ยายมักรินน้ำหม้อไว้ให้หลานกำพร้าบำรุงกายาเป็นประจำ

      เมื่อวันเด็กที่ผ่านมานั่งดู ทีวี  เห็นการสาธิตการทำน้ำข้าวงอกและไอศครีมให้เด็กๆทาน  เห็นคนที่ชิมและทานบอกว่าอร่อยมากเลยทำให้นึกไปถึงน้ำข้าวหรือน้ำ"หม้อ"ตามความหมายชาวใต้

       นึกถึงเมื่อครั้งยังเยาวัย ยายตื่นหัวรุ่งหุงข้าวต้มปลา เตรียมตัวไปนา ยายมักรินน้ำหม้อ*เก็บไว้ให้หลานกำพร้าได้บำรุงกายาเป็นประจำ แล้วยังเห็นเพื่อนๆรุ่นกันหลายบ้านที่เลี้ยงน้องด้วยน้ำหม้อแทนนมแม่โดยเฉพาะบ้านที่มีลูกมากและยากจน นอกจากน้ำหม้อแล้วอาหารว่างที่วิเศษเวลากลับจากโรงเรียนตอนเย็นคือ ข้าวเย็นน้ำผึ้งเหลวสุดยอดของเด็กๆสมัยนั้น  วันไหนไม่มีทั้งข้าวเย็นและน้ำผึ้งเหลว  ก็หบิบน้ำผึ้งแว่น  แล่นลงเรือนไปหาเพื่อๆแลวัว*กลางนา

         น้ำหม้อนิยมบริโภคทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพียงแต่ในผู้ใหญ่ต้องลักหยบ*กินอย่าให้เพื่อนเห็น มันไม่สง่างาม  ตามสมัยนิยม ผู้ใหญ่ต้องกินแซ้หล้อง  โก้ปี้*  มันถึงจะมรสนิยม  

   มีเรื่องเล่าว่าชายหนุ่มคนหนึ่งหุงข้าวไปนา  แล้วรินน้ำหม้อนั่งซดอยู่เพื่อนบ้านผ่านมาเห็นจึงสนทนาไปว่า  ทำไหรล่ะเพื่อนหัวเช้าควันโพ่*เที๊ยว(ทีเดียว)

*หนุ่มน้ำหม้อ  =  หม้ายเพื่อนเหอ ซดน้ำหม้อนิ

*หนุ่มเพื่อนบ้าน  = อ้อหรอยน่ะมึงน่ะหัวเช้าๆกินน้ำหม้อเหมือนเสือเทียว(ยอดา)*

*หนุ่มน้ำหม้อ ดีใจที่เพื่อนยอว่ากินน้ำหม้อเหมือนเสือ  แต่พอเพื่อนเดินหายไปนึกได้ว่าโดนด่าฟรี เพราะเสืออยู่ในป่าไม่มีน้ำหม้อกิน  แต่หมาอยู่ตามบ้าน มันมักมาเลียน้ำหม้อที่เขารินทิ้ง(555555555555)

*น้ำหม้อ    =น้ำข้าวที่หุงข้าวกำลังเดือดไกล้สุกถ้าไม่รินทิ้งจะทำให้ข้าวที่หุงเปียก  แฉะ

*แลวัว    = เลี้ยงวัว

*แซ้หล้อง    =โก้ปี้     น้ำชากาแฟ

*ยอดา       = ชมหรือยอ  แต่ซ่อนคำด่าไว้ภายใน