ทันตกรรม ชุมชน

Sun 11 Jan 2009

 

            ตื่นมากินโจ๊กที่พี่หน่อยซื้อมา บอกว่าเป็นเจ้าอร่อยขอที่นี่ ถุงใหญ่มากเสร็จแล้วพี่หน่อยก็พาไปส่งที่วังชมภู อ้อ แวะเอางานให้พี่พัตราที่บ้านด้วย พอดีอยู่ละแวกเดียวกัน ถึงวังชมภูประมาณเก้าโมงกว่าๆ พี่หน่อยปล่อยพวกเราไว้ เพราะต้องไปทำคลีนิก บอกว่าเย็นๆจะมารับกลับ วันนี้พี่ต่วนว่างเลยพาพวกเราสำรวจหมู่บ้านโดยมีสามล้อคู่ใจเป็นพาหนะทุ่นแรงไม่งั้นคงเหนื่อยมาก

11 มกราคม 52

การก่อตั้งหมู่บ้านวังชมภู: แยกตัวมาจากป่าชุมชนที่ติดกับหมู่บ้านร่องบอน โดยมีดอยคั่นอยู่ระหว่างปุ่มชนและร่องบอน (อาณาเขตทั้งหมดเป็นของหมู่บ้านร่องบอน) เมื่อมีการถางป่าจึงให้มีการจับจองที่บริเวณนี้ ซึ่งเป็นบริเวณที่ค่อนข้างห่างไกลจากความเจริญ เวลามีทางการเข้ามามักจะเข้ามาไม่ถึงบริเวณนี้ จึงมีการประท้วงซึ่งนำโดยพ่อปัน, พ่อไข่ ฯลฯ ที่ที่ว่าการอำเภอเพื่อขอเป็นหมู่บ้านวังชมภูโดยแยกจากร่องบอน

ระบบการประปา: น้ำใช้ : น้าประปาภูเขาจากห้วยน้ำจุมปู โดยจะเก็บน้ำไว้ในตุ่มน้ำไว้ใช้

                                น้ำดื่ม : ซื้อจากรถที่นำเข้ามาส่งในหมู่บ้าน หรือ ต้มจากน้ำประปาภูเขา

ระบบไฟฟ้า: ส่วนมากไม่ต้องเสียค่าไฟ เนื่องจาก มีการขยายค่าไฟให้ฟรีถ้าใช้ไม่ถึง 80 หน่วย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมักจะใช้ไม่เกิน 80 หน่วยอยู่แล้ว

ระบบเงินทุนในหมู่บ้าน ได้มาจาก เงินล้าน ซึ่งจะได้ปีละ 1 ครั้ง

-          กลุ่มออมทรัพย์ ซึ่งจะมีการเก็บเงินออมให้คนในหมู่บ้าน โดยจะทำหน้าที่ในการรับฝากเงิน ซึ่งอย่างน้อยต้องออม 20 บาทขึ้นไป  ต้องมีการเปิดสมุดเงินออมทุกครอบครัว แต่ในแต่ละครอบครัวจะมีกี่เล่มก็ได้ นอกจากนั้นยังให้เงินกู้แก่ผู้ต้องการลงทุน โดยจะต้องบอกล่วงหน้า 3 วัน การได้ผลกำไรจากกลุ่มออมทรัพย์ได้จาก ดอกเบี้ยจากธนาคาร, ดอกเบี้ยจากผู้กู้เงิน (ร้อยละ 5 ต่อเดือน) การทำการในกลุ่มออมทรัพย์นี้จะทำทุกวันที่ 11 ของทุกเดือนให้เสร็จภายในครึ่งวันเช้า คณะกรรมการได้จากการเลือกตั้งทุกปี และจะได้ค่าตอบแทนเดือนละ 100 บาท

บุคคลสำคัญ: พ่อปัน เป็นหัวหน้ากลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มจักสาน เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกสร้างหมู่บ้าน ชาวบ้านต่างให้ความเคารพนับถือ เป็นที่ปรึกษาของคนในชุมชน นอกจากนี้พ่อปันยังมีความรู้เรื่องสมุนไพรต่างๆด้วย

 

    พ่อยืน

    พ่อวรรณ

ภาวะทันตสุขภาพ: จากการสัมภาษณ์ผู้ปกครองของศูนย์เด็กเล็ก (พี่ต่วน พี่พัด พี่ม่วย) พบว่า

-          เด็กจะไปพบทันตแพทย์ทุกครั้งที่ไปรับการฉีดวัคซีน ซึ่งเป็นโครงการของรพ พาน และผู้ปกครองที่พาบุตรหลานไปฉีดวัคซีนจะได้การตรวจสุขภาพช่องปากด้วย นอกจากนี้ยังมีการสอนแปรงฟันด้วยอย่าไรก็ตามยังพบว่าเด็กมีฟันผุอยู่ (น้องเค้ก น้องน้ำ)

-          ที่ศูนย์เด็กเล็กมีการประสานงานกับรพ พาน โดยมีเจ้าหน้าที่มาตรวจฟันเด็กปีละครั้ง โดยจะมีใบบันทึกการตรวจส่งคืนให้ผู้ปกครองด้วยเพื่อมารับการรักษาที่รพ พาน

-          ที่ศูนย์เด็กเล็กไม่มีการสอนแปรงฟัน

-          ผู้ปกครองส่วนใหญ่มักปล่อยให้เด็ก (อายุสองขวบ) แปรงฟันเอง และไม่ค่อยตรวจดูและแปรงซ้ำ

-          ผู้ปกครองส่วนใหญ่จะไปพบแพทย์เมื่อมีอาการ (มากแล้ว)

สุขภาพทั่วไป  -    เมื่อมีการเจ็บป่วยชาวบ้านจะไปหาหมอที่รพ พาน โดยใช้สิทธิบัตรทอง  การเดินทางไปรพ ไม่ลำบากเนื่องจากทุกบ้านจะมีรถอยู่แล้ว

-          มีการบรรเทาความเจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆโดยใช้ยาสมุนไพรพื้นบ้านบ้าง โดยพ่อปัน

-          ชาวบ้านไม่มีความเชื่อด้านไสยศาสตร์ในเรื่องความเจ็บป่วย

-          มีการตรวจสุขภาพโดยแพทย์จากรพ พาน (มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม) เป็นประจำทุกปี จัดการตรวจที่ศูนย์อสม

-          มีการประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่างๆผ่านเสียงตามสาย

-          มีชาวบ้านหลายคนสูบบุหรี่และกินเหล้า ซึ่งมีขายที่ร้านของพ่อหลวง

-          เวลาไม่สบายจะไปเอายาจากอสม หรือผู้ใหญ่บ้าน

-          พบว่ามีผู้ติดเชื้อ HIV ในหมู่บ้านประมาณ 10 คน ซึ่งได้รับยาต้านเชื้ออยู่และสามารถอยู่ร่วมกับคนในหมู่บ้านได้ดี

วิถีชีวิตชาวบ้าน 

มีการปลูกผักปลอดสารพิษเพื่อกินเอง และส่วนที่เหลือก็สามารถนำไปขายที่บ้านพ่อหลวงไข่หรือตลาด นอกจากนั้นยังส่งไปขายที่ รพ.พาน

มีการทำการเกษตรครบวงจร เช่น การนำกากข้าวที่เหลือจากการกลั่นสุราไปเลี้ยงหมูและนำขี้มูลมาทำปุ๋ยหมักชีวภาพเพื้อทำผักปลอดสารพิษต่อไป      

มีการรวมกลุ่มอาชีพกันภายในหมู่บ้าน เช่น กลุ่มตีมีด กลุ่มจักสาน กลุ่มกล้วยฉาบ เพื่อนำผลผลิตไปขายภายในหมู่บ้านและนอกหมู่บ้านได้

อาชีพ

                ส่วนมากทำสวน ลำไย ลิ้นจี่ สับปะรด มะขาม  ทำฟืนไปขายโรงเหล้า

                รับจ้าง

                กลั่นสุรา สามารถนำไปขายออกนอกอำเภอสร้างรายได้ให้ชาวบ้านได้ ดอยช้าง วังชมภูการสุราเป็นสุราที่ได้ขออนุญาตเรียบร้อยแล้ว

                ทำปุ๋ยหมัก ส่งไปขายนอกหมู่บ้านได้

ความเชื่อ

                ก่อนมีการทำงานบุญต่าง ๆ มักจะมีการแห่หินที่นำมาจากห้วย ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าจะนำความหนักแน่นและไม่ทะเลาะเบาะแว้งเพื่อให้ทำความสำเร็จลุล่วงด้วยดี ซึ่งเรียกว่า อุบปะคุต ซึ่งหินจะถูกเลือกจากหลวงพ่อแล้วแห่ลงมาที่วัดก่อนวัดทำบุญ เมื่อทำบุญเสร็จแล้วจะต้องมีการแห่กลับไปที่เดิม