จิตหนึ่งจิตของเรา ถ้าหากได้รู้จัก ได้คิดถึง ได้รับรู้ความรู้สึกกระทบกับสิ่งใด ๆ โดยเฉพาะดวงจิตอีกดวงจิตหนึ่งแล้วย่อมผูกพันธ์เกาะเกี่ยวเป็นเนื้อเดียวกัน

เมื่อไม่ได้พบก็ถวิลหา เมื่อไม่ได้เจอบางครั้งก็มีคราบน้ำตา สิ่งเหล่านี้แทนคำว่า "ความผูกพันธ์..."

ดวงจิตดวงหนึ่ง ที่เฝ้าคอยคิดถึงดวงจิตอีกดวงหนึ่ง ซึ่งเมื่อครั้งก่อนเคยได้ทำ "กรรม" ร่วมกันไว้

กรรมใหม่ กรรมเก่านั้นคอยเฝ้า ร้อยรัด "ผูกพันธ์..."

ถ้าหากยังคิดอยู่ ยังเจออยู่ นั่นคือการ "สานต่อกรรม" นำภพ นำชาติ

ดวงจิตที่นำพาให้ตั้งตา ดวงจิตนั้นหนาต้องทุกข์เพราะ "ห่วงใย..."

ถึงแม้นดวงจิตที่ผูกพันธ์ด้วยจะดีก็ต้องทุกข์ ทุกข์เพราะห่วง ทุกข์เพราะกังวล

และถ้าหากดวงจิตที่เกี่ยวพันธ์ด้วยไม่ดีก็ต้องยิ่งทุกข์ ทุกข์หนักหนา นานับประการ

การถอนความผูกพันธ์จากดวงจิตหนึ่งออกจากดวงจิตหนึ่งนั้น ต้องมี "อุบายการภาวนา..."

ศีลหนึ่ง สติหนึ่ง ปัญญาหนึ่ง ต้องรวมพลังทั้งสามด้วย "ความดี"

การกระทำความดีอันมีพื้นฐานอยู่บนศีลจะช่วยให้วันเวลาที่ห่วงหาผ่านมาได้อย่างรวดเร็ว

จิตที่มีสติจะทำให้จิตนั้นมั่นคง ไม่วอกแวก สอดส่าย ส่งออก ไปหาดวงจิตอีกหนึ่งดวงที่กำลังตัดนั้น

 

ตัดเป็นหรือตัดตายสุดท้ายก็ต้องเจ็บพอ ๆ กัน

ดวงจิต ดวงชีวัน มินานนั้น ตัดกันจริง

ความผูกพันธ์ ห่วงหา และอาวรณ์

ช่างซับซ้อน ซ่อนเล่ห์ เพทุบาย

ความสับสน กังวล วิเว้นวาย

จากหายได้ ด้วย "กรรมดี" มีกำลัง...