กฎหมายฉบับนี้บอกว่าผู้ที่พบเห็นหรือผู้ที่ทราบการกระทำความรุนแรงในครอบครัว มีหน้าที่ แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ดีไหมล่ะ...กฎหมายให้เป็นหน้าที่แล้ว ไม่ให้ดูเฉยๆ...อิอิ

        ช่วงนี้คุณแอ๊ดอ่านบทโทรทัศน์จบแล้วผมก็เลยได้หยิบมาอ่านมั่ง อ่านจบแล้ว และละครก็ใกล้จบเต็มทีแล้ว ศุกร์เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาได้ดูมั่งไม่ดูมั่ง คงต้องรีบมาเขียนไม่งั้นละครจบเสียก่อนก็จะเสียมวย อิอิ

        เรามาดูกฎหมายกันต่อนะครับ ขอให้ท่านได้ดูมาตรานี้ครับ

 

มาตรา ๔ ผู้ใดกระทำการอันเป็นความรุนแรงในครอบครัว ผู้นั้นกระทำความผิดฐานกระทำความรุนแรงในครอบครัว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ให้ความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นความผิดอันยอมความได้ แต่ไม่ลบล้างความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือกฎหมายอื่น หากการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ ด้วย ให้ความผิดดังกล่าวเป็นความผิดอันยอมความได้

       

        เห็นโทษหรือยังคุณรังสรรค์ การตบขมแทบจะทั้งเรื่องนี่มันเป็นความรุนแรงในครอบครัว มีโทษถึงจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

        เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้ ไม่ได้มีเจตนาที่จะลงโทษผู้กระทำความรุนแรงในครอบครัวอย่างรุนแรง เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัว ยังไงเสียเขาตัดสินใจกันเองแหละว่าเขาจะทำอย่างไรกันต่อ แต่กฎหมายฉบับนี้เปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกเข้ามายุ่งเรื่องของชาวบ้านได้ อิอิ เพื่อให้สามารถช่วยผู้ที่ถูกกระทำด้วยความรุนแรงนั้น ทั้งยังเปิดโอกาสให้คนในครอบครัวได้คุยกัน จึงบอกไว้ในกฎหมายว่า ความผิดในเรื่องนี้ให้ยอมความกันได้

        แต่ถ้าการกระทำนั้นเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือกฎหมายอื่น ความผิดตามกฎหมายนี้ไม่ลบล้างความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือกฎหมายอื่น ถ้ากฎหมายอาญาหรือกฎหมายอื่นมีโทษหนักกว่าก็ต้องว่าไปตามกฎหมายนั้นๆ

        ทีนี้ การที่รังสรรค์ตบขม เป็นความผิดทางอาญาฐานทำร้ายร่างกาย แต่เป็นการทำร้ายร่างกายที่ไม่ถึงขนาดเลือดตกยางออก ทางกฎหมายศาลฎีกาของเราถือว่า ไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ จึงกลายเป็นความผิดลหุโทษ คือมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๐

        อ่านมาถึงตอนนี้ ผิดสังเกตไหมครับ  ลองย้อนกลับไปอ่านมาตรา ๔ ข้างบนสิครับจะเห็นว่าความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ กฎหมายฉบับนี้ให้เป็นความผิดอันยอมความได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องทำร้ายร่างกายบุคคลภายนอก ไม่เกี่ยวกับบุคคลในครอบครัว ยอมความกันไม่ได้ ครับ เพราะถือว่าเป็นอาญาแผ่นดิน แล้วประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ มันแตกต่างกับ มาตรา ๓๙๐ เพราะ

 

        ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ ระบุว่า ผู้ใดทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจผู้อื่นนั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

        ส่วนประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๐ ระบุว่า ผู้ใดใช้กำลังทำร้ายผู้อื่น โดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

        ผมเข้าใจว่าที่ไม่เขียนให้มาตรา ๓๙๐ เป็นความผิดอันยอมความได้ เพราะโทษตามกฎหมายนี้แรงกว่าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๐เมื่อใช้กฎหมายนี้ จึงเป็นความผิดอันยอมความได้โดยปริยายครับ

 

        มาตรา ๒๙๕ นี้ เป็นการทำร้ายถึงขนาดเลือดตกยางออก อัตราโทษสูงถ้าไม่เขียนให้ยอมความกันได้ คนที่กระทำความรุนแรงอาจเดือดร้อนเพราะศาลอาจลงโทษจำคุกก็ได้ ซึ่งหากคนๆนั้นเป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นคนหารายได้มาสู้ครอบครัว จะทำยังไงกันละครับ ดังนั้น หากไม่อยากติดคุกก็ต้องไปอ้อนอีกฝ่ายหนึ่ง เช่น ผัวชกเมียฟันหักเลือดกบปาก ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ แต่พอกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้เป็นความผิดยอมความได้ ถ้าผัวไม่ง้อเมีย ก็คุกสิครับ.....อิอิ

 

        ทีนี้เรามาดูกันต่อ..ที่ผมบอกว่ากฎหมายนี้ให้บุคคลภายนอกมายุ่งเรื่องของชาวบ้านได้ ไม่ใช่ผมว่าของผมเฉยๆ ผมมีหลักฐาน เพราะกฎหมายฉบับนี้เขาบอกว่า

 

มาตรา ๕ ผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว หรือผู้ที่พบเห็นหรือทราบการกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว มีหน้าที่แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้

        การแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง เมื่อได้กระทำโดยสุจริต ย่อมได้รับความคุ้มครองและไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง

 

        เห็นไหมครับ เวลาผัวเมียทะเลาะกัน คนไทยเราชอบเป็นไทยมุง เวลามีคนเข้าไปห้าม ส่วนใหญ่ผู้ชายมักจะพูดว่า อย่ามายุ่ง เรื่องของผัวเมีย และพลเมืองของไทยก็มักไม่กล้าเข้าไปยุ่ง เพราะบางทีก็เห็นว่าเขาทะเลาะตบตีกันทุกวัน แต่มีลูกหัวปีท้ายปี เขามีวิธีแก้ไขปัญหากันเอง อิอิ แต่กฎหมายฉบับนี้บอกว่าผู้ที่พบเห็นหรือผู้ที่ทราบ มีหน้าที่ แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ดีไหมล่ะ...กฎหมายให้เป็นหน้าที่แล้ว ไม่ให้ดูเฉยๆ...อิอิ