เราต้องมีสถาบันของลุ่มน้ำเองเป็นเจ้าภาพในการพัฒนา

        การสัมนาเรื่อง "เหลียวหลัง  มุ่งหน้า  สู่การพัฒนาทะเลสาบสงขลาพัทลุง"  มีความ มุ่งหน้าเป็นที่น่าพอใจ จากการรับฟังนักการเมือง ทั้ง สส.  สว. และข้าราชการ  เห็นพ้องต้องกันว่า   ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันพัฒนา ฟื้นทะเลสาบ  ให้อุดมสมบูรณ์  ที่ผ่านมายังหาเจ้าภาพหลักในการจัดการไม่ได้เพราะ  เรื่องทะเลสาบ เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน   9  กระทรวง  28 กรมกองงบประมาณที่ลงมาต่างคนต่างทำไม่เห็นผลเชิงประจักษ์ในการแก้ปัญหา   

      จากการแบ่งกลุ่มย่อย  8 กลุ่ม ผู้เขียนอยู่ในกลุ่มการมีส่วนร่วม     มีอาจารย์ สมคิด  ทองสง  ผอ.รร.วชิรธรรมสถิตย์ นักคิดนักเขียนแห่งพัทลุง เป็นคนดำเนินการ สว.สิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ สว.นคร เป็นคนคอยสังเกตุการณ์ มีเพื่อนร่วมกลุ่มหลากหลายที่น่าสนใจก็เยาวชนคนรักคูขุด  2  ท่าน ที่สำเร็จการศึกษาลงมาช่วยฟื้นเล     

      ผลสรุปของการประชุมทุกคนลงความเห็นว่า  เราต้องมีสถาบันของลุ่มน้ำเองเป็นเจ้าภาพในการพัฒนา แต่มาติดชื่อกับที่มาของสถาบัน   มีการตั้งข้อสังเกตุกันว่าจะตั้งเป็นองค์กรมหาชน แต่ต้องไม่ถูกครบงำจากรัฐ หรือนัการเมือง  ต้องเป็นองค์กรของคนลุ่มน้ำที่แท้จริง   ตกลงในเบื้องต้นในกลุ่มว่า  ให้ใช้ชื่อว่า"สภาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาพัทลุง"นำเสนอต่อที่ประชุมใหญ่รวมกลุ่มในวันทีต่อไป    8  มีนาคม  2552

      การนำเสนอของกลุ่มย่อย  การมีส่วนร่วมโดยอาจารย์ สมคิด ทองสง  แล้วระดมความคิดเห็นจากที่ประชุมใหญ่  ผู้รู้ได้ตั้งข้อสังเกตุ การเกิดของเจ้าภาพลุ่มน้ำกันอย่างกว้างขวาง  ว่า ถ้าตั้งเป็นถาบัน   หรือองค์มหาชน ต้องเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ ต้องมีกฎหมายรองรับ และแหล่งทุนงบประมาณ  ที่สนับสนุน ซึ่งต้องใช้เวลา  ในที่สุดกลุ่มชาวประมงบอกว่า  เรารอไม่ได้แล้วถ้าหาเจ้าถาพของลุ่มน้ำไม่ได้ในรัฐบาลนี้  จะไม่มีการประชุมในห้องแอร์อีกแล้ว แต่จะย้ายเวทีไปอยู่ข้างถนน  

         ผลสรุปในที่ประชุมใหญ่ว่า ให้จัดตั้งเป็นสภาลุ่มน้ำทะเลสาบตามที่กลุ่มการมีส่วนร่วมเสนอ  และข้อเสนอของพลเรือเอก สุรศักดิ์  ศรรีอรุณ ให้ดำเนินการก่อรูปจัดตั้งได้เลยไม่ต้องรองบประมาณ ไม่ต้องมีกฎหมายหรือ พรบ. เพราะ ในส่วนของกฎหมาย  ทาง  สว. สส.จะไปผลักดันออกมา 

    ในที่สุดการขับเคลื่อนต่อก็นัดประชุมเพื่อเตรียมการจัดตั้งสภาในวันที่  7   เมษายนนี้อีกที"สภาทะเลสาบของประชาชน จะมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร จะได้มารายงานในเดือนต่อไป