เทศกาลลาเวนเดอร์ ที่เมือง Valensole แหล่งปลูกลาเวนเดอร์ที่ใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศสกว่า 800 ตารางกิโลเมตร ตอนนั้นก็คิดเหมือนกันว่าจะไปร่วมกิจกรรมกับเค้าซะหน่อยนะ ก็ไม่คิดว่าจะได้ไปจริงๆหรอกครับ...แต่เหมือนฟ้าจะเป็นใจให้คนที่รักการเที่ยวอย่างผม ได้ไปเที่ยวที่นั่นอีกจนได้และก็ได้ไปวันงานซะด้วย

 

 

 

 

สวัสดีครับ 

...หายหน้าหายตาไปนาน เนื่องมาจากภารกิจทางการศึกษาครับ...ช่วงนี้ก็โล่งไปได้บางส่วนเลยมาชวน พี่ๆ เพื่อนๆ G2K มาเที่ยวโพรวองซ์กันต่อครับ

...ใกล้จะเข้าฤดูที่นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวโพรวองซ์ ผมก็เลยถือโอกาสนำเรื่องเล่า เมื่อปีเก่าๆ ที่ได้มีโอกาสไปงานลาเวนเดอร์ ที่เมือง Valensole ครับเมื่อปีที่แล้วมาเล่าสู่กันฟัง

สำหรับปีนี้ เทศกาลลาเวนเดอร์ จัดขึ้นเหมือนเคยนะครับ วันที่ 19 กรกฎาคม ศกนี้... สำหรับผมแล้ว งานดีๆแบบนี้ พลาดไม่ได้ แล้วพบกันนะครับ

 

... เดือนกรกฏาคม 2551... 

 

... Provence ช่วงนี้คงไม่มีอะไรน่าสนใจไปกว่า การได้ไปเที่ยว ทุ่งลาเวนเดอร์ อีกแล้ว ก็เพราะปีหนึ่งๆจะมีให้ดูกันก็ช่วงนี้ล่ะครับ ปีนี้ผมก็ได้ไปชมทุ่งลาเวนเดอร์มาแล้วเมื่อต้นเดือนนี้เอง ซึ่งในวันนั้นผมก็ได้เห็นป้ายประกาศติดไว้ข้างถนนว่า ในวันที่ 15 ก.ค.ศกนี้ จะมีงานเทศกาลลาเวนเดอร์ ที่เมือง Valensole แหล่งปลูกลาเวนเดอร์ที่ใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศสกว่า 800 ตารางกิโลเมตร ตอนนั้นก็คิดเหมือนกันว่าจะไปร่วมกิจกรรมกับเค้าซะหน่อยนะ ก็ไม่คิดว่าจะได้ไปจริงๆหรอกครับ...แต่เหมือนฟ้าจะเป็นใจให้คนที่รักการเที่ยวอย่างผม ได้ไปเที่ยวที่นั่นอีกจนได้และก็ได้ไปในวันที่ 15 ก.ค.ซะด้วย

วันนั้นออกเดินทางจากบ้านที่ Aix-en-Provence แต่เช้า 9 โมงตรง เนื่องจากทราบมาว่างานเค้าจะเริ่มกันประมาณ 10.30 น. ใช้เวลาประมาณชั่วโมงหนึ่งก็เริ่มเข้าเขตที่เขาปลูกลาเวนเดอร์กัน จึงอดใจไม่ได้ต้องหยุดรถลงไปสัมผัสและถ่ายรูปกับทุ่งลาเวนเดอร์อีกครั้ง 

...คราวนี้เป็นคนละทุ่งกับที่นำภาพมาฝากกันเมื่อคราวก่อนครับ

 













... และติดกับทุ่งนั้นเอง มีร้านค้าที่ขายสินค้าที่ได้มาจากลาเวนเดอร์ตั้งอยู่ด้วย เลยเข้าไปดูซะหน่อยว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง และก็ไม่ทำให้ผิดหวังครับ 
















 

... เราใช้เวลาอยู่พักหนึ่งที่ร้านนี้ และผมได้คุยกับคนขายที่ร้านว่า งานเทศกาลลาเวนเดอร์ มีที่อื่นอีกหรือไม่ นอกจากที่เมือง Valensole ... เพราะว่าผมเคยมาแล้วเมื่อปีก่อนจึงอยากลองไปดูที่อื่นบ้าง ก็ได้คำตอบมาว่างานลาเวนเดอร์นี้มีอีกที่ ที่เมือง Ferrassières ใกล้ๆนี้ในเขต Luberons ครับ แต่จะจัดงานในช่วงต้นเดือนครับ ... ว้า พลาดไปแล้ว !!!

... สรุปหลังเสร็จภารกิจที่ร้านนั้น ผมก็มุ่งหน้าไปต่อที่เมือง Valensole เพื่อร่วมงาน 

... ออกจากร้านมาได้ไม่ไกลนัก ข้างทางผมเห็นมีเต้นท์ตั้งอยู่ กลุ่มคนประมาณ 20 คน และมองไปไกลอีกนิดเห็น เฮลิค็อปเตอร์ จอดอยู่ลำหนึ่ง เลยสงสัยจึงแวะไปดูซะหน่อย 
ได้ความว่าเฮลิค็อปเตอร์ลำดังกล่าว ให้บริการนักท่องเที่ยวบินชมทุ่งลาเวนเดอร์และชมทิวทัศน์อื่นๆ สนนราคา 35 ยูโรต่อท่าน จริงๆแล้วก็ไม่แพงนะครับ อยากใช้บริการอยู่เหมือนกัน ท่าทางมองลงมาแบบ Bird's Eye View คงสวยน่าดู แต่คนต่อคิวยาวแล้วล่ะ คงต้องไว้โอกาสหน้า








ตอนไปถึงช้าไปซะหน่อย ขบวนพาเหลด เค้าได้เดินกันไปเรียบร้อยแล้ว หลงเหลือแต่บรรยากาศของเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คน ทั้งชาวพื้นเมืองและนักท่องเที่ยวกำลังเดินกับขวักไขว่ บ้างก็นั่งกันที่ร้านอาหาร ร้านกาแฟข้างทาง 




... สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือ ในวันนั้นมีการแจกลาเวนเดอร์ให้กับผู้ที่มาร่วมงานด้วยครับ ผมก็ได้มาเยอะเลยล่ะ เพราะไปเอาอยู่หลายรอบอยู่ครับ... ช่อลาเวนเดอร์ ขนาดประมาณหนึ่งกำมือ ที่เค้าขายกันนะครับ ประมาณ 3 ยูโรได้ครับ... วันนี้ "ฟรี" ก็ต้องเก็บมาหน่อยครับ 








วันนี้ ชาว Valensole ที่ร่วมกิจกรรม จะแต่งตัวในชุดพื้นเมืองโบราณของชาวโพรวองซ์สีสันสวยงาม เห็นแล้วเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปเลยครับ



















และวันนั้นได้มีการออกร้านจำหน่ายสินค้าที่ได้มาจากลาเวนเดอร์ให้เราได้เลือกซื้อกัน ร้านตั้งยาวเหยียดเลยล่ะครับ ไปดูกันครับว่ามีอะไรบ้าง



ที่แน่นอนที่สุด ลาเวนเดอร์ก็ต้องนำมาทำพวกเครื่องหอมต่างๆครับ ..สรรพคุณช่วยให้นอนหลับสบาย... มิน่าล่ะหลังจากวันนั้นที่ขนลาเวนเดอร์ที่เค้าแจกฟรีกลับมาบ้าน ก็นอนหลับสบาย และง่วงอยู่ตลอด ..






นอกจากนั้น ลาเวนเดอร์นำมาใช้ผสมเป็นกลิ่นอาหาร ที่เห็นเป็นกระป๋องๆนั่น Pâté กลิ่นลาเวนเดอร์เอาไว้ทากินกับขนมปัง ทำเป็นสบู่กลิ่นลาเวนเดอร์และเป็นส่วนผสมในกลิ่นอื่นๆ ทำคุกกี้ลาเวนเดอร์ก็มีนะครับ ชิมแล้วอร่อยด้วยล่ะ







ส่วนป้าคนนี้มาจาก Moustiers Sainte-Marie เมืองใกล้ๆ แหล่งผลิตเครื่องเซรามิกชื่อดัง กำลังวาดลายเซรามิก เป็นดอกลาเวนเดอร์ สวยเชียวล่ะครับ




ส่วนลุงคนข้างล่างนี้กำลังสาธิตวิธีสกัดน้ำหอมจากดอกลาเวนเดอร์ครับ




และทางเมือง Valensole ยังได้จัดการแสดงบนเวทีให้กับผู้มาร่วมงานได้ชมกัน ที่ผมดูอยู่เป็นการเต้นรำของชาวบ้าน มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ หญิงและชาย แต่งตัวในชุดพื้นเมืองโพรวองซ์โบราณ เต้นรำกันอย่างสนุกสนาน น่ารักมากครับ













... ใกล้ๆเวทีแสดง ก็จะมีโต๊ะตั้งเรียงรายเพื่อให้ผู้คนมานั่งพักผ่อน รับประทานอาหาร และชมการแสดงไปในตัว และมีร้านค้าที่ขายอาหารอยู่พอสมควรเพียงพอกับนักท่องเที่ยว 
... ผมก็ไปเห็นอยู่ร้านหนึ่ง พี่น้องผองเพื่อน Pompier ครับผม มาออกร้านขายเครื่องดื่มกับเค้าด้วย สงสัยหารายได้ไปซื้อรถดับเพลิงเพิ่มเติม ดีครับเลยได้เห็น Pompier เดินเสิร์ฟเบียร์อยู่ด้วยวันนั้น








หลังจากเดินจับจ่ายอยู่นาน ก็สมควรแก่เวลาที่จะต้องเดินทางออกจาก Valensole แล้วล่ะ 




...พอออกมาจาก Valensole ได้ไม่ไกลนัก รถผ่านทุ่งลาเวนเดอร์อีกครั้ง ภาพที่ปรากฏค่อนข้างเศร้านิดนึงครับ  ชาวสวนกำลังเดินเครื่องจักรเพื่อตัดดอกลาเวนเดอร์พอดี ผมเลยแวะลงไปดู(เพื่อไว้อาลัย) ว่าเค้าทำอย่างไรกัน เพราะยังไม่เคยเห็นเหมือนกันครับ

...สรุปก็คือ เค้าใช้เครื่องจักรสำหรับตัดและมีรถคอยเก็บอีกคันทำงานพร้อมกัน รวดเร็วมากเลยล่ะครับ..ใช้เวลาไม่นานลาเวนเดอร์ก็หายไปหนึ่งแถว...







... ตรงบริเวณนี้ทิวทัศน์สวยงามมากเลยครับ เพราะว่าเมื่อเรามองไปจะเห็นเป็นทุ่งสามสี คือ เหลืองเขียว และม่วง ทุ่งสีเหลืองคือทุ่ง Blé หรือข้าวสาลี สีเขียวคือลาเวนเดอร์ที่ถูกตัดไปแล้ว (ส่วนม่วงๆหายไปเหลือแต่สีเขียวของใบและลำต้น) สีม่วงคือทุ่งลาเวนเดอร์ทียังไม่ได้ตัด และด้านหลังเห็นเป็นทิวเขาที่สวยงาม










...เดินทางต่อเพื่อกลับบ้าน พอดีเจอเข้ากับโรงงาน L'Occitane en Provence ที่ผลิตสินค้าจำพวกเครื่องสำอางชื่อดัง ตั้งอยู่ที่เมือง Manosque ซึ่งอยู่ติดกับ Valensole นั่นเอง และโรงงานนี้ตั้งอยู่ตรงทางขึ้นทางด่วนจะกลับ Aix-en-Provence พอดีครับ เลยแวะไปดูซะหน่อย ที่สำคัญที่นี่ราคาสินค้าจะลดลงจากราคาป้ายปกติ 10% นะครับ ถูกใจสาวๆล่ะครับที่นี้






















...จากทริปลาเวนเดอร์รอบสองสำหรับปีนี้ ทำให้ผมได้เห็นอะไรๆเพิ่มเติมขึ้นมามากมายเลย..ประทับใจครับ...ได้เห็นทุ่งลาเวนเดอร์แบบสวยงาม...ทุ่งลาเวนเดอร์แบบถูกตัด(แบบเศร้า ) ...ผลิตภัณฑ์ต่างๆมากมายจากลาเวนเดอร์...การแสดง การแต่งกายของชาวพื้นเมือง ที่มีชีวิตผูกพันกับลาเวนเดอร์...

สุดท้ายผมก็ได้ดอกลาเวนเดอร์กลับบ้านมาจำนวนมาก ซึ่งตอนนี้บ้านผมก็อบอวลไปด้วยกลิ่นของดอกลาเวนเดอร์...คิดดูสิครับผึ้งยังหลงเข้ามา..สงสัยมันนึกว่าเป็น "ทุ่งลาเวนเดอร์" ล่ะมั้ง..