การที่เราจะดูดพลังของบุคคลที่มีความแตกต่างจากเราได้นั้น ความสำคัญอยู่ที่เรารู้หรือไม่ว่าเรามีจุดอ่อนอะไรบ้าง
ศิลาเชื่อว่ามีศาสตร์และศิลป์การสร้างความคิดบวก …พลังความคิดสร้างสรรค์ และการคิดอย่างเป็นระบบ…. อะไรอื่น ๆ อีกมากมาย…
การอ่านตำราหลากหลายดังกล่าวอาจจะมีประโยชน์สำหรับผู้ที่มองโลกตามความจริงและอยากจะฝึกคิดอะไรให้บวกขึ้นมาบ้าง เพราะการมองโลกตามจริงมักจะออกมาในทางแง่ร้าย ตามโลกที่วุ่นวายสับสนระคนความทุกข์มากมาย
แต่เชื่อไหมว่าพื้นฐานของคนที่มีบุคลิกที่มองโลกในแง่ดีอยู่แล้ว แทบไม่จำเป็นที่จะต้องอ่านตำราเหล่านี้เลยค่ะ … และพวกเขาเหล่านี้ก็มักจะบอกว่า “อ่านไปทำไม คิดบวกอยู่แล้ว” ไม่ใช่ตำราไม่ได้ผลหรอกนะคะ แต่ไม่เหมาะกับคนที่มีพื้นฐานความคิดที่มองโลกสดใสค่ะ
ตำราแต่ละประเภทจึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองกลุ่มคนที่มีวิธีมองโลกแตกต่างกันไป
การจะรู้ว่าเราเป็นคนแบบไหน มองโลกอย่างไร เป็นสิ่งสำคัญมากในการรู้สิ่งที่เราขาดและเตรียมพร้อมสำหรับการเติมพลัง
กลับมาเรื่องที่เรามักจะพูดกันบ่อย ๆ ว่าแล้วใครจะกล้ามองตัวเองไม่ดี…ใครจะยอมรับว่าเราขาดอะไรเพื่อจะมาเติมตรงส่วนนั้น…
เมื่อใดก็ตาม ที่เรากล้าหาญที่จะยอมรับได้นั้น ย่อมหมายถึงการก้าวไปสู่ความสมดุลแห่งพลังในตัวมนุษย์
ศิลาขอยกตัวอย่าง … หลายปีมาแล้ว ศิลารู้จักพี่ผู้ชายคนหนึ่ง ตอนที่รู้จักครั้งแรก เขาก็อายุใกล้จะ 40 ปีแล้ว บุคลิกเป็นคนเก็บตัว สะสมความรู้มากเป็นผู้เชี่ยวชาญ และเป็นนักทฤษฎีเรื่องหนึ่งที่เก่งมาก ๆ …แต่ไม่ค่อยมีใครคุยกับเขารู้เรื่อง… เพราะเขาไม่ปรับภาษาตนเอง
เมื่อเขาได้เจอศิลา ศิลาเห็นว่าสนิทกันพอสมควร ก็สะท้อนให้เขาฟังว่าพี่พูดในเรื่องที่คนเขาไม่เข้าใจนะ มันปรัชญามากไป…พูดภาษาคนธรรมดาได้ไหม…
เขาก็บอกว่า ไม่ได้ มันเป็นศัพท์เทคนิค อีกอย่างกลัวคนไม่รู้ว่เรารู้ในเรื่องนั้น
ศิลาถามว่า แล้วพี่อยากพูดให้เขารู้เรื่อง หรือให้เขาชื่นชมว่าพี่รู้เยอะ แต่ทำให้เขาไม่รู้เรื่องในสิ่งที่พี่พูดล่ะ
เขาก็ได้คิด…พอเราคุยกันบ่อย ๆ เขาก็รู้ตัวว่าเขาขาดพลังสร้างสรรค์ และขาดวิธีการคิด และถ่ายทอดอะไรออกมาให้มันง่ายขึ้น…เขาบอกว่าศิลาช่วยดึงพลังบางอย่างในตัวเขาออกมา
จริง ๆ แล้ว ศิลาคงช่วยอะไรไม่ได้ หากเขาไม่เปิดใจยอมรับว่าเขาขาดพลังอะไร
เขาเริ่มมีสีสัน มีวิธีคิดที่ไม่อยู่ในกรอบ ลาออกจากการเป็นมนุษย์เงินเดือนออกไปทำธุรกิจที่ท้าทาย…จริง ๆ ศิลาห้ามเขาแล้วว่า พี่เป็นคนที่ต้องการความมั่นคง อย่าไปเสี่ยงเลยนะ เป็นห่วง 40 กว่าแล้ว เพราะเห็นเขาดูเป็นนักวิชาการมากกว่าจะออกไปประกอบธุรกิจส่วนตัว
แต่เขากลับบอกว่าเขามีความกล้าขึ้นแล้ว มีพลังมากขึ้นที่จะทำในสิ่งที่ตนตั้งความหวังไว้นานแล้ว…ความกล้านี้เกิดจากความมั่นใจในการสะสมพลังความรู้มายาวนาน … ส่วนไฟที่เติมเชื้อให้ลุกโชนก็คือเขารู้ว่าเขาเป็นนักทฤษฎีไม่ใช่นักปฏิบัติ จึงฝึกที่จะใช้ศาสตร์และศิลป์ที่เขาเรียนมาบ่อย ๆ กับตัวเอง โดยการสังเกตคนที่มีพลังตรงข้ามกับเขา กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ
การดูดพลังจากนักปฏิบัติ ….คนที่ไม่พูดอะไรมาก ลงมือกระทำอย่างเดียว คนที่เด็ดเดี่ยวในการตัดสินใจ …..
หากเรายอมรับในความแตกต่างของกันและกัน …รู้ว่าเรามีจุดอ่อนอะไร เราจะดึงจุดแข็งของคนอื่นมาใช้กับเราได้โดยแทบไม่ต้องพึ่ง How to อะไรเลย
คราวหน้า ศิลาจะยกตัวอย่างของตัวเองกับคนใกล้ตัวค่ะ
คิดบวก อย่างน้อยก็ทำให้เรามีความสุขนะคะอาจารย์
สวัสดีค่ะ พี่ศิลที่รัก....
การคิดบวกทำให้เรามีความสุข...สำหรับก้อยไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นจะคิดบวกเสมอ....
ระลึกถึงเสมอค่ะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับคุณศิลา การดูดพลังจากคนอื่น หรือจำในสิ่งเขาไม่ได้สอนเรา แต่เราได้ยินและจำ สมัยก่อนคนที่คาถาคมเขาจะถ่ายทอดคาถาให้กัน คนที่รับการถ่ายทอดโดยตรงเอาไปปฎิบัติไม่ได้ผล แต่อ้ายคนที่อยู่ใต้ถุนแอบได้ยินคาถาเอายึดปฎิบัติไห้คุณประโยชน์ แบบนี้เขาเรียกว่า"คาถาลอดล่อง"ครับ(ดูดมาโดยบังเอิญหรือตั้งใจก็เหมือนกันครับ)
สวัสดีค่ะ...แวะมาอ่านวิธีการดูดพลัง..ขอบคุณนะคะ
คนที่ชอบทำมากกว่าพูด..เขาทำจริงนะคะ
แต่คนที่พูดมากกว่าทำ..จะดึง How to ได้ไหมคะเนี่ย
พูดจนลิงหลับ..เอ้ย คนหลับ..อิอิ
สวัสดีค่ะคุณศิลา
อ่านเรื่อง "การดูดพลังจากความต่าง" นี่มาจากที่ไหนสักแห่งค่ะ นานมากแล้ว แต่ที่ชัดมาก ๆ คือ เรื่อง โดราเอมอนกับโนบิตะ ค่ะ
เป็นเรื่องสุดยอดตัวอย่าง ของการดูดพลัง เสริมความต่างที่ขาด เติมความสมบูรณ์ร่วมกันที่สุดเรื่องหนึ่ง ในความคิดของคนไม่มีรากค่ะ
จะรออ่านต่อค่ะ
(^___^)
เรื่องราวน่าสนใจดีค่ะ..
รอตดตามตอยต่อไปนะคะ..
คิดถึงค่ะ..^^
สวัสดีค่ะ
ได้อ่านเรื่องราวดีดี ชอบมากค่ะ
จะแวะมาติดตามต่อเนื่องนะคะ
การยอมรับความเป็นจริงของตัวเองเป็นเรื่องยากที่สุดเรื่องหนึ่ง
เพราะส่วนใหญ่ต่างคนต่างคิดว่าตนเองแน่
หากยอมรับจุดอ่อนได้ จะเหมือนแก้วน้ำที่ไม่มีวันเต็มที่พร้อม
เติมเต็มน้ำดีอยู่เสมอ
ขอเป็นกำลังใจให้กับความคิดดี ๆ ที่มุ่งเปลี่ยนเปลงตน เพื่อ
คนเราจะได้ไม่ยึดอัตตาค่ะ
สวัสดีครับ
เรื่องสื่อสารนี่ มีปัญหากันเยอะ
เคยเจอคน ที่เก่งมากๆ แต่พอมีคนถาม ก็จะแอบตำหนิ หรือไม่ก็ตำหนิซึ่งหน้าไปเลย
ก็เลยเก่งอยู่คนเดียว เพราะไม่มีใครอยากคุยด้วย ;)
สวัสดีค่ะพี่ศิลา
แวะมาเยี่ยมค่ะ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ
สวัสดีค่ะ พี่ศิลา แสนสวย
แป๋มเชื่อในเรื่องของการสื่อด้วย"พลังอำนาจ"
ที่มีในตัวตนของบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดใกล้กันพิเศษ
เคยได้ยินว่าหากเราอยู่ใกล้ๆกับใครนิสัยแนวคิด
ของเขาเป็นอย่างไรก็จะส่งผลให้คนใกล้เป็นเช่นนั้น
อยู่ใกล้คนคิดบวกก็จะเป็นคนที่คิดบวกไปด้วย..(รึเปล่าหนอ..อิอิ..)
มาดูดพลังความคิดของน้องศิลาค่ะ อีกทั้งพลังส่งต่อ อิอิ
ขอบคุณค่ะ