แต่ก่อนนี้ ๑๘ ปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีความภาคภูมิใจในความเป็นครู แต่นับจากปี ๔๙ เป็นต้นมา มีความรู้สึกภาคภูมิใจมากขึ้น เพราะครูนี่แหละ คือ "ผู้สร้างคน" ที่แท้จริง

๒๙ พฤษภาคม ๒๕๓๐ ย้อนหลังไป ๒๒ ปี ผมรายงานตัวทำงานที่พิษณุโลก อ่านเรื่องเดิม--> ๒๐ ปี กับการทำงานที่พิษณุโลก กับความฝันที่ใกล้เป็นจริง กันก่อนครับ

    ในช่วงแรกๆ ของการทำงาน ก็เหมือนอาจารย์ใหม่แทบทุกท่าน คือ เราเตรียมเนื้อหา content มาสอน ถ้าเราเตรียมเนื้อหามา ๒ ชั่วโมง บางทีบรรยายไป ๑ ชั่วโมง ก็หมดเนื้อหาแล้ว บางทีต้องปล่อยนิสิตก่อนเวลา เพราะไม่มีเรื่องอะไรมาเล่าถ่วงเวลา

     นิสิตก็ดูเหมือนจะชอบที่ปล่อยก่อนเวลา...พอสอนไปหลายๆ ปีเข้า เวลาก็ไม่ค่อยจะพอ เพราะมีเรื่องฝอยมากขึ้น...

     ตอนมาสอนแรกๆ ก็มาสอนแบบเป็นหน้าที่ สอนไปตามเวลาที่มี ไม่ค่อยมีจิตวิญญาณของความเป็นครู แต่ความสงสัยเรื่อง "ระบบการเรียนการสอน" ว่ามันต้องมีอะไรผิดพลาด มันติดตัวมาตลอด ๒๐ กว่าปี..มันเป็นการสอนแบบเน้น "content" แบบ เน้นให้จำ ไม่เน้น "วิธีคิด"

     ในระยะ ๔-๕ ปีหลัง เริ่มจับทางถูก เข้าใจความเปลี่ยนแปลง เวลาสอนนิสิตก็เน้นวิธีคิดมากขึ้น แต่ทำได้ในกลุ่มที่มีนิสิตน้อยไม่เกิน ๔๐ คน

     จากการสังเกตตัวเอง การที่จะสอนให้นิสิตคิดเป็นนั้น ต้องเริ่มที่ตัวเองก่อน ต้อง "กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง" เปลี่ยนจากข้างใน โดยเราไม่ต้องไปมองคนอื่นหรือคิดที่จะไปเปลี่ยนแปลงคนอื่น แต่ต้อง "เปลี่ยนแปลงตัวเอง" โดยเปลี่ยนแปลงจากข้างใน รู้และเข้าใจตัวเองมากขึ้น

     เวลาที่เราจะสอนจากนิสิต ก็ต้องสอนมาจากข้างใน "ใจถึงใจ".... นิสิตที่สื่อ "ใจถึงใจ" กับเราได้เขาก็จะ "เปลี่ยนแปลงตัวเอง" โดยเปลี่ยนแปลงจากข้างใน มีเราเป็น "Model" สิ่งเหล่านี้ก็จะสุขใจเมื่อเราเข้าสอน และนิสิตก็จะมีความสุขด้วย

     วิธีหนึ่งที่ทำให้นิสิตมีความสุข คือ ให้เขาได้มีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ มีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนการสอน โดยเราเป็นคนควบคุมบรรยากาศ และเราต้องอยู่กับเขา ไม่ทิ้งเขา พวกเขาจะได้รู้สึกอบอุ่น

     แต่ก่อนนี้ ๑๘ ปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีความภาคภูมิใจในความเป็นครู แต่นับจากปี ๔๙ เป็นต้นมา มีความรู้สึกภาคภูมิใจมากขึ้น เพราะครูนี่แหละ คือ "ผู้สร้างคน" ที่แท้จริง เป็นคนที่มี "คุณูปการแก่สังคมประเทศชาติ"

     แต่ความเป็นครูนี้ มันไม่จำเป็นที่จะต้องสอนนิสิต แต่เป็นใครก็ได้ที่เขาอยากเรียนรู้จากเรา.... พบด้วยตัวเองว่า ยิ่งเด็กอายุน้อยเท่าไร ยิ่งน่าสนใจที่จะไปสอน เพราะเหมือนผ้าขาวที่ไม่มีรอยเปื้อน เราสอนอะไรเขาก็จะฝังจำไว้ในจิตใต้สำนึก ไม่มีวันลืม ดังนั้น การสอนเด็กเล็กๆ ต้องสอนแต่สิ่งดีๆ และมาจากข้างในตัวครู

     หลังจากที่ "ความคิดเปลี่ยน" ไม่ว่าใครเชิญให้ไปสอน จะไม่ปฏิเสธเลย บางครั้งอาจจะไม่ได้สอนโดยตรง แต่การรู้จักพูดคุยก็เป็นการสอนได้ และเป็นการสอนที่ดีด้วย ต้องสอนด้วยความรักความเมตตา และไม่รู้จักเบื่อ ผมพบและเข้าใจได้ด้วยตัวเอง เพราะผมสอนอย่างต่อเนื่อง ๒๒ ปี โดยไม่เคยลาไปเรียนต่อที่ไหน

     ระยะหลัง เอาวิธีที่เคยสอนพวกนิสิต ที่เป็นการสอนแบบไม่สอน กลับไปสอนลูกๆ ก็พบว่าได้ผลดีเช่นเดียวกัน ดังนั้นความรู้ในเรื่องหนึ่งๆ ต้องรู้จักบูรณาการให้เป็น

     สุดท้ายนี้ ผมขอให้กำลังใจคนที่ทำอาชีพครูทั้งหลาย ขอให้มีความภาคภูมิใจในอาชีพของครู และ-ท่านนี่แหละเป็นผู้สร้างโลก-สร้างคนที่ยิ่งใหญ่

beeman by Apinya

มนุษย์ผึ้งมหัศจรรย์  
神奇的蜂爷
  
(shen2  qi2  de1  feng1  ye2)