เริ่มต้นบทเรียน Spiritual tools and Skills ที่ผมได้รับการอบรมเต็มสองวัน การอบรมในครั้งนี้ ถูกเชิญจาก ทางมูลนิธิสดศรี สฤษดิ์วงศ์ มีจุดมุ่งหมายเพื่อที่พัฒนายกระดับ Facilitator ผู้นำกระบวนการในวงเรียนรู้ โดยใช้ KM เป็นเครื่องมือ
การอบรมครั้งนี้จึงเป็นการอบรมเล็กๆที่มีวิทยากรเข้าร่วม ๕ – ๖ คน ถือว่าเป็นวงเรียนรู้ที่ปราณีตและง่าย งาม ในความรู้สึกผม
วิทยากรที่เป็นผู้นำกระบวนการเรียนรู้ครั้งนี้มากจากมหาวิทยาลัยทางจิตของโลก สาขาประเทศไทย นั่นคือ มูลนิธิบราห์มา กุมารี ราชาโยคะ (สุทธิสาร) มีครูป้อม (คุณศุภลักษณ์ ทัดศรี) เป็นครูหลัก และ ทพญ.อารยา เป็นผู้ช่วยครูหลัก
เราเรียนรู้ใน “เครื่องมือทางจิตวิญญาณ” ทั้งหมด ๙ เครื่องมือด้วยกัน อาจเรียกว่า เป็นทักษะที่เราควรฝึกฝนเมื่อเราทำหน้าที่เป็น Facilitator ในวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยใช้ KM เป็นเครื่องมือ
สองวันเต็มๆเราจะได้เรียนรู้เรื่องเหล่านี้
๑. การทำสมาธิ( Meditation)
๒. จินตทัศน์ (Visualization)
๓. การสะท้อนความคิดเพื่อใคร่ครวญไตร่ตรอง(Reflection)
๔. การฟัง(Listening)
๕. ชื่นชม(Appreciation)
๖. คิดสร้างสรรค์ (Creativity)
๗. เล่น (Play)
และ เพิ่ม "ดริชตี" เป็นภาษาฮินดี หมายถึง การสื่อสารพลังผ่านดวงตา
อาจารย์ป้อมเล่าเรื่อง พญานกอินทรีย์สีทองในฝูงไก่
ในเมืองแห่งหนึ่ง มีชายหนุ่มคนหนึ่งขับรถตามวิถีการทำงานปกติของเขา วันหนึ่งเขาตัดสินใจเลี้ยวไปในทางที่เขาไม่คุ้นเคย
เขาเดินทางออกไปไกลแสนไกล ไกลออกไปเรื่อย ยิ่งเดินทางไปไกลเท่าไหร่ รถของเขายิ่งวิ่งช้าลง เพราะวิว ทิวทัศน์ สวยงามมาก จนในที่สุดเขาก็จอดรถ เขามองเห็นไก่ฝูงหนึ่งเดินคุ้ยเขี่ยหาอาหาร แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ มีพญาอินทรีย์ปีกสีทองตัวเล็กๆตัวหนึ่ง เดินตามแม่ไก่คุ้ยเขี่ยหากินเหมือนลูกไก่ทั่วๆไป
ชายหนุ่มจึงถามพญานกอินทรีย์ว่า “ทำไม เจ้าต้องมาอยู่ตรงนี้ นี่มันไม่ใช่ที่อยู่ของเจ้านี่?”
พญานกอินทรีย์ กล่าวว่า “ ทำไมละ ฉันก็อยู่ของฉันที่นี่ตั้งแต่ฉันเกิด ฉันจำความได้แล้ว”
ชายหนุ่มคิดในใจว่า ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆที่ทำให้พญานกอิทรีย์น้อยสีทองตัวนี้ พลัดหลงใช้ชีวิตอยู่กับแม่ไก่
ด้วยความหวังดี เขาได้จับตัวนกอินทรีย์น้อยไว้ และนำไปขึ้นรถ พาเจ้าพญานกอินทรีย์ เดินทางไปยังภูเขาสูงลูกหนึ่ง ภูเขาที่สูงมากเทียมฟ้า พวกเขาเดินทางมาถึงเชิงผาแห่งหนึ่ง ที่มองเห็นพื้นด้านล่างทั้งหมด ชายหนุ่มชี้ให้พญานกอินทรีย์น้อยมองดูท้องฟ้า เห็นเหล่าพญานกอินทรีย์สีทองที่งามสง่า กางปีกสยาย บินถลาล้อลม พญานกอินทรีย์ประทับยิ่งนักเมื่อได้เห็นภาพที่อยู่เบื้องหน้า
ชายหนุ่มบอกอีกว่า “บินไปสิ ที่อยู่ของเจ้า อยู่ข้างบนโน้น และเจ้าควรจะบิน ไม่ใช้เดินตามแม่ไก่เหมือนที่เคยเป็น”
พญานกอินทรีย์น้อย ก็พยายามบอกกับชายหนุ่มว่า “ไม่ได้หรอก ไม่ได้จริงๆ ข้าเกิดมาเพื่ออยู่กับแม่ไก่ ข้าจะบินแบบพญาอินทรีย์เหล่านั้นได้อย่างไรกัน?”
พญาอินทรีย์น้อยพูดย้ำกับตัวเองว่า ไม่มีทางเพราะเขาไม่เคยคิดฝันเลยว่าจะบินได้ และเขาต้องทำไม่ได้แน่ๆ
ชายหนุ่มพยายามพูด สาธกเหตุผลมากมาย จนแล้วจนเล่า พญานกอินทรีย์น้อยก็ยังไม่ยอมที่จะโผบินออกไปสู่เวหาที่กว้างใหญ่
ชายหนุ่มจึงตัดสินใจ จับตัวเจ้าพญานกอินทรีย์น้อย แล้วปล่อยลงไปยังหน้าผาลึก ร่างของพญาอินทรีย์น้อยร่วงหล่นไปอย่างรวดเร็วตามแรงดึงดูดของโลก ทุกอย่างรวดเร็วไปหมด
เจ้าพญานกอินทรีย์น้อย ตกใจอย่างสุดขีด เพราะมัจจุราชกำลังเงื้อง้าอยู่ข้างหน้าแล้ว ก่อนที่ร่างพญานกอินทรีย์น้อยจะร่วงถึงพื้น...ทันใดนั้น พญานกอินทรีย์น้อยพยายามกางบินชั้นที่หนึ่งออกมา แต่ยังไม่สามารรถต้านแรงเหวี่ยงได้ จึงพยายามสุดชีวิตเป็นจังหวะที่วิกฤติที่สุดของพญานกอินทรีย์น้อย จึงกางปีกชั้นที่สองออกมาทันที ทันใดนั้นแรงปะทะของลมยกตัวของพญานกอินทรีย์น้อย เหินทยานขึ้นสู่ท้องฟ้า อย่างสง่างาม เห็นโลกในมุมกว้าง ล้อลมอย่างอิสระและมีความสุขอย่างที่ควรจะเป็น
นิทานเรื่องนี้ครูป้อมได้เล่าให้ ก่อนที่จะ Tune in ให้กับทุกคนได้เข้าถึง ศักยภาพภายในที่แท้จริง ที่มนุษย์มักละเลย และคิดเสมอว่าเป็นไปไม่ได้ เพียงเพราะเราเปิดใจ และเปิดประตู เหมือนพญานกอินทรีย์น้อยที่ถึงสภาวะแห่งการรู้แจ้ง รู้จริงถึงตัวตนที่แท้ เกิดพลังและศักยภาพที่แท้จริง ไม่เคยปรากฏ
มนุษย์เราค้นหาศักยภาพที่แท้จริงได้ หากเราเริ่มต้นด้วยความเชื่อที่เป็นพลังบวก เมื่อค้นพบศักยภาพของตนเองได้เราก็รู้แจ้งประจักษ์ถึง พลังที่แท้จริงที่ล้วนแล้วแต่ซ่อนอยู่ในตัวมนุษย์
คุณคิดว่าคุณจะเป็นอย่างไร คุณได้ตามนั้น
ดังนั้น “พลังความคิด” จึงกำหนดชีวิตเราไม่ต้องสงสัย
จงกำหนดวิถีชีวิตของตนเอง ด้วยพลังความคิด
จิตใต้สำนึกจึงเป็นขุมพลังของชีวิต เมื่อไหร่ก็ตามที่เจ้าพญาอินทรีย์น้อยยังเชื่อว่าตัวเองเป็นไก่ เขาก็จะเป็นไก่อยู่เสมอ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาคิดว่าตัวเองเป็นพญาอินทรีย์อันยิ่งใหญ่ เขาก็จะเป็นพญาอินทรีย์
ผมไม่ได้เขียนบันทึกนี้เพื่อเสริมอัตตา แต่อยากชี้ชวนให้ทุกคนหันกลับมามองศักยภาพของตนเอง และเปิดประตูปลดปล่อยศักยภาพนั้นให้ออกมา และเป็นศักยภาพเชิงบวก เป็นไปเพื่อการเติบโตภายใน เยียวยาตนเองและผู้คน
เรื่องเล่าเล็กๆ ก่อนเข้าสู่บทเรียนของวัน สำหรับการอบรม Spiritual skills ในครั้งนี้ ช่วยเปิดมุมมองให้เราตระหนักถึงศักยภาพที่มีอยู่จริงของเรา ส่วนหนึ่งเพื่อเตรียมพร้อมในการเรียนรู้เรื่องราวดีๆในการอบรมในครั้งนี้
เราใช้เวลาการอบอรมเต็มวันทั้งสองวัน เพื่อให้เข้าใจถึง Spiritual tools and Skill ทั้งหมด เพื่อจะได้พัฒนาศักยภาพการทำหน้าที่ Facilitator ที่สมบูรณ์ ตามคำบอกของคุณหญิง (ผช.ผู้จัดการแผนพัฒนาจิต) บอกว่า เป็น Fa ที่อ่อนหวาน อ่อนโยน
ผมทำหน้าที่เป็น Fa มาช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งการเป็น Fa ของผมจึงผูกกับผลผลิตที่ต้องการออกมาเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นการสร้างสรรค์บรรยากาศในการเรียนรู้ในวงเรียนรู้เป็นสิ่งที่จำเป็น บ่อยครั้งที่เราสร้างบรรยากาศในวง KM แต่เราไม่ได้ลึกซึ้งกับความเป็นมนุษย์ที่มีศักยภาพซ่อนเร้น ไม่ลึกซึ้งถึง Body และ Soul ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่นำพาเราถึงศูนย์กลางของชีวิต กลุ่มเป้าหมาย (Participants) ได้ง่ายมากขึ้น
KM เพื่องาน เราก็จะได้งาน แต่ Advance KM ที่บอกเล่าถึงเรื่องราวดีงาม คุณค่าเชิงลึก เช่น วง Humanized health Care หรือประเด็นที่เรากำลังขับเคลื่อน คือ Humanized Educare ตัวของวิทยากรที่ทำหน้าที่เป็น Fa จำเป็นอย่างยิ่งที่จะเข้าใจ Skills ที่เกี่ยวข้องกับ จิตวิญญาณ (Spiritual) ที่ได้ถูกเชิญชวนมารับการอบรมในครั้งนี้
เป็นโอกาสที่ดีมากครับ ...บันทึกนี้เป็นบันทึกแรกที่เขียนในฐานะนักเรียนรู้ในการอบอรม Spiritual tools and Skills ซึ่งเป็นช่วงชีวิตที่มีคุณค่ามากช่วงเวลาหนึ่ง ที่ได้มีโอกาสมองตนเองอย่างใคร่ครวญ พร้อมเปิดศักยภาพการเป็น Fa ที่มีคุณภาพ
ผมเขียนบันทึกนี้ยอมรับว่าผมเริ่มต้นเขียนอย่างลำบาก เพราะ ผมกำลังหาวิธีการสื่อสารกับคนใน blog อย่างไรให้เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นโดยละเอียด
จึงขอเริ่มต้นด้วยนิทานที่เป็นเรื่องเล่า สร้างแรงบันดาลใจก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ทั้งหมดของ Spiritual tools and Skills
ขอบคุณ ครูป้อม แห่ง มูลนิธิบราห์มา กุมารี ราชาโยคะ (สุทธิสาร)
(สาขาในประเทศไทยของบราห์มา กุมารี มหาวิทยาลัยทางจิตของโลก)
ขอบคุณ ทพญ.อารยา (พี่แย้ม) วิทยากรทั้งสองท่านที่เป็นกัลยาณมิตรที่ประทับใจมากที่สุด
ขอบคุณคุณหญิง (ผช.ผู้จัดการแผนพัฒนาจิตเพื่อสุขภาพ มสส.) ที่ให้โอกาสอันมีคุณค่านี้
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ
อ่านนิทานและคอยลุ้นกับนกอินทรีย์น้อย
ในที่สุด...ก็จบลงด้วยดี...
อยากจะค้นหาศักยภาพของตัวเองให้เจอ...
คงจะมีความสุข...ท่องไปในโลกกว้าง...
การสื่อสารทางตา...มีค่ากว่าคำพูด...
การอบรมนี้คงจะทำให้ผู้ร่วมอบรมมีความสุขนะคะ
มาอ่านอีกรอบ
จะนำไปสื่อสารทางตาและการรับฟังสิ่งที่ผู้ป่วยพูด
ซึ่งเป็นการฟังจริงๆ...ไม่ใช่การได้ยิน...
เป็น...การเรียนรู้ภายในตัวเอง :)
ไม่ว่าจะเป็น "ฟา" หรือ "ฝา" คงมีประโยชน์เช่นเดียวกันครับ
ขอบคุณครับ คุณเอก :)
สวัสดีค่ะ คุณเอก
"จงกำหนดวิถีชีวิตของตนเอง ด้วยพลังความคิด"
เห็นด้วยเลยค่ะ
โชคดี มีสุข
สวัสดีค่ะ
* เห็นด้วยอย่างแรงค่ะ....จงกำหนดวิถีชัวิตของตนด้วยพลังแห่งความคิดที่ไม่ยึดอัตตา
* สุขกายสุขใจนะคะ
สวัสดีคะคุณเอก
อ่านแล้วได้พลัง ต่อเติม ทำงานต่อได้ด้วยพลังใจจากทุก ๆคน
สวัสดีครับพี่จตุพร
วันนี้กลับมาเยี่ยมพี่ชายพร้อมกับหนังสือเล่มใหม่มาแนะนำ
รวมกวีนิพนธ์จากใจครู คนเขียนแห่งทุ่งนากระดาษ โดยสำนัก
พิมพ์วรรณกรรมใบขวาน ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของนักเขียนรุ่นใหม่
เพื่อผลิตผลงานออกสู่สาธารณชน บางส่วนเป็นบทกวีคัดสรรจาก
gotoknow บางส่วนเคยตีพิมพ์ตามหน้านิตยสารต่าง ๆ บัดนี้หนังสือ
คลอดออกมาแล้วด้วยงบประมาณที่จำกัด และขออนุญาตแนะนำ
ผ่านบล็อกพี่ชายด้วยนะครับ
ชื่อหนังสือ : คนเขียนฝันเเห่งทุ่งนากระดาษ - รวมกวีนิพนธ์จากใจครู
ผู้เขียน : สิทธิเดช กนกเเก้ว
พิมพ์รวมเล่มครั้งเเรก : มีนาคม 2552
ISBN : 978-611-90158-0-7
มิตรรักนักอ่านท่านใดสนใจติดต่อได้ที่ [email protected]
ขอบคุณครับ
ไฮ่อุ้ยต๋าคำ....
อยู่ในข่าวกรุงเทพฯ ธุรกิจ
http://hilight.kapook.com/view/36723
สวัสดีค่ะคุณเอก จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
สวัสดีค่ะ
มาเรียนรู้และชื่นชมค่ะ
จงกำหนดวิถีชีวิตของตนเอง ด้วยพลังความคิด
สวัสดีค่ะพี่เอก
อิอิ ไม่ได้แวะมาเยี่ยมนานเลย
ลืมน้องคนนี้หรือยังน้อ
พี่สบายดีนะค่ะ แหะๆ
สวัสดีครับ ครู อิงจันทร์ เป็นบันทึกแรกที่ตั้งใจจะบันทึก ที่ให้เห็นเครื่องมือทางจิตวิญญาณ ให้ครบทุก เครื่องมือ และ สิ่งที่ท้าทายนั้นก็คือ เขียนอย่างไรให้เข้าใจในมุมของผมที่เข้าใจในเวทีเรียนรู้ครับ พยายามสื่่อออกมาง่ายๆครับ
สวัสดีครับ ครูคิม รอติดตามบันทึกต่อไปนะครับ คิดว่าเครื่องมือแต่ละเครื่องมือ สามารถใช้ในกระบวนการ ลปรร.ที่ใช้ KM เป็นเครื่องมือได้อย่างเนียนๆครับ
สวัสดีครับ พี่แดง บรรยากาศการอบรม ๒ วันเป็นไปด้วยความสุข ง่ายๆครับ เพราะเป็นเวทีเล็ก มีผู้เข้าอบรมเพียง ๖-๗ คน ทั้งหมดเป็นวิทยากรกระบวนการอยู่แล้วครับ การสื่อความเข้าใจไปในทางเดียวกันครับ :)
คุณ nana งาน พสว.ศอ.8 เชื่อในศักยภาพตัวเองครับ ใช้พลังทางบวก นำทางชีวิตตัวเอง เปิดใจรับรู้ เรียนรู้ ช่วยกันสร้างสังคมแห่งปัญญา สร้างเมล็ดพันธุ์ที่ดีงามใหเกิดขึ้นครับ :)
อ. Wasawat Deemarn สิ่งที่ผมรับรู้ได้หลังจากอบรมเสร็จคือ การเรียนรู้ตัวเองอย่างถ่องแท้ สำคัญมากสำหรับการเป็น Fa. ที่ดี Fa ที่อ่อนหวาน :)
ครูจิ๋ว โดยความจริง ผมอยากสื่อถึง การเปลี่ยนความคิดที่ไม่มั่นใจในศักยภาพแท้จริงของตนเอง ไม่ได้ใช้พลังที่มีอยู่มาใช้อย่างเต็มศักยภาพ ...เพื่อการพัฒนาตนเอง ก่อนช่วยในการให้มุมมองในการพัฒนาคนอื่น
ครู นาง พรรณา ผิวเผือก (ไม่มีชื่อกลาง) "อัตตา" เป็นสิ่งปิดกั้น การเข้าถึงศักยภาพทางบวก ที่ก่อให้เกิดพลังที่สร้างสรรค์ครับ :)
พี่ ประกาย~natachoei ที่~natadee ทุกอย่างมีอยู่ในตัวเรา เพียงแต่พลิกวิธีคิด ชีวิตก็เปลี่ยน หากสื่อง่ายๆได้ประมาณนี้ครับ :)
น้อง ครูสิทธิเดช กนกแก้ว ผมดีใจมากครับ ที่สิทธิเดช กลับมาอีกครั้ง ก็ยังคิดถึงอยู่เสมอครับ ช่วงหลังห่างหายไป อาจเป็นด้วยภาระกิจ หนักมากขึ้นหรือเปล่าครับ ? หากมีโอกาสนำกวีไพเราะมาเขียนใน gotoknow ด้วย
ดีใจที่ได้รู้ว่า ได้ก้าวไปอีกก้าวหนึ่ง ได้รวมเล่มบทกวี เป็นหนังสือของตัวเองแล้ว
กวีที่งามที่สุด กวีที่ให้อารมณ์ละเมียดละไม ผมคิดว่า น้องสิทธิเดช สื่อได้งามมากครับ
ขอบอกกล่าวสำหรับ ทุกท่านครับ สำหรับหนังสือ รวมบทกวี
มิตรรักนักอ่านท่านใดสนใจติดต่อได้ที่ [email protected]
สวัสดีครับ คุณแผ่นดิน ตามไปอ่านแล้วครับ เรื่องราวอ้ายสันโดษเป็นเรื่องราวที่ผมภูมิใจเสมอครับ ช่วงสงกรานต์ นัดพูดคุยกันแต่ผมเองก็ไม่ได้ไปตามสัญญา คิดว่าหากได้กลับบ้านที่ปายคงได้ไปพูดคุยกันในหลายๆประเด็นครับ
พี่ สีตะวัน กระบวนการเรียนรู้ ในชุดเครื่องมือนี้ ผมพยายามจะเขียนให้เสร็จ ให้ ต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง เชิญชวนติดตามต่อครับ
pa_daeng บันทึกแรก... ที่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ที่จะสื่อสารกับผู้อ่าน ผมคิดว่า บันทึกนี้ น่าจะเป็นบันทึกเริ่มต้นสำหรับการคิดต่อครับ
ครูคิม ผมฝากความคิดถึงไปให้ ตามที่ครูฝากแล้วครับ
อ.Sila Phu-Chaya เครื่องมือ ที่จะเขียนต่อจากบันทึกนี้ ผมคิดว่าจะทำให้เห็นถึงพลังจิตใต้สำนึกที่ชัดขึ้น และ นำไปใช้กับเวทีเรียนรู้ได้ด้วย ส่วนหนึ่งที่เขียน ก็อยากทบทวนตัวเองไปด้วยครับ
น้อง กล้วยแขก~natadee~natachoei♥.•°♥ ไม่ได้ลืมน้องสาวครับ เพียงแต่ภาระงานทำให้ผมห่างจากวงโคจรไปเรื่อยๆ และ ติดตาม กิจกรรมจิตอาสาโกทูโน ของน้องที่เดินทางจาก กทม. เป็นกิจกรรมที่ดีมาก ขอชื่นชมครับ
:)