ขอบคุณทุกน้ำใจ สำหรับการเสียสละเวลาและแรงกายแรงใจมาช่วยฝึก ขอบคุณน้ำใจที่อยู่ในสิ่งของบริจาคทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นชุดฝึก เสื้อผ้า สิ่งของเหลือใช้ที่ส่งมาแบ่งปัน

ปีที่ผ่านมา ผมเคยเขียนไว้ในบล็อกถึงความน่าสนใจของการฝึกวิชาศิลปะการป้องกันตัวที่เรียกว่า ไอคิโด  แต่ไอคิโดเป็นที่รู้จักน้อย เพราะเป็นการปฏิวัติเรียนรู้  ที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้แบบช่วยกันไปให้ถึงฝั่ง มิใช่การเรียนแบบเหยียบหัวกันขึ้นไปที่พบเห็นเป็นกระแสหลัก  ไม่มีการแข่งขันเอาหน้า คว้าถ้วยรางวัล  ทั้งยังต้องใช้เวลาในการสื่อสารถึงหลักการสันติภาพอันเป็นแก่นของวิชานี้

 

ในการเขียนคราวก่อนๆ ผมลองวิเคราะห์เล่นๆว่าโอกาสสำหรับการส่งเสริมไอคิโดในชนบทซึ่งรวมถึงเด็กไร้สัญชาตินั้นทำได้  อย่างน้อยก็สามทาง คือ

 

1.      จากผู้มีจิตอาสาจากข้างนอก อย่างเราๆ เข้าไปช่วยพัฒนา คือลุยเดี่ยวเข้าไปเลย ใครสนใจมาฝึกก็รับเป็นศิษย์ แต่รับจำกัด ไม่มีข้อผูกมัดอะไร แต่ต้องมีระเบียบฝึก และต้อง เอาใจมาแลก อันนี้เป็นแนวทางที่ผมทำมาแต่แรก คือต้องแสดงความตั้งใจจริง และมีจิตอาสา มีความประพฤติดีจึงจะรับเป็นศิษย์

2.      ชมรมไอคิโดจากข้างนอก หรือหน่วยงานภายนอก เปิดโอกาสให้เด็กในชนบทเข้าร่วมฝึกตามวาระต่างๆ 

3.      จากการผลักดันของชาวบ้าน เข้าสู่แผนพัฒนาท้องถิ่นของหน่วยงานต่างๆ เช่น อบต. โรงเรียนในชุมชน

 

ถ้าจะวิเคราะห์จากการฝึกไอคิโดของตัวเองที่ปางมะผ้าแล้ว ผมเองพยายามผลักดันทั้งสามแนวทางนะครับ แต่ยึดแนวทางที่หนึ่งเป็นหลัก ก็ยังขาดอีกสองแนวทางที่ต้องหนุนเสริมต่อเนื่องให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม

 

มาปีนี้ สยชช. เราได้งบจากกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม ของกระทรวง พม. มาจัดทำโครงการหลักสูตรผู้นำเด็กไร้สัญชาติที่อำเภอปางมะผ้า ผมเลยได้โอกาสบรรจุการฝึกไอคิโดไว้ในหลักสูตรระยะสั้นหกเดือนนี้ 

 

อ้อ คำว่าหลักสูตรที่ผมใช้นี่ดูเหมือนใหญ่โตนะครับ แต่จริงๆแล้วมันเป็นหลักสูตรแบบชาวบ้านนะครับ คือไม่ได้เคร่งครัดกับตัวชี้วัด หรือแบบรายงานวิชาการอย่างที่ครูอาจารย์เขาทำกัน แต่เราเป็นหลักสูตรในแบบเอ็นจีโอ เน้นการมีส่วนร่วมของเด็ก เยาวชนเป็นหลัก เน้นสร้างแกนนำกลุ่มเล็กๆที่สามารถจะทำงานในท้องถิ่นได้ต่อไป ไม่ใช่เรียนจบแล้วจะมุ่งเข้าเมือง อันนี้เราจะต้องเฟ้นหาเด็กที่อยากจะทำงานเพื่อส่วนรวมจริงๆ ซึ่งต้องใช้เวลาดูกันนานๆ ก็ต้องทำใจ แต่ก็จำเป็น

 

การบรรจุวิชาไอคิโดไว้ในหลักสูตรผู้นำเด็กไร้สัญชาติครั้งนี้ ทำให้แนวทางข้อที่สองชัดเจนเป็นรูปธรรมขึ้น โดยวันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็ได้มีวิทยากรเป็นอาจารย์ไอคิโดขั้นสูง นำโดยHattori Takao Sensei กับภรรยา, คุณหมอกฤษณชัย ไชยพร, อาจารย์รัตนพล พนมวัน ณ อยุธยา, รวมทั้งอาจารย์ป๋อม กับทีมนักศึกษาชมรมไอคิโด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แถมนักเรียนจากโรงเรียนวัฒนโนทัยพายัพ เชียงใหม่มาร่วมด้วยช่วยฝึกเด็กๆไร้สัญชาติที่นี่  รวม 9 คน

 

ดีใจแทนเด็กๆ .....ไม่นึกไม่ฝันว่าจะมีคนสนใจมาช่วยฝึกกันมากขนาดนี้....

 

เด็กๆเข้าร่วมโครงการ 15   คน มี 7 คนที่ฝึกกับผมมาก่อน แต่อีกครึ่งไม่มีพื้นการฝึกไอคิโดมาก่อนนะครับ เกือบทั้งหมดเป็นเด็กผู้หญิง แต่ใจสู้ไม่แพ้ผู้ชาย ผมต้องอบรมปูพื้นล่วงหน้าเพื่อให้สามารถล้มหน้า ล้มหลังเป็นบ้าง ให้รู้ธรรมเนียม มารยาทการฝึกไว้ก่อนที่อาจารย์ระดับสูงและรุ่นใหญ่จาก มช.จะมา เด็กๆก็ตั้งใจมากครับ ไม่แพ้อาจารย์ และเพื่อนพ้องน้องพี่ชาวมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีลงทุนลงแรงมามอบความรู้เป็นวิทยาทานถึงที่นี่

 

นอกจากการฝึกบนเบาะแล้ว เราก็มีกิจกรรมอื่นๆอีก อาทิ

1.                             พาเด็กไปพัฒนา เก็บกวาดทำความสะอาดวัด นัยยะว่า ทำความสะอาดวัด เพื่อทำความสะอาดใจ ลดความเห็นแก่ตัว  และสร้างขวัญกำลังใจแก่เด็กๆในการเป็นผู้มีจิตอาสา

2.                             ไปสาธิตไอคิโด เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ณ โรงเรียนอนุบาลปางมะผ้า  เพื่อให้เกิดการรับรู้และยอมรับวิชานี้มากขึ้น

3.                             การจัดรายการวิทยุ บอกเล่าประสบการณ์ของเด็กไร้สัญชาติที่ได้มาฝึกไอคิโด

4.                             ส่วนกิจกรรมในเชิงผ่อนคลาย ก็มีการไปเล่นน้ำในลำธารหลังการฝึกภาคบ่าย ตกค่ำก็มีกิจกรรมการแสดงรอบกองไฟ ทั้งละครชุมชน และร้องเพลงที่มีเนื้อหาดีๆร่วมกัน

 

สี่วันกับการฝึกและการเตรียมงาน อย่าถามเลยว่าเหนื่อยไหม แต่ถามว่ามีความปีติสุขแค่ไหน ที่เราได้มอบสิ่งดีๆให้กับเด็กยากไร้เหล่านี้ เป็นความภูมิใจลึกๆที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคุณประโยชน์ให้เกิดแก่วงการไอคิโดบ้านเรา

 

ขอบคุณทุกน้ำใจ สำหรับการเสียสละเวลาและแรงกายแรงใจมาช่วยฝึก ขอบคุณน้ำใจที่อยู่ในสิ่งของบริจาคทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นชุดฝึก เสื้อผ้า สิ่งของเหลือใช้ที่ส่งมาแบ่งปัน

 

กลับมาที่แนวทางการส่งเสริมไอคิโดในชนบท หากดูตามแนวทางที่สองที่กล่าวไว้ข้างต้นจะเห็นว่าเริ่มชัดขึ้น ผมเห็นความหวังรางๆที่จะเชิญให้นักไอคิโด รวมทั้งสถาบันต่างๆที่จัดสอนไอคิโดได้มาแบ่งปันความรู้แก่เด็ก ในบรรยากาศที่อบอุ่น ท่ามกลางธรรมชาติ มีกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมชุมชนที่สามารถบูรณาการเรียนรู้ร่วมกับไอคิโด ให้เป็นกิจกรรมประเพณีที่น่าจะจัดเป็นประจำทุกปี 

 

ตอนนี้ โรงเรียนบางแห่งที่นี่เริ่มเห็นความตั้งใจของเรา เตรียมหาช่องทางซื้อเบาะฝึกเอาไว้ โดยผมกับแกนนำเยาวชนจะเข้าไปช่วยจัดอบรมให้สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง อันนี้เป็นนิมิตหมายที่ดีนะครับ ที่โรงเรียนเริ่มเป็นหุ้นส่วนไอคิโดกับเรา

 

ช่วยทำความสะอาดวัด ใจคนทำก็สะอาดไปพร้อมกันด้วย

มาช่วยกันฝึกเด็กด้อยโอกาส ใจคนฝึกก็พลอยได้ฝนไปด้วย

ผมคิดอย่างนั้นนะครับ