ประโยชน์ของการแกว่งแขน
ที่มา : มีคน Forward Mail มาให้
ผมเป็นคน
นอนไม่ค่อยหลับ และความดันโลหิตสูง    ผมเกือบตายเพราะเชื่อหมอสมัยใหม่ จนต้องเข้าห้องไอซียูเป็นเวลา 7 วัน    หลังจากนั้น ผมเสื่อมศรัทธาหมอสมัยใหม่ ผมจำเป็นต้องมีทางออก

มิถุนายน  2547

ภรรยาผม   เป็นทันตแพทย์ มาบอกผมว่า มีคนไข้ที่เป็น โรคความดันโลหิตสูง และคลอเรสตรอรอล สูง   ได้หายจากโรคดังกล่าวภายใน 3 เดือน โดยการแก่วงแขน วันละ 2, 000 ครั้ง ทุกวัน     ผมไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่


กรกฎาคม . 2547

ผมได้ไปงานวันเกิดของลุงของภรรยา    ลุงอายุ 83 ปี      แต่สุขภาพและท่าทาง ไม่ต่างจากคนอายุ 40 ปี เคลื่อนไหวว่องไว พูดจาเสียงดังฟังชัด    มิหนำซ้ำยังขับรถไปไหมมาไหนเอง   ผมก็เลยถามลุงว่า ลุงมีเคล็ดลับในการบำรุงสุขภาพอย่างไร ?   ลุงบอกว่า ลุงแกว่งแขนวันละ 1,000 ครั้ง ทุกวัน
 
ผมก็เริ่มสนใจว่าการแก่วงแขนเป็นอย่างไร   ก็เลยเดินหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้   บังเอิญโชคดี ไปเจอในร้านหนังสือเล็ก ราคา 20 บาท    แล้ว ผมก็ ฝึกการแก่วงแขน ตามหนังสือช่วง 15 นาทีก่อนนอน จำนวน 1,000 ครั้งทุกวัน     ผมนอนหลับได้สนิททุกคืน     มิหนำซ้ำยังต้องนอนกลางวันหลังอาหารเที่ยงอีก


19 สิงหาคม 2547

ผมกินอาหารกลางวัน   ปรากฏว่าผม เจ็บขากรรไกรด้านขวาขณะเคี้ยวอาหาร   คล้ายๆกระดูกบนล่าง หลุดออกจากกันและกัน      ทำให้เวลาเคี้ยวจึงเจ็บปวดมาก   ผมรีบไปโรงพยาบาลศิครินทร์   หมอผู้เชี่ยวชาญติดประชุม    ผมต้องรอครึ่งชั่วโมง       ขณะที่รอนั้น ผมโทรบอกภรรยาเกี่ยวกับอาการดังกล่าว       ภรรยาผมบอกให้กลับบ้านเถอะ   เพราะประเทศไทยยังไม่มีหมอผู้เชี่ยวชาญบริเวณขากรรไกร    อย่างมาก หมอก็ให้ยาคลายกล้ามเนื้อและยาแก้ปวด ผมก็ไม่เชื่อ   จนผมได้พบหมอ   ก็เป็นจริงอย่างที่ภรรยาผมพูด     หมอให้ยาคลายกล้ามเนื้อและยาแก้ปวด   ตอนเย็นผมทรมานมากในการกินอาหาร   แล้ว ก่อนนอนผมก็แกว่งแขนตามปกติ        ขณะที่แกว่ง ก็เกิดความคิดว่า          น่าจะเอากล้ามเนื้อไหล่ชนบริเวณหลังหู    ได้ผลครับ   ภายใน 3 วัน อาการเจ็บขาก รรไกรหาย โดยไม่ได้กินยาสักเม็ด


6 ธันวาคม 2547

ตื่นมาตอนเช้า เป็นหวัดน้ำมูกไหลพร้อมจาม    ในวันนั้นไปเล่นกอล์ฟกับลูกค้า ผมจามจนหมดแรง   ขณะเล่นกอล์ฟ จนเล่นไม่ไหว   จึงขอกลับก่อนในสภาพที่แย่มาก   คืนนั้นผมก็แก่วงแขนตามปกติ    และก็เกิดความคิดอีก ว่า         การแกว่งแขน   ก็เหมือนทำชี่กง     คือพลังงานอยู่ที่มือหลังการทำชี่กง   แกว่งแขนก็น่าจะเป็นเหมือนกัน ดังนั้นพอ แกว่งแขนเสร็จ   ผมก็ใช้มือทั้งสองถูกันจนเกิดความร้อน   แล้วเอามือทั้งสองโปะที่จมูก   เพื่อรักษาอาการหวัด แล้วถูใหม่ แล้วโปะอีก อย่างนั้นอยู่ 5 ครั้ง ตื่นเช้าขึ้นมา   ไม่ปรากฏอาการหวัดเหลืออยู่เลย   และลูกค้าที่ผมเล่นกอลฟ์ด้วยเมื่อวานมาเจอผม   เขางงมากที่ผมหายภายในข้ามคืน


14  ธันวาคม 2547

ตอนบ่าย รู้สึก เจ็บคอด้านซ้าย    คล้ายอาการหวัด อีกครั้ง ผมก็ทำอีกครั้ง แต่เอามือทั้งสองลูบบริเวณคอด้านซ้าย ทำอยู่ 5 ครั้ง    ตื่นเช้าขึ้นมา ไม่ปรากฏอาการเจ็บคอเหลืออยู่เลย
ในช่วง ธันวาคม    2547 ถึง มกราคม 2548      ผมผ่านการเป็นหวัด 4 ครั้ง แล้วก็หายภายในข้ามคืนทั้งสี่ครั้ง     ซึ่งโดยปกติ การเป็นหวัดครั้งหนึ่งจะใช้เวลาประมาณ 7 ถึง  10 วัน ถึงจะหาย
มีอยู่ช่วงหนึ่ง ผมมีอาการ เสียวฟันกราม ล่างซ้าย   ภรรยาผมก็ตรวจดูว่ามีฟันผุหรือหินปูนเกาะหรือเปล่า ปรากฏว่าไม่มีความผิดปกติใดๆ   แต่ก็ยังเสียวฟันซี่นี้อยู่   ตอนช่วง แกว่งแขน ผมก็ใช้วิธีเดิมคือการให้กล้ามเนื้อไหล่กระแทกต้นคอด้านซ้าย   อาการเสียวฟันดังกล่าวก็หายไป
อาการ เหนื่อยง่าย

ผมได้ กลั้นหายใจ
  ในขณะแกว่งแขน     ประมาณ 30 รอบของการแกว่งแขน    ทุกๆการแกว่งแขน 100 ครั้ง   &nb sp;จากนั้นก็ปล่อยลมหายใจออกมา       ผมรู้สึกความร้อนวิ่งจากต้นคอขึ้นไปทั่วสมอง   นี่หรือเปล่า     ที่ทำให้เส้นเลือดในสมองได้มีโอกาสออกกำลังกาย คือให้ มีการยืดหยุ่น ทำให้รักษาความดันโลหิตสูง   ขณะเดียวกัน อาการเหนื่อยง่ายของผมก็หายไป 
 ผมได้แชร์ประสบการณ์นี้ให้คุณพิชัย    ซึ่งเขาเป็น
โรคปัสสาวะไม่สุด   &n bsp;   และภรรยาเขาเป็น โรค นอนไม่หลับสนิท คือนอนได้ 2-3 ชั่วโมงแล้วก็ตื่น        พอเขาไป แกว่งแขน 1,000 ครั้งต่อวันสม่ำเสมอ    หนึ่งสัปดาห์ต่อมา      ผมก็เจอคุณพิชัยอีก ผมก็ถาม อาการปัสสาวะไม่สุด ข องเขาอีก   ปรากฏว่าเขาลืมปัญหานี้ไปแล้ว    เพราะมัน หายไปตั้งแต่สองวันแรกที่เขาแกว่งแขน    ขณะเดียวกัน ภรรยาเขาก็นอนหลับได้สนิททุกคืน    ปัจจุบันทั้งคู่ก็ยังคงแกว่งแขนวันละ 1,000 ครั้ง และคุณพิชัยได้ไปเหมาหนังสือนี้ทั้งหมดที่สำนักพิมพ์มีอยู่ เพื่อนำไปแจกเพื่อนๆ
           อีกคนหนึ่งคือคุณธานี   ซึ่งผมได้บอกเรื่องการแกว่งแขนให้เขาฟัง แล้วเขาก็เอาไปบอกให้พ่อเขาซึ่งมี
อาการปวดเข่า หลังจากนั้น พ่อเขาแกว่งแขน   ประมาณ 3 วัน พ่อเขาก็ หายจากอาการ ดังกล่าว    ซึ่งผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้   บางครั้งคนเราอาจจะอุปโลก ขึ้นมาเพื่อหลอกตัวเองก็ได้
           นี่เป็นประสบการณ์จริงที่ไม่มีการเสริมแต่งใดๆ   เพราะผมไม่ได้ผลประโยชน์ใดๆจากการเผยแพร่ประสบการณ์นี้ นอกจากการได้ช่วยให้ญาติมิตรหายจากการเป็นโรคต่างๆ โดยไม่ต้องกินยาของพวก ฝรั่ง ที่มีผลข้างเคียงระยะยาว


วิธีการแกว่งแขน

1.   ยืนแยกเท้าเท่าความกว้างของไหล่    ย่อเข่าเล็กน้อย    แขนทั้งสองแนบลำตัว ปลายลิ้นแตะ    
    เพดานบน

2 . จากนั้นยกแขนทั้งสองไปข้างหน้า   แล้วผลักแขนทั้งสองไปข้างหลัง   แล้วให้แขนกลับมาเอง  
  โดยธรรมชาติ เหมือนกับลูกตุ้มนาฬิกา & nbsp; ไม่ช้า ไม่เร็วเกินไป บริเวณลำคอและไหล่ควรจะผ่อน
   คลาย

3. หลับตาเพ่งสมาธิไปกับการนับจำนวนครั้งในการแก่วงแขน     ทุกๆ 100 ครั้งของการแก่วง ควร
   จะมีการกลั้นลมหายใจ    จำนวน 30 ครั้งของการแกว่ง      ควรจะแกว่งแขนต่อเนื่องกันวันละ    

   500 ครั้งสำหรับผู้ที่ต้องการให้ร่างกายแข็งแรง   และ 1,000 ครั้ง ต่อวัน สำหรับผู้มีโรคประจำตัว

4. เวลาในการแกว่งที่ดีที่สุดคือก่อนอาบน้ำตอนเย็น   หลังการแกว่งทุกครั้ง   ฝ่ามือทั้งสองจะมี
   พลังงานสะสมอยู่    ให้เอาฝ่ามือทั้งสองถูกันให้เกิดความร้อนแล้วไปลูบบริเวณที่เราต้องการ
   รักษา เช่น หัวใจ   ท้อง   หรือจมูกคอเมื่อเป็นหวัด