จากบันทึกการเดินทาง ของ นักศึกษา สสสส.๑ สถาบันพระปกเกล้า [๑],[๒],[๓]
เวลาที่จำกัดทำให้กลุ่มศึกษาดูงานของ นศ.สสสส.๑
สถาบันพระปกเกล้า ค่อนข้างเร่งรีบ สำหรับการศึกษาดูงาน
“กลุ่มท้อนเงิน” ที่ เมืองห้วยทราย
แขวงบ่อแก้ว
เวลาส่วนหนึ่งที่หมดไปกับการเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่ง
เมื่อการแลกเปลี่ยนในเวทีระหว่างกลุ่มท้อนเงินกับคณะนักศึกษาได้เสร็จสิ้นลงแล้ว
พวกเราก็ออกเดินทางต่อไปยังร้านอาหารวังวิวรีสอร์ทริมฝั่งโขง
ก่อนที่จะออกเดินทางต่อ (ยาว)จนถึงเมืองหลวงน้ำทา"
"
|
|
|
ผมค่อนข้างคุ้นเคยเมื่อเห็นสภาพเส้นทาง จาก แขวงบ่อแก้ว ถึงหลวงน้ำทา ถนนลาดยางแอลฟัสท์ ตลอดทางใช้การได้ดีทีเดียวครับ แต่ส่วนใหญ่ก็คดเคี้ยวลัดเลาะตามสันเขาเหมือนเส้นทางที่แม่ฮ่องสอน การเดินทางของคณะศึกษาดูงานกว่า ๙๐ ชีวิตที่ใช้รถตู้เป็นพาหนะ ก็เหมือนขบวนรถไฟยาวๆเลาะเลื้อยตามสันเขา รถตู้ขับตามกันเป็นแถวยาวกว่า ๑๐ คัน จากแขวงบ่อแก้วใช้เวลาการเดินทางไปหลวงน้ำทาเกือบ ๔ ชั่วโมง เป็นการเดินทางที่ยาวนานพอสมควรแต่ก็เพลิดเพลินกับธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์สองข้างทาง พร้อมกับฟังเรื่องเล่าชวนหัวจากเรื่องเล่าที่มีชีวิตจากสาวไกด์ลาวในรถ
เดินทาง....
|
เด็กน้อยที่หลวงน้ำทา
|
ไร้เดียงสา
|
|
เด็กน้อยชาวลาว |
สาวลาว...
|
ใกล้สี่โมงเย็นพวกเราทั้งหมดก็เดินทางไปถึงหลวงน้ำทา ก่อนที่จะเข้าที่พัก ไกด์ได้พาคณะทั้งหมดเดินทางไปสักการะ “พระธาตุเชียงตึง” ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของตัวเมือง เป็นเจดีย์ฐานแปดเหลี่ยมสูง ๑๐ เมตร ตั้งอยู่บนเนินเขาศักดิ์สิทธิ์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนา-ล้านช้าง ทุกปีในวันเพ็ญเดือน ๑๒ ชาวเมืองจะจัดงานฉลองบุญขึ้นธาตุ จัดเป็นงานใหญ่ประจำปี เหมือนกับงานฉลองพระธาตุหลวงนครเวียงจันทน์ที่จัดในเวลาเดียวกัน
เมื่อเรามองจากมุมสูงจากที่ตั้งของพระธาตุเชียงตึงเราก็เห็นภาพเมืองหลวงน้ำทาเกือบทั้งหมด หลวงน้ำทา : เป็นจุดหมายปลายทางของผู้ที่ชอบแสวงหาสิ่งใหม่ๆ หลวงน้ำทามีทั้งการให้ชมวิถีชีวิตของชนเผ่าต่างๆ ร่องรอยจากสงครามกองทัพขบวนการประเทศลาวกับกองโจรม้ง เยี่ยมชมเมืองสิงห์ ซึ่งเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ เที่ยวชมวัดหลวงบ้านเชียงใจ สถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนาแบบไทลื้อ เรือนพญาเซกอง มรดกของอาคารยุคอาณานิคมในช่วงสงครามอเมริกา พ.ศ. ๒๔๙๘ –๒๕๑๘ พื้นที่แถบนี้เคยเป็นสมรภูมิรบ ระหว่างขบวนการประเทศลาวและกลุ่มกองโจรของพวกชาวเขา ส่วนใหญ่เป็นม้ง ที่ได้รับการหนุนหลังจากหน่วยงานซีไอเอของสหรัฐฯ ส่งผลให้ตัวเมืองถูกทำลายโดยไม่สามารถซ่อมแซมได้ ต้องย้ายไปสร้างเมืองใหม่ที่ริมฝั่งแม่น้ำทา ห่างจากที่ตั้งเดิมมาทางเหนือ ๗ กิโลเมตร ใกล้กับทางหลวงที่ใช้ไปยังเมืองสิงห์ อุดมไชย และบ่อเต็น
หลวงน้ำทาเป็นเมืองที่มีชนเผ่าไทลื้ออยู่ถือว่าศูนย์กลางของวัฒนธรรมไทลื้อ ชาวไทลื้อนับเป็นหนึ่งในกลุ่มชนที่ใช้ภาษาตระกูลภาษาไทซึ่งรวมถึงพวกลาวลุ่ม ชาวเขาบางเผ่า ผู้คนในภาคเหนือของไทย และในรัฐฉานของพม่า ชาวไทลื้อมีถิ่นฐานอยู่ในมณฑลยูนนานทางภาคใต้ของจีนห่างจากเมืองหลวงน้ำทาเพียง ๑๐ กิโลเมตร ชาวไทลื้อในลาวจึงได้ชื่อว่ามีสายเลือดและวัฒนธรรมแบบไทลื้อแท้กว่ากลุ่มอื่นๆ ที่อยู่นอกถิ่นฐานเดิมของบรรพบุรุษ ส่วนนอกเมืองออกไปยังมีชาวเขาเผ่าต่างๆ ทั้งม้ง เย้า มูเซอ อาข่า แวนแตน ส่วนใหญ่มักตั้งหมู่บ้านอยู่บนไหล่เขา และจะลงมาซื้อของในเมืองกันทุกเช้า
ถึงแม้ว่าหลวงน้ำทาจะย้ายเมืองหลวงใหม่มาแล้วก็ตาม แต่สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะอยู่ในเมืองเก่า ชาวหลวงน้ำทาเรียกเขตนี้ว่า เมือง และเรียกเขตที่สร้างใหม่ว่า แขวง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเข้ามาแวะพักเพื่อเดินทางต่อไปยังบ่อแก้ว หรือไม่ก็ไปจีน เพราะจากจุดนี้เดินทางไปทางทิศเหนืออีกประมาณไม่ถึงสามสิบกิโลเมตร เราก็ไปถึงชายแดนจีนที่ด่านบ่อเต็น ด้วยความที่นี่เป็นเมืองท่องเที่ยว จึงมีเกสต์เฮาส์ โรงแรมที่พัก หาได้ไม่ยากนัก สนนราคาก็ราว ๑๕๐ จนถึง ๔๐๐ บาท
ที่นี่กลางคืนอากาศกลางเดือนธันวาคม หนาวเย็นมากพอสมควรครับ อุณหภูมิอยู่ที่ ๑๐ องศาเวลากลางคืน และตอนดึกก็อุณหภูมิลดลงตามลำดับ
ค่ำคืนที่หลวงน้ำทาเป็นค่ำคืนที่พิเศษสำหรับ นศ.สสสส.๑ โดยพวกเราทั้งหมดจะร่วมทำพิธีบายศรีสู่ขวัญตามประเพณีลาว และรับประทานอาหารเย็นร่วมกับเจ้าเมืองหลวงน้ำทา พร้อมชมการแสดงพื้นเมือง ในบริเวณอาคารเอนกประสงค์กลางตลาดไนท์บาซาร์ นั่นหมายถึงว่าบริเวณโดยรอบก็เป็นสวรรค์ของนักช้อปปิ้งโดยพลัน
ผมเดินชมตลาดโดยรอบ มีสินค้าแปลกๆ มากมาย ที่ขายกันมากในตลาดกลางคืนที่นี่ ส่วนใหญ่เป็นอาหาร ข้าวเปียกที่มีเกือบทุกร้าน รสชาติอร่อยกินง่าย ผมจึงชิมโน้นชิมนี่ไปเรื่อยๆ ก่อนที่จะรอเวลาทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ ที่นี่ใช้เงินกีบก็ได้ ใช้เงินไทยก็ได้ แต่จะให้ดีแลกเงินกีบจะดีกว่าครับ เพราะเงินไทยใช้จ่ายที่นี่มักขาดทุน เพราะคิดราคาเกินบ่อยๆ อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อเงินกีบในวันที่ไปเที่ยว เป็น ๒๕๐ กีบ ต่อ ๑ บาทไทย เราจึงกินอาหารมื้อเย็นกันเป็นหมื่นๆกีบ
พิธีบายศรีสู่ขวัญที่นี่ คล้ายที่เมืองไทย คล้ายประเพณีของคนเหนือ และคนอีสานบ้านเราครับ ทำนองการเรียกขวัญก็ไม่ต่างกัน มีหมอเมืองเรียกขวัญใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง และบรรดาผู้อาวุโสชายหญิงก็แต่งกายในชุดพื้นเมืองมาร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญในคืนนี้ด้วย ...บรรยากาศน่าประทับใจ พวกเราทานอาหารแบบบุฟเฟ่ต์พร้อมกับชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง ยิ่งดึกก็ยิ่งหนาวเลยมีรำวงจังหวะเร้าใจให้คลายหนาวก่อนกลับไปนอนพักผ่อน...เพื่อเตรียมแรงเดินทางไปต่อยังประเทศจีน “เมืองจิ่งหง” ในวันรุ่งขึ้น
ค่ำคืนที่หนาวเหน็บของหลวงน้ำทา...เป็นค่ำคืนที่เงียบสงบ เวลาที่นี่เหมือนเดินช้าๆ ผู้คนเป็นมิตรทักทายปราศัยด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม ด้วยความอ่อนล้าของการเดินทางในช่วงกลางวัน ผมก็หลับรวดเดียวถึงเช้า...
.....
| |
| ครูหยุยกับพี่หญิง ศิริบูรณ์ |
| |
|
สดใส
ยามเช้าเช่นกัน
พ.ต.ท.สมพงษ์
ชิงดวง,ผม(นายเอก),พี่ศริบูรณ์,น้องโอ้ต
ศุภมาส(จนท.สถาบันฯ)
|
เช้าวันนี้ หมอกเต็มฟ้า บรรยากาศยามเช้าในเมืองจึงกรุ่นไปด้วยไอหมอก ...เช็คเอาท์จากเฮือนพัก เพื่อไปรับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารเฮือนลาว ก่อนที่จะเดินย่อยอาหารที่ตลาดเช้าที่มีสินค้าหลากหลาย ตั้งแต่เสื้อผ้าของใช้ อาหาร ผักพื้นเมือง ของป่า ที่ผมไม่ลืมก็คือห้องน้ำที่นี่เก็บเงินแพงมาก ๑๐ บาทต่อครั้ง...ซึ่งก็เป็นแบบนี้เกือบทุกที่ในเมืองลาว
กับระยะทางประมาณ ๓๐ กิโลเมตรจากจุดที่เราอยู่ ก่อนที่พวกเราจะเดินทางเข้าเขตจีนและเดินทางต่อไปยัง จิ่งหง มีเรื่องราวมากมายที่น่าสนใจที่จะนำมาเล่าสู่กันฟัง....ติดตามการเดินทางของ นศ.สสสส.๑ กันต่อในบันทึกถัดไปครับ
-------------------------------------------------------------------------
ภาพบรรยากาศสดชื่นยามเช้าที่หลวงน้ำทา...
สดชื่นยามเช้า กับ นศ.สสสส.๑
การศึกษาดูงาน กรณีศึกษา ภาคเหนือ เชียงราย - สิบสองปันนา
หลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง "การเสริมสร้างสังคมสันติสุข" รุ่นที่ ๑ สถาบันพระปกเกล้า
วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ - วันจันทร์ที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๑
สวัสดีครับคุณครูเทียนน้อย
นศ.สสสส.๑ เดินทางมายัง "
" แล้ว ...หลังจากนี้เราก็จะเดินทางเข้าสู่มณฑลยูนนานในวันรุ่งขึ้นจากนี้ครับ
ติดตามตอนต่อไปนะครับ
บรรยากาศที่หลวงน้ำทาเป็นธรรมชาติมากครับ
สาวลาวก็ดูเรียบร้อย น่ารักดีครับ
สวัสดีครับ พี่วัชรา ทองหยอด
สาวลาวคนนี้ ผมถ่ายระหว่างทางแวะพัก จาก บ่อก้ว ไปยัง หลวงน้ำทา ...เธอมาเก็บค่าห้องน้ำครับ...(แพง)
แต่สาวน้อยคนนี้ โตขึ้นน่าจะสวยเลยนะครับ
veryfun very good very happy
sarah
Thanks for nice comment krab!!!
:)
Only Guide :)....
สวัสดีครับ คุณเอก คราวนี้เดินทางไกลเลย...คณะนักเรียนคนขยัน ผมเลยได้โอกาสศึกษาไปด้วย..ภาพที่นำมาฝากก็งาม ... ขอบคุณครับ
สวัสดีตอนเช้าครับ อ.Wasawat Deemarn
จากหลวงน้ำทา ไปยังด่านบ่อเต็น และทะลุุไปยัง จิ่งหง...วิว สวยงามน่าประทับใจอาจารย์ต้องชอบแน่ๆครับ รอติดตามบันทึกต่อไปนะครับ..
:)
สวัสดียามเช้าครับ คุณเอกราช
ทริปนี้เดินทางไกล ยังเเค่ครึ่งทาง(ของทริป)นะครับ ...เพราะจากจุดนี้เดินทางไปสิบสองปันนา ก็เดินทางกันเหนื่อยเลย แต่ก็ตื่นเต้นกับความใหญ่โตของการคิดคนจีนผ่าน การทำสวน ทำไร่ ทำถนน...
ที่เห็นอีกอย่างที่จีนก็คือ สวนยางพารา ครับ...ทำกันเยอะและจัดระเบียบกันได้ดี หากยางพาราที่นี่ให้ผลผลิตแล้ว ภาคใต้ หรือ ส่วนพื้นที่ของไทยที่ปลูกยางมีปัญหาเรื่องราคาแน่ๆครับ
เรื่องราว...ต่างๆระหว่างเดินทางผมจะเก็บมาเล่าให้ฟังอีกครั้งนะครับผม
ขอบคุณมาก :)
มาสวัสดีปีใหม่คะ ช้าไปไหมเนี้ย
ดูจากภาพ บรรยากาศน่าเที่ยวเชียวคะ คนลาวกับคนไทย แทบจะไม่ต่างกันเลยนะคะ
สวัสดีค่ะพี่เอก....
สวัสดีอีกครั้งครับ คุณเอก จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร :)
อ่านอีกรอบ ณ ที่ทำงาน ครับ ... เมื่อคืนอ่านที่บ้าน เน็ตผ่านมือถือ ช้าเป็นเต่าน้อยไปเลยครับ
อิจฉาครับ ... คุณหญิงมาเกาะคอคุณเอกด้วย อิจ... และ อิด ครับ :)
เวลาถ่ายรูปกันนี่ ... อายุเป็นเพียงตัวเลขกันทุกคนเลยนะครับ อายุกระจาย เลยจำไม่ได้ว่า เอ เราอายุเท่าไหร่กันหว่า 555 น่ารักดีครับ
เรื่องประวัติศาสตร์ระหว่าง "ขบวนการปลดปล่อยประเทดลาว" กับ "ฝ่ายโลกเสรีที่เข้ามาแทรกแซงโดย CIA" ... คงเป็นเรื่องเจ็บปวดของคนลาวอย่างมากนะครับ แต่ต้องอย่าลืมว่า ... รัฐบาลไทยสมัยนั้นก็มีส่วนร่วมด้วยนะครับ โดยการส่งทหารไทยเข้ามาร่วมปฏิบัติการในทางลับ เรียกว่า สงครามลับในลาว เพื่อเป็นการต่อต้านคอมมิวนิสต์ในสมัยก่อนนอกประเทศ เค้าคิดกันอย่างนั้น
ดังนั้น "ม้ง" ที่นำโดยนายพลวังเปา ก็ทำงานร่วมกับไทย-สหรัฐ นี่แหละครับ (ประวัติศาสตร์ไปหน่อยไหมครับเนี่ย :)
แต่ในที่สุด ก็เลิกรบกันไป ... ทหารไทย ที่เรียกว่า เสือพราน สมัยนั้น ตายไปเยอะ ครับ
:)
ค่าห้องน้ำนี่ สำคัญจริง ๆ ครับ ... 1 ปวด เท่ากับ 10 บาด :)
สวัสดีปีใหม่ครับ คุณ Armuay_chew บรรยากาศน่าเที่ยวสำหรับท่านที่ต้องการเที่ยวแบบ alternative tourism ...
ไปแบบสบายๆ สัมผัสธรรมชาติ วิถีผู้คน วัฒนธรรม หากเป็นการท่องเที่ยวเพื่อเรียนรู้ก็จะเพลิดเพลินดีครับผม :)
--------------
มีความสุข - สุขภาพดี กับวันขึ้นปีใหม่ และตลอดไปครับ
สวัสดีครับ น้อง♥.·° ♥paula ที่ปรึกษา~natadee·° ..✿ เมื่อวานไปประท้วงที่กระทรวง...ไหมครับ??
สบายดีนะครับ...ขอให้มีพลังในการทำงานดีๆเพื่อสังคมต่อไปครับ
มาชมภาพงามๆ วิถีเรียบง่าย ภายถ่ายฝีมือเอก น้ำหนึ่งค่ะ
สวัสดี อ.Wasawat Deemarn อีกครั้งครับ
ต้องขอบคุณมากครับที่มาเติมข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ผมเองชอบอ่านเรื่องราวความเป็นมาของเราเอง (หมายถึงตัวตนของบรรพบุรุษ คิดอะไร ทำอย่างไร) เรามักพบวิธีคิดที่แยบคาย เป็นภูมิปัญญาที่งดงามและมีคุณค่าที่เราอาจคิดไม่ถึง
ประวัติศาสตร์ที่ลาวนั้น ผมไม่ได้ศึกษามาเลยครับ ส่วนหนึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจผมก็ค้นหาเป็นประเด็นเฉพาะๆเท่านั้น..
หากเราไปเที่ยวแล้วเราทำการบ้านไปก่อน ผมคิดว่าคงสนุกสนานมากขึ้น คงมีประเด็นการค้นหาในใจ คงจะดีไม่น้อยครับ ..
ผมกำลังคิดว่า หากไปเที่ยวที่ไหนต้องศึกษาเรื่องราวที่นั่นให้ถ่องแท่ก่อน
ขอบคุณอ.was มากครับ
พี่เอก ขา........ พอลล่า จะชวนพี่มาทานส้มตำ ค่ะ อิอิ
เอารูป สาวไทย แต่ไปเที่ยว ลาวมาฝากเด๊ออ้าย...
มีความสุขนะครับ..................:-)
ดูภาพแล้วอยากไปมาก ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ปลายเดือนมกราคมนี้คงได้ไปแน่
แต่ลงรูปไม่เป็น อบรมมาแค่นี้ ถ้าไม่รบกวนน้องเอกจนเกินไป ช่วยเขียนสอนการลงภาพ
และเพลงให้หน่อยนะครับ