เมื่อใดที่ท่านมีเป้าหมายชัดเจนแล้วค่อยกลับมา “ใช้ KM” ผมว่าน่าจะดีกว่านะครับ!!

        ท่านที่เคยฟังผมบรรยายคงจะพอจำได้ว่าสิ่งที่ผมเน้นเป็นประจำ ก็คือคำว่า ทำ KM vs. ใช้ KM” จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมพบว่าหน่วยงานส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับ การทำ KM” มากกว่า การใช้ KM” เวลาผมพูดว่า ทำ KM” ผมหมายถึงการทำกิจกรรม KM อันหลากหลาย อาทิเช่น

·        การสร้างฐานข้อมูลหรือการนำความรู้ไปจัดเก็บใน Website หรือ การใช้ระบบ Intranet ในหน่วยงาน

·        การจัดมุมความรู้ มุมหนังสือ หรือห้องสมุด

·        การจัดเวทีให้คนได้มีโอกาสพูดคุยกัน เช่น การตั้งวงให้คนที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน ได้มีโอกาสมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกันและกัน (บางท่านอาจเรียกกลุ่มการพูดคุยนี้ว่า CoP)

·        การจัดอบรมสัมมนา การจัดตลาดนัดวิชา/ตลาดนัดความรู้ การทัศนศึกษาดูงาน หรือการเชิญผู้เชี่ยวชาญวิทยากรมาให้ความรู้

·        ฯลฯ

         หากกิจกรรมที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็น การทำ KM” . . . แล้ว การใช้ KM” มันแตกต่างกันตรงไหน? การที่จะตอบคำถามนี้ได้ ท่านต้องมองไปที่ เป้าหมาย ครับ . . . คือจะต้องมองดูว่ามีการตั้งเป้าหมายไว้หรือไม่? ในกรณีที่มีเป้าหมายชัดเจนและเห็นว่า “KM สามารถช่วยได้ แล้วท่านก็หยิบ เครื่องมือ ตัวนี้มาใช้ เพื่อให้เป็นตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ในกรณีนี้ผมเรียกว่าเป็น การใช้ (เครื่องมือ) KM” ซึ่งจะไม่เหมือนกับการทำกิจกรรมไปตามยถากรรม ทำไปดุ่มๆ ทำไปอย่างเดาสุ่มไม่มีจุดหมาย ไม่รู้ว่าทำไปทำไม ทำไปแล้วได้อะไร ทำไปอย่าง จับต้นชนปลาย ไม่ถูก . . .

         หากเป็นเช่นนั้นผมแนะให้ท่านหยุดพิจารณา การทำ KM” ของท่านก่อนจะดีกว่า อย่าไปเสียเวลา เสียทรัพยากร งบประมาณ โดยที่ยังไม่รู้ความต้องการเลยว่า เราต้องการอะไร? เมื่อใดที่ท่านมีเป้าหมายชัดเจนแล้วค่อยกลับมา ใช้ KM” ผมว่าน่าจะดีกว่านะครับ!!