หลวงน้ำทาเป็นเมืองที่มีชนเผ่าไทลื้ออยู่ถือว่าศูนย์กลางของวัฒนธรรมไทลื้อ ชาวไทลื้อนับเป็นหนึ่งในกลุ่มชนที่ใช้ภาษาตระกูลภาษาไทซึ่งรวมถึงพวกลาวลุ่ม ชาวเขาบางเผ่า ผู้คนในภาคเหนือของไทย และในรัฐฉานของพม่า

จากบันทึกการเดินทาง ของ นักศึกษา สสสส.๑ สถาบันพระปกเกล้า [],[],[]

เวลาที่จำกัดทำให้กลุ่มศึกษาดูงานของ นศ.สสสส.๑ สถาบันพระปกเกล้า ค่อนข้างเร่งรีบ สำหรับการศึกษาดูงาน “กลุ่มท้อนเงิน” ที่ เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว เวลาส่วนหนึ่งที่หมดไปกับการเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่ง เมื่อการแลกเปลี่ยนในเวทีระหว่างกลุ่มท้อนเงินกับคณะนักศึกษาได้เสร็จสิ้นลงแล้ว พวกเราก็ออกเดินทางต่อไปยังร้านอาหารวังวิวรีสอร์ทริมฝั่งโขง ก่อนที่จะออกเดินทางต่อ (ยาว)จนถึงเมืองหลวงน้ำทา""

 

 

    
  
     

ผมค่อนข้างคุ้นเคยเมื่อเห็นสภาพเส้นทาง จาก แขวงบ่อแก้ว ถึงหลวงน้ำทา ถนนลาดยางแอลฟัสท์ ตลอดทางใช้การได้ดีทีเดียวครับ  แต่ส่วนใหญ่ก็คดเคี้ยวลัดเลาะตามสันเขาเหมือนเส้นทางที่แม่ฮ่องสอน การเดินทางของคณะศึกษาดูงานกว่า ๙๐ ชีวิตที่ใช้รถตู้เป็นพาหนะ ก็เหมือนขบวนรถไฟยาวๆเลาะเลื้อยตามสันเขา  รถตู้ขับตามกันเป็นแถวยาวกว่า ๑๐ คัน    จากแขวงบ่อแก้วใช้เวลาการเดินทางไปหลวงน้ำทาเกือบ ๔ ชั่วโมง เป็นการเดินทางที่ยาวนานพอสมควรแต่ก็เพลิดเพลินกับธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์สองข้างทาง พร้อมกับฟังเรื่องเล่าชวนหัวจากเรื่องเล่าที่มีชีวิตจากสาวไกด์ลาวในรถ

เดินทาง....

เด็กน้อยที่หลวงน้ำทา
 
 
ไร้เดียงสา

เด็กน้อยชาวลาว

 
สาวลาว... 

ใกล้สี่โมงเย็นพวกเราทั้งหมดก็เดินทางไปถึงหลวงน้ำทา  ก่อนที่จะเข้าที่พัก ไกด์ได้พาคณะทั้งหมดเดินทางไปสักการะ “พระธาตุเชียงตึง”  ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของตัวเมือง เป็นเจดีย์ฐานแปดเหลี่ยมสูง ๑๐ เมตร ตั้งอยู่บนเนินเขาศักดิ์สิทธิ์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนา-ล้านช้าง ทุกปีในวันเพ็ญเดือน ๑๒ ชาวเมืองจะจัดงานฉลองบุญขึ้นธาตุ จัดเป็นงานใหญ่ประจำปี เหมือนกับงานฉลองพระธาตุหลวงนครเวียงจันทน์ที่จัดในเวลาเดียวกัน

  

คณะ นศ.สสสส.๑ (ส่วนหนึ่ง)
ภาพขยายใหญ่ที่ คลิ้ก
 
  
ภาพมุมสูงหลวงน้ำทา...ยามใกล้ค่ำ
 

 

เมื่อเรามองจากมุมสูงจากที่ตั้งของพระธาตุเชียงตึงเราก็เห็นภาพเมืองหลวงน้ำทาเกือบทั้งหมด หลวงน้ำทา : เป็นจุดหมายปลายทางของผู้ที่ชอบแสวงหาสิ่งใหม่ๆ หลวงน้ำทามีทั้งการให้ชมวิถีชีวิตของชนเผ่าต่างๆ ร่องรอยจากสงครามกองทัพขบวนการประเทศลาวกับกองโจรม้ง เยี่ยมชมเมืองสิงห์ ซึ่งเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ เที่ยวชมวัดหลวงบ้านเชียงใจ สถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนาแบบไทลื้อ เรือนพญาเซกอง มรดกของอาคารยุคอาณานิคมในช่วงสงครามอเมริกา พ.ศ. ๒๔๙๘ ๒๕๑๘  พื้นที่แถบนี้เคยเป็นสมรภูมิรบ ระหว่างขบวนการประเทศลาวและกลุ่มกองโจรของพวกชาวเขา ส่วนใหญ่เป็นม้ง ที่ได้รับการหนุนหลังจากหน่วยงานซีไอเอของสหรัฐฯ ส่งผลให้ตัวเมืองถูกทำลายโดยไม่สามารถซ่อมแซมได้ ต้องย้ายไปสร้างเมืองใหม่ที่ริมฝั่งแม่น้ำทา ห่างจากที่ตั้งเดิมมาทางเหนือ ๗  กิโลเมตร ใกล้กับทางหลวงที่ใช้ไปยังเมืองสิงห์ อุดมไชย และบ่อเต็น

หลวงน้ำทาเป็นเมืองที่มีชนเผ่าไทลื้ออยู่ถือว่าศูนย์กลางของวัฒนธรรมไทลื้อ ชาวไทลื้อนับเป็นหนึ่งในกลุ่มชนที่ใช้ภาษาตระกูลภาษาไทซึ่งรวมถึงพวกลาวลุ่ม ชาวเขาบางเผ่า ผู้คนในภาคเหนือของไทย และในรัฐฉานของพม่า ชาวไทลื้อมีถิ่นฐานอยู่ในมณฑลยูนนานทางภาคใต้ของจีนห่างจากเมืองหลวงน้ำทาเพียง ๑๐ กิโลเมตร ชาวไทลื้อในลาวจึงได้ชื่อว่ามีสายเลือดและวัฒนธรรมแบบไทลื้อแท้กว่ากลุ่มอื่นๆ ที่อยู่นอกถิ่นฐานเดิมของบรรพบุรุษ ส่วนนอกเมืองออกไปยังมีชาวเขาเผ่าต่างๆ ทั้งม้ง เย้า มูเซอ อาข่า แวนแตน ส่วนใหญ่มักตั้งหมู่บ้านอยู่บนไหล่เขา และจะลงมาซื้อของในเมืองกันทุกเช้า

ถึงแม้ว่าหลวงน้ำทาจะย้ายเมืองหลวงใหม่มาแล้วก็ตาม แต่สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะอยู่ในเมืองเก่า ชาวหลวงน้ำทาเรียกเขตนี้ว่า เมือง และเรียกเขตที่สร้างใหม่ว่า แขวง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเข้ามาแวะพักเพื่อเดินทางต่อไปยังบ่อแก้ว หรือไม่ก็ไปจีน  เพราะจากจุดนี้เดินทางไปทางทิศเหนืออีกประมาณไม่ถึงสามสิบกิโลเมตร เราก็ไปถึงชายแดนจีนที่ด่านบ่อเต็น ด้วยความที่นี่เป็นเมืองท่องเที่ยว จึงมีเกสต์เฮาส์ โรงแรมที่พัก หาได้ไม่ยากนัก สนนราคาก็ราว ๑๕๐ จนถึง ๔๐๐ บาท

ที่นี่กลางคืนอากาศกลางเดือนธันวาคม หนาวเย็นมากพอสมควรครับ อุณหภูมิอยู่ที่ ๑๐ องศาเวลากลางคืน และตอนดึกก็อุณหภูมิลดลงตามลำดับ

ค่ำคืนที่หลวงน้ำทาเป็นค่ำคืนที่พิเศษสำหรับ นศ.สสสส.๑ โดยพวกเราทั้งหมดจะร่วมทำพิธีบายศรีสู่ขวัญตามประเพณีลาว และรับประทานอาหารเย็นร่วมกับเจ้าเมืองหลวงน้ำทา พร้อมชมการแสดงพื้นเมือง ในบริเวณอาคารเอนกประสงค์กลางตลาดไนท์บาซาร์ นั่นหมายถึงว่าบริเวณโดยรอบก็เป็นสวรรค์ของนักช้อปปิ้งโดยพลัน

ผมเดินชมตลาดโดยรอบ มีสินค้าแปลกๆ มากมาย ที่ขายกันมากในตลาดกลางคืนที่นี่ ส่วนใหญ่เป็นอาหาร ข้าวเปียกที่มีเกือบทุกร้าน  รสชาติอร่อยกินง่าย ผมจึงชิมโน้นชิมนี่ไปเรื่อยๆ ก่อนที่จะรอเวลาทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ  ที่นี่ใช้เงินกีบก็ได้ ใช้เงินไทยก็ได้ แต่จะให้ดีแลกเงินกีบจะดีกว่าครับ เพราะเงินไทยใช้จ่ายที่นี่มักขาดทุน เพราะคิดราคาเกินบ่อยๆ อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อเงินกีบในวันที่ไปเที่ยว เป็น ๒๕๐ กีบ ต่อ ๑ บาทไทย  เราจึงกินอาหารมื้อเย็นกันเป็นหมื่นๆกีบ

พิธีบายศรีสู่ขวัญที่นี่ คล้ายที่เมืองไทย คล้ายประเพณีของคนเหนือ และคนอีสานบ้านเราครับ ทำนองการเรียกขวัญก็ไม่ต่างกัน มีหมอเมืองเรียกขวัญใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง และบรรดาผู้อาวุโสชายหญิงก็แต่งกายในชุดพื้นเมืองมาร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญในคืนนี้ด้วย ...บรรยากาศน่าประทับใจ  พวกเราทานอาหารแบบบุฟเฟ่ต์พร้อมกับชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง  ยิ่งดึกก็ยิ่งหนาวเลยมีรำวงจังหวะเร้าใจให้คลายหนาวก่อนกลับไปนอนพักผ่อน...เพื่อเตรียมแรงเดินทางไปต่อยังประเทศจีน “เมืองจิ่งหง”  ในวันรุ่งขึ้น

ค่ำคืนที่หนาวเหน็บของหลวงน้ำทา...เป็นค่ำคืนที่เงียบสงบ เวลาที่นี่เหมือนเดินช้าๆ  ผู้คนเป็นมิตรทักทายปราศัยด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม  ด้วยความอ่อนล้าของการเดินทางในช่วงกลางวัน ผมก็หลับรวดเดียวถึงเช้า...

.....

  
ครูหยุยกับพี่หญิง ศิริบูรณ์
  
สดใส ยามเช้าเช่นกัน
พ.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง,ผม(นายเอก),พี่ศริบูรณ์,น้องโอ้ต ศุภมาส(จนท.สถาบันฯ)

 

 

เช้าวันเดินทางไป “จิ่งหง” มณฑลยูนนาน

เช้าวันนี้ หมอกเต็มฟ้า บรรยากาศยามเช้าในเมืองจึงกรุ่นไปด้วยไอหมอก ...เช็คเอาท์จากเฮือนพัก เพื่อไปรับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารเฮือนลาว ก่อนที่จะเดินย่อยอาหารที่ตลาดเช้าที่มีสินค้าหลากหลาย ตั้งแต่เสื้อผ้าของใช้ อาหาร ผักพื้นเมือง ของป่า ที่ผมไม่ลืมก็คือห้องน้ำที่นี่เก็บเงินแพงมาก  ๑๐ บาทต่อครั้ง...ซึ่งก็เป็นแบบนี้เกือบทุกที่ในเมืองลาว

 

เงินกีบ...

 

 
ของป่านำมาขาย
 

กับระยะทางประมาณ ๓๐ กิโลเมตรจากจุดที่เราอยู่ ก่อนที่พวกเราจะเดินทางเข้าเขตจีนและเดินทางต่อไปยัง จิ่งหง มีเรื่องราวมากมายที่น่าสนใจที่จะนำมาเล่าสู่กันฟัง....ติดตามการเดินทางของ นศ.สสสส.๑ กันต่อในบันทึกถัดไปครับ

-------------------------------------------------------------------------

ภาพบรรยากาศสดชื่นยามเช้าที่หลวงน้ำทา...

รูปหมู่ส่วนหนึ่งของ นศ. สสสส.๑  ในเช้าอันสดใส
ชมภาพใหญ่ ที่นี่ คลิ้ก
 
 
 
 
 พลเอกเอกชัย (ลุงเอก) กับ ดร.ต่าย (เครือทิพย์)
 

 สดชื่นยามเช้า กับ นศ.สสสส.๑


 

การศึกษาดูงาน กรณีศึกษา ภาคเหนือ เชียงราย - สิบสองปันนา

หลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง "การเสริมสร้างสังคมสันติสุข" รุ่นที่ ๑ สถาบันพระปกเกล้า

วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ - วันจันทร์ที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๑

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
๙ ม.ค.๕๒
นนทบุรี
บันทึกการศึกษาดูงาน สสสส.๑ ภาคเหนือ
เชียงราย เชียงแสน หลวงน้ำทา สิบสองปันนา