ในชีวิตของคนแต่ละคนต่างก็มีความซุกซนกันคนละด้าน ด้วยงานก็ดี ด้วยหน้าที่ก็ดี ด้วยพื้นฐานของครอบครัวก็ดี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนเป็น "ทุน..."

ทุนคือพลังในการสานต่อ "ความรู้" อันเป็น "ความรู้คู่ชีวิต" ความรู้ที่สืบสานต่อกันมาตั้งแต่ "รุ่นพ่อ รุ่นแม่..."

คนแต่ละคนมีความรู้ ความเชี่ยวชาญกันคนละด้าน ความรู้อันเป็นทุนที่สังสมมายาวนาน นั้นคือ "กรรมของความรู้ (Kamma Knowledge)..."

กรรมใคร กรรมมัน การกระทำของใคร ก็สร้างความรู้ความเชี่ยวชาญของคนนั้น

ใครทำกรรมเรื่องใดมากก็เชี่ยวชาญ มีความรู้ด้านนั้นมาก

"เราควรส่งเสริมความแตกต่างทางความรู้เพื่อเชิดชูความรู้แห่งฐานกรรม"

ทำใจให้ยอมรับความรู้ที่อยู่คู่กันของกับ "กรรม" ของแต่ละคน

ไม่นำบรรทัดฐานของเราไปวัด มาประเมินความรู้ของเขา

ถ้าหากเราทำเช่นนั้น เราเองก็จัดว่าเป็น "คนหนึ่งที่ไม่รู้..."

เราไม่รู้เขา แต่เขานั้นรู้เรา เขาย่อมรู้ว่าเรานั้นไม่รู้ "สัจธรรมแห่งความรู้"

โลกใบนี้ที่สวยงามก็เพราะมีความเหลื่อมล้ำที่สอดประสานเป็น "พลัง..."

ความรู้หนึ่งสร้างสิ่งหนึ่ง ความรู้สองสอดประสาน ความรู้สามดูงดงาม ความรู้ล้นหลามคือ "สัจธรรม"

ส่งเสริม สนับสนุน ความเชี่ยวชาญ ความแตกต่างในความรู้ให้สูงสุด

เมื่อขายังใช้ก้าวเดิน ไม่มัวเพลินไปยุ่งหน้าที่ของแขน ชีวิตนี้ย่อมมีแก่น ย่อมมีแกน นำชีวิตก้าวหน้าในสังคม

สังคมที่แตกต่าง ย่อมเป็นสังคมที่ไม่แตกแยก ด้วยเพราะเราไม่จำแนกและกดขี่ความรู้ซึ่งกันและกัน

มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท มีความรู้แล้วอย่าให้ขาด "สัจธรรมแห่งความรู้"

สัจธรรมแห่งความรู้ คือ ความจริงที่แตกต่าง

ความแตกต่างย่อมมีต่ำบ้าง สูงบ้าง

เหมือนกับคนเราเวลานอนเรียงกัน ถ้าหัวเท่ากันขาย่อมไม่เท่ากัน

เมื่อกับนิทานที่เล่าขานสืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ ว่า มีผีตัวหนึ่งมามาคอยจัด คอยยก คอยย้าย คนที่กำลังนอนเรียงกัน จัดหัวเท่ากันแล้วขาก็ไม่เท่า จัดขาเท่ากันแล้วหัวก็ไม่เท่า เรียงกันไป เรียงกันมา เรียงทั้งคืน ไม่ได้หลับ ไม่ได้นอน ไม่ได้พักผ่อน "ไม่ได้ปลง"

ปลงใจกับความรู้ที่แตกต่าง จะสรรสร้างสัจธรรมแห่ง "ความรู้..."