๆๆมาเที่ยวที่เกษตรศาสตร์บ้างนะครับพี่ รอๆๆๆ
มิตรภาพเหนือใต้ไซค์เดียวกัน อืม..เข้าใจตั้งชื่อ เพราะเคยได้ยินแต่หัวใจเดียวกัน
ประทับใจในมิตรภาพ ที่ได้เห็นคะ ซักวันหนึ่ง อาจจะเป็นพี่สุไปเยี่ยม เที่ยวทะเลบ้าง เอ๋ มันไกลมากไหม ประจวบอยู่ภาคใต้ ต้องนั่งเครื่องบิน ใช่ไหมคะ
เอ๋ เห็นพูดถึงน้องน่ารักคนนี้กำกวม ลูกใครหว่า เสื้อสีส้ม หนะ
ธรรมชาติ ก็สวย ทะเลก็ใส มีคลื่นเล็กๆ และวัดทางสาย สีสันโบสถ์สวยงาม พระพุทธรูปปั้นก็แปลกๆ มองแล้วเหมือนอยู่ในสวรรค์เลย
สวัสดีค่ะ
เหมือนได้ไปเที่ยวด้วยจังเลย บรรยากาศดีมาก ๆ ค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณอิงจันทร์
เก็บการ์ตูนตลกมาฝากค่ะ
ราตรีสวัสดิ์ค่ะ