"อ.ป๊อป เป็นคนมุ่งมั่นแบบก้าวหน้า จนบางครั้งก็วิชาการมากจนลืมทบทวน ใจ ของตนเองอย่างต่อเนื่อง..."
ตลอดระยะเวลา 2.5 ปี นับตั้งแต่ผมกลับมาทำงานหลังจบ ป. เอก ความคิดของผมพัฒนาขึ้น คือ มองการทำงานเชิงวิเคราะห์และพยายามเข้าใจ "ความสามารถของตนเองและผู้ร่วมงานในแต่ละงานไป"
ผมเคยเชื่อมั่นว่า "การปล่อยให้ผู้ร่วมงานช่วยคิดรายละเอียดของงานในเวลาที่ไม่จำกัดอาจพัฒนาความสามารถของผู้ร่วมงานได้" แต่แล้วผมไม่สามารถทำงานร่วมกับผู้ร่วมงานภายใต้อุปสรรคต่างๆ ที่บั้นทอนความมุ่งมั่นและความมีสติในการวางแผนงานอย่างเป็นระบบของผม
เช่น
1. มีความคิดไม่ยืดหยุ่นและเปิดกว้าง มีความต้องการเอาชนะ ต่อรอง คอยสื่อสารเฉพาะหัวเรื่อง (คล้ายสั่งการและแสดงอารมณ์) โดยไม่มีกระบวนการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมและมีเหตุผลของการต่อรองผู้บริหารขั้นสูงอย่างพอเพียงและปฏิบัติได้จริง
2. ไม่ใช้สติทำบทบาทของตนเอง ผมพยายามมอบหมายงานให้คิดต่อโดยมีกำหนดติดตามงานในที่ประชุม หากมีปัญหาให้สื่อสารอย่างชัดเจนเพื่อดำเนินงานนั้นๆ กับผม แต่ผู้รับมอบหมายงานไม่ฟังหลักการดำเนินงานที่มอบหมายให้เข้าใจอย่างลึกซึ่ง ไม่ยอมถามสิ่งที่สงสัยแต่เก็บระงับไว้เพื่อคิดทำเอง หรือ ชอบคิดกรอบใหญ่ที่นอกเหนือจากงานที่มอบหมายและรวมกลุ่มผู้ร่วมงานอื่นๆ ในการดำเนินงานเอง โดยไม่มีการบอกกล่าวผม สรุปคือ งานที่มอบหมายให้ก็ไม่มีการราบงานความคืบหน้า แถมได้งานที่ซ้ำซ้อนกับความคิดของผมในภาพรวม ทำให้คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องและคับข้องใจในการทำงานที่ไม่ลงรอยกันอันเนื่องมาจากอารมณ์และการไม่สื่อสารในที่ประชุม
3. ทำงานแบบไม่รู้จัก "ประชามติ" คือ การทำงานในกรอบที่คณะกรรมการในที่ประชุมระดมความคิดเห็นจนได้มติหรือข้อสรุป สำหรับการดำเนินการใดๆ ที่ไม่ได้นำมาเข้าวาระประชุม ก็ควรแจ้งผมหรือนำเสนอในที่ประชุมที่อาจนัดหมายได้นอกกำหนด แต่แล้วผู้รับมอบหมายงานจากประชามติก็คิดเองทำเองโดยจับกลุ่มเล็กๆ จนบางครั้งถือเป็น "การทำงานนอกระบบ-ข้ามขั้นตอน" ต้องมีการนำกลับมาคิดรายละเอียดของงานอีก
4. อยากทวงสิทธิ์ขอโน่นขอนี่ด้วยความปราถนาดี แต่มีอารมณ์ปนกับเหตุผลที่ขาดประสบการณ์ของการมองภาพรวมและกาลเทศะของการใช้สิทธิ์ กล่าวคือ เวลาที่ผมกำลังจะคิดและทำอะไรตามแผนที่วางไว้อย่างละเอียดในกาลเทศะนั้น ผู้รับมอบหมายงานขอแทรกเรื่องต่างๆ ที่ตนเองคิดหรือคิดกันในกลุ่มเล็กๆ ทันที โดยไม่มีการนำเสนอรายละเอียดเป็นโครงงาน บางครั้งความจำสั้นของผมนึกตามไม่ทันเพราะไม่ได้ทบทวนเรื่องราวมาก่อน ผมเลยมีเจ้านายสั่งการ ทำให้ผมอึดอัดและอยากโยนตำแหน่งของผมให้เขาไปทำตามใจเค้าเลยทันที
ผมนอนไม่หลับและไม่อยากเป็น "ผู้นำ" ใครๆๆๆๆๆ อีกแล้ว อยากทำงาน "ดนเดียว" ทำงานตามศักยภาพที่มีอยู่โดยไม่ต้องบริหารบุคคลใดๆ ต่างคนต่างทำงาน ไม่ต้องมาคอยทุ่มเทคิดระบบบริหารคนและงานส่วนรวมมากจนเครียดเชิงบวกกลับกลายเป็นเชิงลบ
วิธีการแก้ไขและทบทวนตนเองเพื่อเป็นประสบการณ์แด่เพื่อนๆ ทุกท่าน คือ
"อ.ป๊อป ควรทบทวน ใจ และ อารมณ์ ของตนเอง อย่ากระทำ คิด และพูด อย่างไร้สติ ปล่อยวาง พิจารณาเหตุผลของการนำใจมาควบคุมอารมณ์อย่างสม่ำเสมอ..."
"ใครมาด้วยอารมณ์ ใครมาด้วยความต้องการที่เกินความสามารถของ อ.ป๊อป ก็จงวางเฉย อย่าตอบโต้ด้วยอารมณ์ ปล่อยให้คนๆนั้นได้ใช้ใจมาวางแผนความคิด...
ก่อนที่จะสื่อสารให้ "อ.ป๊อป" ทำทุกๆ อย่างที่เกินเลย...อ.ป๊อป ไตร่ตรอง หายใจเข้าออกช้าๆ ทบทวนความคิดว่าจะทำงานร่วมกับคนนั้นอย่างไร เมื่อทำไม่ได้ด้วยเหตุและผลอย่างใจที่งดงามไร้อารมณ์ใดๆ ก็ "ปฏิเสธ" และ "ตอบรับ" ในสิ่งที่ทำได้ด้วยใจ สติ และอารมณ์ที่เป็นสุข
อาจารย์ป๊อปคะ
แวะมาเรียนรู้ด้วยค่ะ ต้องบอกว่าบางทีอะไรๆ ที่เรายังใหม่อยู่กับสิ่งที่ต้องประสบพบเจอ อาจจะต้องอาศัยเวลาเรียนที่จะต้องเรียนรู้ตัวเอง และให้ผู้อื่นสะท้อนเป็นกระจกให้ตัวเราค่ะ
ซึ่งการเปิดใจรับเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการสอนจากผู้มีประสบการณ์นั้นเหมือนเป็นกระจกส่องทางให้เราปรับปรุงในสิ่งที่เรายังขาดประสบการณ์
ชีวิตการทำงาน ยังคงต้องเรียนรู้กันต่อไปค่ะ มีอะไรให้ต้องเรียนรู้อีกเยอะ เมื่อต้องทำงานร่วมกับความหลากหลายทั้งในแง่ขององค์กร เพื่อนร่วมงาน สภาพแวดล้อม และลักษณะของงาน
สู้ๆ นะคะ
สังคมนี้ เมืองนี้ มีแต่ความวุ่นวาย
เราควรเอาชนะความวุ่นวาย ด้วยความไม่วุ่นวาย ไม่ไหวติง
กับสิ่งที่พัดพา ผลที่ได้ไม่ใช่ความชนะ แต่ผลที่ได้ คือความสุข
ที่ได้เกิดขึ้นภายใน แม้ภายนอกจะวุ่นวายมากเพียงใดก็ตาม
เป็นกำลังใจให้ค่ะอาจารย์ป๊อป
ขอบคุณสำหรับกำลังใจดีๆ จากคุณมะปรางเปรี้ยวและคุณวงกลมหมุนเปลี่ยนครับ