เด็กหญิงแอ๊ด ไม่อยู่กำลังคิดว่าจะเขียนอะไรเกี่ยววันเด็กดี .....เห็นสื่อต่างๆเขาโฆษณาว่าจะมีวันเด็กที่นั้นที่นี่ ดูๆแล้วก็ล้วน แต่เป็นเด็กในเมือง เด็กชายขอบทั้งหลายไม่ได้ร่วมสนุกสนานตามที่โฆษณากันเลย ผมมีความเห็นว่าทำไมกองทัพหรือหน่วยงานต่างๆไม่ยกขบวนไปให้ถึงเด็กๆชายขอบบ้าง.....
หลายปีมาแล้วนานจนจำวันเดือนปีไม่ได้ แต่จำได้ว่าตอนนั้นทีมงานของผมได้จัดรายการวิทยุวิสัยธรรมรอมฏอน ซึ่งเป็นรายการวิทยุที่ทำในช่วงเดือนที่มุสลิม ถือศีลอด เราทำกันทางสถานีวิทยุ มก.ทั่วประเทศ แนวรายการก็สมานฉันท์ตามที่ผมถนัด ตั้งแต่ตี 2 ถึงตี 5 ทุกวัน หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำรายการทั้งเดือน ผมจึงเสนอว่า พวกเราไปพักผ่อนกันหน่อยดีไหม??ผมกำหนดพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก
ผมบอกพรรคพวกว่า ใครมีเสื้อผ้าที่ไม่ใช้ เก็บมา ซื้อขนมนมเนย เตรียมให้พร้อม เราเหมารถตู้ 1 คัน ปรากฏว่าเมื่อจะเดินทางจริงๆ ข้าวของเราเยอะมาก ต้องเอารถบิกอัฟอีก 2 คันตามไปด้วย การไปครั้งนี้เราไปกันทั้งครอบครัว
เดินทางวันพฤหัสบดี ประมาณเที่ยงคืน ถึงเป้าหมายช่วงเช้าๆ ผู้ฟังรายการเราจากแม่สอด ดร.อดิศักดิ์ มารอต้อนรับคณะของเรา ทั้งๆที่เราไม่เคยเห็นหน้ากันเลย ท่านหาที่พักให้เราแบบสุดยอด เป็นบ้านเสาเดียวสี่ชั้น เรานอนที่นี่ 1 คืน รุ่งเช้าผมจึงบอกกับคณะว่า วันนี้เป็นวันเสาร์ ตรงกับวันเด็กพอดี เราจะไปหาหมู่บ้านที่ยากจนลำบากที่สุดเท่าที่จะหาได้ เราจะเอาเสื้อผ้า ขนมต่างๆไปแจกเด็กๆกัน คณะเราตื่นเต้นมากทุกคนเสียดายว่าทำไมผมไม่บอกตั้งแต่อยู่ที่กรุงเทพฯจะได้เตรียมของเล่นเด็กมาให้มากๆ คณะเราจึงแบ่งสายงาน มีการเรี่ยไรเงินเพิ่มเติม แบ่งเป็น 2 ชุด ไปดูของเล่นเด็ก 1 ชุด ไปหาของกินอีก 1 ชุด
ผมดูทีมงานที่กระตือรือร้น แล้วภูมิใจมาก ชุดที่ไปหาของเล่น ในแม่สอดช่วงนั้นไม่มีอะไรเลย ได้ลูกโป่ง มา 2 ห่อ เมื่อได้เวลา เราตรงไปทาง อ.พบพระ แวะหาข้อมูลพื้นที่ไปเรื่อยๆ จนมาพบหมู่บ้านหนึ่ง เมื่อแจ้งให้ชาวบ้านทราบ ชั่วเวลาไม่เกิน 5 นาที เด็กๆวิ่งกันมาทุกทิศทุกทาง ใส่เสื้อไม่นุ่งกางเกง นุ่งกางเกงไม่ใส่เสื้อ กางเกงขาด เสื้อเก่าๆ เป็นภาพที่เราเห็น คณะเราแทบไม่ต้องบอกว่าใครจะต้องทำอะไร ทุกคนทำโดยอัตโนมัติ ผมเห็น 2-3 คนกำลังเป่าลูกโป่งด้วยปากแจกเด็กๆ อีก 2-3 คนกำลังแจกขนม อีก 2-3 คน ไปคัดเสื้อ-กางเกง ไปให้เด็กๆได้นุ่งและใส่ ต้องบอกว่าภาพที่เห็นมันต่างกันมากกับวันเด็กในเมือง
ดีนะขณะนั้นเขาไม่มีโทรทัศน์ดูภาพเด็กในเมืองแบกของเล่นกลับบ้าน ของกิน ก็กินไปทิ้งไป เขาไม่เห็นภาพนั้นหรอก เขาจึงไม่รู้ว่าพวกเขาลำบากแค่ไหน ผมมองภาพด้วยน้ำตาคลอเบ้า นี่แค่คนก็ยังไม่เหมือนกันเลย
คณะของเราเรี่ยไรเงินกันอีกรอบ แบ่งให้อีกชุดหนึ่งกลับเขาไปในเมืองเพื่อไปซื้อข้าวของมาอีกรอบ ซึ่งต้องบอกว่า เรามากันไกลมาก แต่คณะเราตอนนี้เลือดแห่งความสงสารมันเข้าตา ตีรถกลับเข้าไปในเมืองอีกไม่น้อยกว่า 50 กิโลเมตร
ภาพเด็กๆดีใจ แค่ลูกโป่งธรรมดาๆหนึ่งลูก ...โอ้...ถ้าเป็นเด็กบ้านเรา มันหันหลังให้แล้วเอาเท้าเหยียบเล่นไปแล้ว เห็นเด็กที่ได้ใส่เสื้อกางเกงใหม่ ที่เป็นของเก่า แล้ววิ่งไปอวดกันด้วยความดีใจ
นั่นเป็นภาพความทรงจำที่นานมาก แต่สำหรับฮาร์ดดิสผมภาพเหล่านั้น มันเป็นภาพสี ยังชัดเจนมาก แต่วันนี้ไม่ทราบว่าเด็กเหล่านั้นจะถูกทุนนิยมทำลายไปหรือยัง หรือว่าเด็กๆชาวเขาวันนี้กับอดีตมันต่างกันมากหรือไม่ ผมไม่อยากรู้หรอกว่าเด็กๆในเมืองเขาสนุกกันอย่างไร เพราะผมกำลังรำลึกถึงวันนั้นของเด็กๆชาวเขาผู้น่าสงสารอยู่ครับ.....
แวะมาก่อน
อ้าว..ขี้เบื่อนักนะ..เดี๋ยวจะมาตอบให้เยอะๆเลย..วันนี้ยังไม่มีแรงตอบจ้า..ป๊ะป๋า
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ
แวะมาทักทายค่ะ สบายดีบ่ ไม่ได้มาเยี่ยมเลยค่ะ งานยุ่งเหนื่อยมากหมดแรงเลยอยากพักผ่อนค่ะ
ขอให้มีความสุขค่ะ
-ฟ้อง..พอลูกแอ๊ดกลับมาพี่เรามีกำลังใจมากเลย
-ครับพี่ ถึงวันเด็กทีไรภาพนี้จะเกิดทันที
-รัฐบาลประเทศไหนครับ???????????????
-ช่วยก่อนไม่ได้หรือพี่ ??????????
สวัสดีค่ะคุณเบดูอิน
ป๊ะ..ขา..ลูกสาวแวะมาราตรีสวัสดิ์จ้า..
แวะไปเยี่ยมบ้านดร.ขจิตด้วย
http://gotoknow.org/blog/yahoo/233969
มีลูกสาวป๊ะ..ไปโผล่ที่บันทึกของดร.ขจิตด้วยแหล่ะ
นอนแล้ววววววว...บายจ้าป๊ะ...
ไปดูได้ได้ที่ www.bannok.com นะคะ
สิทธิ์ความเท่าเทียมโอกาสทางการศึกษายังแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจน
สิทธิในการเป็นพลเมืองชาวไทย ที่เลือนหาย กลายเป็นคนไม่มีสัญชาติ
ไม่ได้รับสิทธิและโอกาสในด้านต่างๆอย่างเท่าเทียม ทั้งการศึกษา ความเป็นอยู่
ที่สำคัญคือความเข้าใจ ความเอื้อเฝื่อปราถนาดี ไม่เอาเปรียบ คดโกง พี่น้องชนเผ่า
กลุ่มชาติพันธ์ ไม่เห็นเป็นเครื่องมือทางการค้า หาประโยชน์ใส่ตน
มีน้องชาย น้องสาว ลูกสาว ลูกชายหลายๆคน ที่อ่านออกเขียนหนังสือภาษาไทย
ไม่ได้ เนื่องจากไม่ได้เรียน ไม่ใช่ไม่มีโรงเรียนะคะ โรงเรียนมี บางที่อยู่ไกล
เดินทางลำบาก ต้องทำไร่ทำนา ไปเรียนบ้าง ไม่ไปเรียนบ้าง จึงอ่านออกพูดเขียนได้บ้าง
น้อยมาก ขอโอกาสในการให้เขาเหล่านั้นได้พูดภาษาไทยบ้าง ถูกบ้างผิดบ้าง
ชัดบ้างไม่ชัดบ้าง ขออย่าได้หัวเราะ ขอเปลี่ยนเป็นกำลังใจและให้โอกาส
ในฐานะพลเมืองไทยคนหนึ่ง มีหลายๆคนที่ไม่กล้าพูด เพราะอาย จริงๆพูดได้แต่พูดไม่ชัด
เด็กๆนี่ยังได้เรียนหนังสือ ยังพอกล้าพูดได้บ้าง แต่ผู้ใหญ่นี่ไม่ยอมพูดเลย เพราะอาย
กลัวโนหัวเราะ เพราะพูดไม่ชัด ........อยากเห็นวันเด็กที่มีความสุข
มีความหมายและมีคุณค่าสำหรับเด็กๆทุกคน ทั้งคนที่มากด้วยโอกาส
และขาดโอกาส ได้ร่วมแบ่งปัน แม้เป็นสิ่งเล็กน้อย แต่ก็คุณค่าและความหมาย
ที่สำคัญ คือการยอมรับในการเป็นพลเมืองไทย ที่ได้รับการปฏิบัติโดยเท่าเทียมกัน
ขอบคุณนะคะพี่เบดูอิน อิอิอิ
สวัสดีครับ
เป็นเรื่องดีที่มาบอกกล่าวกัน
น่าประทับใจ อ่านเรื่องแบบนี้แล้วสบายใจ
ช่วยเตือนสติได้มาก
มีโอกาสจะได้ไปบริจาคของให้คนที่ขาดแคลนกันอีกครับ
สวัสดีครับ แวะมาเยี่ยมและให้กำลังใจ คนคิดดี ทำดี
ป๊ะ.....
เหนื่อยจังค่ะ