พระสงฆ์ที่เข้าไปอยู่ในป่าช้าหรือว่าเข้าสุสาน หรือโสสานนี้ ต้องเข้าไปพักอยู่ที่โคนไม้ใหญ่ในป่าช้าแต่ละต้นห่างกันพอประมาณ จึงเรียกว่า "ไปอยู่รุกขมูล" หรือ "เข้ารุกขมูล" การเข้าโสสารหรือรุกขมูลนี้ พระสงฆ์ต้องถือปฏิบัติในธุดงควัตรอย่างเคร่งครัด จึงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "อยู่กรรม" คือ ปฎิบัติจริงจัง ไม่ยอมเดือนทางไปไหน ชาวบ้านพูดกันว่า "ธุเจ้าเข้ากรรม"

เชิงตะกอน.....เห็นเชิงตะกอนที่ป่าช้าทีไร....ก็ทำให้เข้าใจสัจธรรมแห่งชีวิต ....คนเราเกิดมาเพื่อสร้างกรรมดี ชั่ว แล้วแต่ผู้นั้นจะเลือกวิถีโดยแท้....ทำดี...กรรมดีก็ส่งผลให้เป็นที่จดจำ และชื่นชมแก่คนภายหลัง....ทำชั่วเมื่อสิ้นสังขารไปก็เป็นแค่อากาศธาตุเท่านั้น...ไม่มีสิ่งใดเหลือไว้เลย...มนุษย์เอ๋ย..เจ้ามีบุญเหลือเกินแล้วที่ได้เกิดมามีชีวิต จงทำความดีสั่งสมไว้เถิด

 

วันที่ 5-8 กุมภาพันธ์ 2552 ที่ผ่านมา คณะครู นักเรียน ภารโรง ได้ร่วมทำบุญกับชาวบ้านเมืองแปงใน พิธีเข้าโสสานกรรม หรือ ชาวบ้านเรียกว่า...เข้ากรรมป่าช้า....

ประเพณีเข้าโสสานกรรม

ในล้านนาไทยมีประเพณีสำคัญอย่างหนึ่งซึ่งพระสงฆ์และศัทราประชาชนได้ร่วมกันจัดทำในระหว่างเดือน 3-4-5 เหนือ คือช่วงเดือนทางสุริยคติ ธันวาคม มกราคม และกุมภาพันธ์ นิยมให้พระสงฆ์ตามวัดต่าง ๆ ออกไปเข้าโสสาน หรือเข้ารุกขมูล หรือเข้าโสสานกรรมในป่าช้า  กิจกรรมเหล่านี้ทำขึ้นจนเป็นประเพณีสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

โสสาน คือ สุสานหรือป่าช้า ที่ฝังหรือหรือเผาศพของชาวล้านนาไทยมีอยู่ 2 ประเภท คือ

·       ป่าช้าสำหรับใช้เผา จะทำเชิงตะกอนก่อด้วยอิฐถือปูนไว้ เพื่อนำศพขึ้นเผาบางแห่งทำเป็นเมรุอย่างดี  สิ้นค้าใช้จ่ายแต่ละแห่งหลายแสนบาททีเดียว

·        ป่าช้าสำหรับฝัง  แต่ โบราณมาคนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เวลาตายนิยมนำศพไปฝังที่ป่าช้าเป็นส่วนมาก บางกรณีก็มีการนำเอาข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวไปฝังด้วย เช่นศพของชาวกะเหรี่ยง ชาวลัวะ เป็นต้น  เรามักจะขุดพบเสมอที่มีโครงกระดูกและอุปกรณ์เครื่องใช้ของคนตาย

ต่อมาเราได้รับเอาพุทธศาสนา ประเพณีวัฒนธรรมจากอินเดีย  และลังกาเข้ามาประพฤติปฎิบัติกันในอินเดียและลังกานิยมเผาบนเชิงตะกอน  เราได้นับถือคตินั้น  จึงละจากการฝังดินมาทำพิธีเผากันเป็นส่วนมาก

คนไทยบางแห่งยังแบ่งเกณฑ์อายุของคนตายไว้ว่า อายุต่ำกว่า 20 ลงมาจนถึงเด็ก  เมื่อตายลงญาติจะนำไปฝังไว้ในป่าช้าด้านหนึ่ง ซึ่งชาวบ้านจะแบ่งเขตไว้เป็นป่าช้าฝัง  อีกส่วนหนึ่งเป็นป่าช้าเผา คือบริเวณที้เป็นเชิงตะกอนเผาศพ คำว่า โสสาน หรือ สุสาน เป็นคำในภาษาบาลี ชาวบ้านส่วนมากมักจะเรียก ป่าช้าบ้าง ป้าเฮี่ยว บ้างสุสานบ้าง แล้วแต่ความนิยม

พระสงฆ์ที่เข้าไปอยู่ในป่าช้าหรือว่าเข้าสุสาน หรือโสสานนี้ ต้องเข้าไปพักอยู่ที่โคนไม้ใหญ่ในป่าช้าแต่ละต้นห่างกันพอประมาณ จึงเรียกว่า "ไปอยู่รุกขมูล" หรือ "เข้ารุกขมูล" การเข้าโสสารหรือรุกขมูลนี้ พระสงฆ์ต้องถือปฏิบัติในธุดงควัตรอย่างเคร่งครัด  จึงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "อยู่กรรม" คือ ปฎิบัติจริงจัง ไม่ยอมเดือนทางไปไหน ชาวบ้านพูดกันว่า "ธุเจ้าเข้ากรรม"

 

พระสงฆ์ท่านบอกว่า....พระสงฆ์สมัยปัจจุบันไม่เหมือนเมื่อครั้นพุทธกาล ผ้าห่ม จีวร เมื่อก่อนนั้น ได้มาจากผ้าบังสกุล สีขาว ที่ใช้ปิดศพเพื่อเผา หรือฝังนั้น ผ้าขาวนั้นต่างเปื้อนด้วยเลือด น้ำเหลือง พระสงฆ์ต้องนำมาทำความสะอาด (ท่านว่างั้น)

เชื่อไหมคะ...ว่า...ป่าช้าที่ใครต่อใครได้ยินชื่อสถานที่นี้ต้องขนลุกขยาดกลัวนั้น....สำหรับชุมชนเมืองแปง เด็กๆเมืองแปง แล้ว วันนี้เป็นวันที่มีความสุข ความอิ่มเอม ความร่วมมือร่วมใจ ทุกคนในบ้านจะร่วมพัฒนาสืบสานประเพณี ....ชาวบ้านได้พบปะพูดคุยกัน ปรึกษาหารือ สร้างความสามัคคีในชุมชนให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น  เด็กๆได้พบปะเพื่อนๆ .....เปรียบเสมือนตื่นเต้นที่จะได้ดูมหรสพเลยทีเดียวคะ....

ปีนี้เราได้ม้าหินอ่อนจากการร่วมทำบุญของคนในชุมชน ถึง 120 ตัว ไว้ประกอบพิธีกรรม ณ ป่าช้าแห่งนี้คะ

ครแอนลืมบอกไปว่า.....ข้าวหลาม...นี้แหละคะ....ที่ทำให้ค่ำคืน ในพิธีเข้ากรรมป่าช้าคืนนั้น....เต็มเปี่ยมด้วยมิตรภาพของชาวบ้านจริงๆคะ

                                           ครูแอน

                                 เมืองแปง ,ปาย,แม่ฮ่องสอน

                                       ๑๒   กุมภาพันธ์  ๒๕๕๒