วิธีการที่จะ ลดความเหลื่อมล้ำทางความรู้ กับบุคลากรทางการแพทย์ ที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ในเรื่องการป้องกันการติดเชื้อจากการปฏิบัติงานกับผู้ป่วย จะทำอย่างไร ให้มีการได้ทราบทั่วถึงกัน ใช้สื่ออะไร บุคลากรจึงจะเห็นได้ง่ายและปฏิบัติตามคำแนะนำ

      ทางหน่วยควบคุมโรคติดเชื้อ  มี web site เป็นของตัวเองคะ แต่การ update ข้อมูลต้องผ่านผู้รับผิดชอบของโรงพยาบาลนะคะ  ://hospital.md.kku.ac.th/ic/index.php 

   Link  อยู่กับทางโรงพยาบาล นะคะ ถ้าไม่สังเกตจะมองไม่เห็น เนื้อหาจะมีทั้งแนวทางการปฏิบัติ คู่มือนะคะ

http://hospital.md.kku.ac.th/ic/index.php?shows=manuals&titles=คู่มือและแนวทางปฏิบัติ

http://hospital.md.kku.ac.th/ic/index.php?shows=respansibility&titles=พันธกิจ%20เป้าหมาย% 

    แบบฟอร์มต่าง ๆ รวมทั้งเอกสารประกอบคำบรรยาย

http://hospital.md.kku.ac.th/ic/index.php?shows=forms&titles=แบบฟอร์ม%20NI

http://hospital.md.kku.ac.th/ic/index.php?shows=documents&titles=เอกสารประกอบคำบรรยาย

     แต่การ Update ข้อมูล ยังไม่สามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง จะต้องพึงพาอีกหลายท่าน เคยคิดว่าจะต้องเรียนรู้วิธีการและขอ pass word  ดูแล web site  ด้วยตัวเองกับพยาบาล IC อีกท่าน เพราะเรารอน้องธุรการ น้องทำให้ได้ช้ามาก น้องยังไม่เข้าใจกระบวนการ เนื้อหาองค์ความรู้ ซึ่งเป็นความรู้เฉพาะที่เป็นความรับผิดชอบของพยาบาลควบคุมโรคติดเชื้อ  

    ช่องทางหนึ่งที่จะลดความเหลื่อมล้ำทางความรู้คือ การเขียนบันทึกเล่าเรื่องราว ใน blog  ของ gotoknow ซึ่งเป็นช่องทางที่ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้อย่างรวดเร็ว ไม่เฉพาะบุคลากรทางการแพทย์เท่านั้น ยังมีบุคลากรสาขาวิชาชีพอืนได้เข้ามาอ่านและขอนำไปเผยแพร่ โดยเฉพาะคุณครู ขอนำไปบอกต่อ

                          

        บุคลากรมารับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคไม่ครบถ้วน เป็นประเด็นปัญหาในการปฏิบัติงานของพยาบาลควบคุมโรคติดเชื้อมาก ในแต่ละปีจะมีนักศึกษาแพทย์เข้ามาใหม่ ประมาณ 300 คน แพทย์ พยาบาลใหม่อีก ประมาณ 200 กว่าคน 

        อีกทั้งจะต้องบริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้กับบุลากรและผู้ป่วยกลุ่มเป้าหมายอีก ประมาณ 3500 คน เป็นงานที่หนักต้องอาศัยความร่วมมือกับบุคลากรและทีมพยาบาลที่จะมาให้บริการวัคซีน ซึ่งการให้บริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ จะมีวิธีการเฉพาะ มีบันทึกการให้ คำยินยอมของผู้รับบริการ การลงเลขที่ ID ให้ครบถ้วน

   

     

        จากประสบการณ์ การให้บริการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคแก่บุคลากร การให้วัคซีน ที่จะต้องมีการฉีดหลายครั้ง บุคลากรจะมารับบริการไม่ต่อเนื่อง ไม่ตรงตามนัด บางคนหายไปเฉย ๆ ไม่มาติดต่อ ทางหน่วยควบคุมโรคติดเชื้อ พยาบาล IC จะติดตามบุคลากรทั้งทางโทรศัพท์ ทางบันทึกข้อความผ่านผู้บังคับบัญชา ตามเจ้าตัวเอง ฝากเพื่อนตามให รอจนไม่มีใครมาติดต่อ จึงได้สรุปยอดให้บริการ 

         

       ขอเล่าเหตุการณ์ที่ไม่รู้ของบุคลากรแล้วทำให้เกิดผลเสียกับตัวบุคลากรเอง นะคะ น่าจะเป็นบทเรียนว่าไม่ควรคิดเอง ถ้าไม่รู้ควรถามหรือศึกษาเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ   

       วันก่อนมีบุคลากรท่านหนึ่งมาขอรับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ แต่บังเอิญ วัคซีนหมดก่อน น้องก็เลยถามว่า หนูน้องใหม่ปีที่แล้ว มาฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบชนิด บี ยังไม่ครบ  หนูได้ฉีดวัคซีนเข็มเดียว  นานแล้วนะคะ จนจำไม่ได้ว่าฉีดวัคซีนไปเมื่อไหร่ พอตรวจสอบแล้วปรากฏว่าน้องไม่มาฉีดวัคซีน จนจะครบปี ซึ่งวัคซีนไวรัสตับอักเสบ บี จะต้องฉีด รวมแล้ว 3 ครั้ง คือ  0 วันเริ่มต้น ต่อมาเข็มที่สองอีก  1 เดือน แล้วเข็มสุดท้าย ฉีดตอนเดือน 6

        ซักถามแล้วถึงสาเหตุไม่มา ตอบว่าหนูคิดว่าจะต้องเริ่มต้นฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ใหม่  หนูเลยไม่มา  หนูไม่กล้าถาม  คิดเองว่าจะต้องนับเข็มที่หนึ่งใหม่ เลยไม่มาติดต่อ 

        เมื่อฟังน้องเล่าแล้ว  ชักโกรธตัวเองมาก ที่ทำให้น้องไม่ได้รับการบริการที่ดี ได้วัคซีนไม่ครบถ้วน แล้วถ้าน้องเกิดอุบัติเหตุเข็มตำ หรือได้รับเชื้อจากผู้ป่วย จะทำอย่างไร บอกน้องว่าต่อไป ไม่ควรจะคิดเอง นึกเอง  ไม่รู้ควรจะถาม  พี่ๆพยาบาล IC ไม่มีใครดุ   ไม่มีใครว่า ผลประโยชน์ของน้องเองนะคะ  ทำไมไม่ติดตาม  ทำไมปล่อยไว้จนจะครบปี 

         พี่ใจดีอีกตามเคย หายามาฉีดให้น้อง  นับเป็นเข็มที่สอง แล้วนัดอีก 5 เดือน ภูมิต้านทานไม่รู้ว่าจะขึ้นได้ดีไหม  คงต้องลุ้น

                 

 

     ขอยกตัวอย่างอีกเรื่องนะคะ เรื่องความรู้ของบุคลากรในการป้องกันโรค

     ช่วงนี้จะย่างเข้าหน้าฝน มีการระบาดของโรคที่มากับหน้าฝน หลายโรคมาก และโรคที่กำลังมาแรงคือ ไข้หวัดใหญ่ สายพันธ์ใหม่ 2009 H1N1 ที่ระบาดทั่วโลกหลายคนต้องการทราบข้อมูล ข่าวสาร  ทางหน่วยส่งหนังสือแจ้งเตือนออกไป ทั้งลงข่าวประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือนผ่านหน่วยงาน จัดนิทรรศการให้ความรู้

      ความต้องการวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่มีจำนวนมากเกินจำนวนวัคซีนที่ได้รับมา  ทุกคนต้องการวัคซีน  แต่มีข้อจำกัด ไม่สามารถให้บริการได้หมดทุกคน จะต้องคัดกรองบุคลากรกลุ่มเสี่ยงที่จะต้องดูแลผู้ป่วยเท่านั้นเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากผู้ป่วย และบุคลากรนำเชื้อไข้หวัดใหญ่ ถ้าบุคลากรป่วยไปให้ผู้ป่วย

      ปีนี้ได้วัคซีนมา 2000 โด๊ส  บุคลากรมีสี่พันกว่าคน  บุคลากรมีความสนใจมากกว่าปกติ  จนวัคซีนหมดก่อนกำหนด ทุกปีไม่เคยฉีดได้ครบตามจำนวน

                                       

      เมื่อวาน มีโทรศัพท์ ถามคำถามมาว่า พวกผม พนักงานขับรถ จะได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคด้วยไหม พวกผมก็ต้องสัมผัสเลือด สารคัดหลั่งผู้ป่วยอยู่นะครับเมื่อต้องออกไปรับผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุ ต้องช่วยพยาบาลยกผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆในการดูแลผู้ป่วย

        หลังจากตอบคำถามและแนวทางการดูแลบุคลากร การส่งเสริมป้องกันโรคและขั้นตอนการดำเนินงานให้พนักงานขับรถได้ทราบและปฏิบัติ แล้ว

             

 

        ช่วงบ่าย กลับมานั่งทบทวนคำถามของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง คือ พยาบาลที่หอผู้ป่วย พยาบาลจากห้องตรวจ ว่าที่คุณหมอ นศพ. เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ  พนักงาน คนงาน  ที่โทรมาถามบ่อย ๆ หรือเจอคำถามเมื่อไปเยี่ยมที่หอผู้ป่วยถึงการดูแลสุขภาพบุคลากร  การฉีดวัคซีน  การได้รับบาดเจ็บจากของมีคม ต้องทำอย่างไรบ้าง   เคยฉีดวัคซีนแล้วมีอาการอย่างไร แพ้วัคซีนไหม 

        ทางหน่วยงานน่าจะทำสมุดประจำตัวบุคลากร  บันทึกการได้รับวัคซีนป้องกันโรคในแต่ละชนิดและได้รับเมื่อไหร่ วัคซีนชนิดนั้นคืออะไร มีภาวะแทรกซ้อนอย่างไรบ้าง  ทำเป็นสมุดสวย ๆ ที่มีคำแนะนำพร้อม ทั้งเรื่องโรคติดต่อ โรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน  การปฏิบัติในการใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย เมื่อต้องดูแลผู้ป่วยติดเชื้อ การปฏิบัติเมื่อได้รับอุบัติเหตุจากของมีคม ถูกสารคัดหลั่งของผู้ป่วย

        วัคซีนป้องกันโรคติดต่อ  ที่บุคลากรควรจะได้รับ วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ ชนิดบี ในรายที่ยังไม่มีภูมิต้านทาน วัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล วัคซีนป้องกันโรคหัด หัด เยอมัน ในรายที่จะต้องดูแลผู้ป่วยโรคติดต่อ

        การให้คำแนะนำเมื่อเข้ารับราชการ ปฏิบัติงานใหม่จะมีปฐมนิเทศ ตรวจสุขภาพก่อนปฏิบัติงาน  การบรรยายให้ฟัง บุคลากรก็คงจะจำไม่ได้ เพราะมีเรื่องราวมากมายที่จะต้องเรียนรู้และจำ  การใช้แผ่นพับให้บุคลากร คิดว่าคงจะไม่อ่าน และความสนใจน้อย

         บุคลากรเมื่อได้รับอุบัติเหตุ จะต้องมารับคำปรึกษาจากพยาบาลควบคุมโรคติดเชื้อและต้องพบแพทย์ เพื่อให้ได้รับการดูแลประเมินความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ การบันทึกรายงานและรวบรายงานประจำปี เป็นปัญหา กับทีม เนื่องจากข้อมูลที่บันทึกมีมาก เคยทำโปรแกรมบันทึกแล้ว ไม่ได้ผล คงต้องหาวิธีใหม่และให้ฝ่าย IT ช่วย