เมื่อคืนผมนอนค้างคืนที่หาดใหญ่ครับ โรงแรมหาดใหญ่รามา เกือบจะทุกครั้งที่ต้องนอนหาดใหญ่ นึกถึงโรงแรมนี้ทุกที ไม่ใช่เพราะมีอะไรดีที่ไหนหรอกครับ แค่เพียงว่า เป็นโรงแรมแรกที่ผมมาเป็นวิทยากรอบรม แบบ one man show ตลอดสามวัน ซึ่งก่อนหน้านั้นไม่เคยได้เป็นวิทยากรแบบเต็มๆ แบบนี้มาก่อน แถมเป็นงานอบรมที่จัดในโรงแรมด้วย ดังนั้นที่นี่เลยเป็นที่แห่งความทรงจำของผมเลยทีเดียวครับ แต่หากคราวหน้าต้องนอนหาดใหญ่อีก บอกภรรยาไว้ว่า ลองเปลี่ยนโรงแรมบ้างก็ดีนะ ฮิฮิ
ผมออกจากหาดใหญ่ตอนตีห้าครับ เพื่อกลับมาปัตตานีให้ทันแปดโมงเช้า ซึ่งเป็นคาบแรกที่จะต้องสอน แล้วก็ทันเวลาพอดีครับ ไม่นึกว่าการขับตอนเช้าตรู่จะขับยากมากครับ สำหรับถนนสายนี้ เนื่องจากมีหมอกเป็นระยะๆ เลยขับได้ไม่เกินร้อยครับ นึกว่าจะไม่ทันเวลาเสียแล้ว
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมต้องนั่งประชุมเกือบทุกวัน แล้วก็ประชุมกันหลายห้องมาก เมื่อวานอาการเจ็บขาออกอาการชัดมากครับ จนลังเลว่าจะไปหาดใหญ่ไหวหรือเปล่า เดาว่าที่เจ็บเนื่องจากเก้าอี้ในห้องประชุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องประชุมคณะ มันกดที่ต้นขาของผมมากไปนิดหนึ่ง วันนี้เลยตัดสินใจว่า รายการประชุมวันอาทิตย์นี้คงไม่เข้าร่วมด้วยแล้ว คงต้องพักเต็มๆ สักวัน
หลายวันก่อนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับรองคณบดีสองท่าน ผมเลยพริ้นท์ประกาศของคณะ ตั้งแต่สถาบันแห่งนี้ยังเป็นวิทยาลัยอยู่เลยครับ ว่าด้วยเรื่องภาระงานขั้นต่ำของอาจารย์ เนื่องจากเห็นว่าช่วงนี้เขากำลังคุยเรื่องนี้กันอยู่ ประกาศฉบับนี้ จำได้ว่าคณบดีพยายามจะพลักดันให้เป็นระเบียบในระดับของวิทยาลัย โดยให้ผมเป็นกองหน้าในการสร้างความเข้าใจแก่ผู้บริหารวิทยาลัย แต่แล้วต้องกลับมาแก้หลายรอบ ซึ่งสุดท้ายคณบดีเลยให้เป็นประกาศเฉพาะของคณะไปก่อน
ข้อคำถามคือ อะไรที่คณะยังไม่มี เพื่อการสร้างประสิทธิภาพในการทำงาน เดิมทีผมเข้าใจจากการทำงานของผมเองในช่วงหลายปีที่ผ่านมาว่า "มันขาดระบบ" แต่ความเห็นนี้รองคณบดีฝ่ายบริหารไม่เห็นด้วย แล้วก็แย้งผมมาตลอดครับ จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเมื่อหลายวันก่อน ผมได้ข้อสรุปใหม่ครับว่า เราขาด "เครื่องมือ" ในระบบ ปัจจุบันระบบมีค่อนข้างจะครบแล้ว และผมว่า คณะเรียนรู้ในการสร้างระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพ แต่บังเอิญเครื่องมือที่นำมาใช้ในระบบกลับไม่มีประสิทธิภาพ
ผมว่าข้อสรุปของผมคงมีคนหลายคนไม่เห็นด้วย แต่ผมว่า ถ้าเราจะก้าวไปสู่เส้นชัยได้ เราต้องตรวจสอบตัวเองและสร้างเครื่องมือที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อการทำงานบ้าง ในขณะเดียวกันการตรวจสอบและสร้างเครื่องมือเพื่อการทำงานใหม่ๆ จะต้องมีการพัฒนาอย่างเป็นระบบเช่นกันครับ
ในช่วงก่อน ผมใช้ประกาศคณะเป็นเครื่องมือหนึ่งของผมครับ มีหลายประกาศที่ไม่มีผลย้อนกลับเลยครับจนถึงปัจจุบัน และในช่วงหลังของการทำงานในตำแหน่งบริหาร ผมใช้วิธีการสะกิด ชักชวน ก็ได้ผลครับแล้วก็ขยายผลด้วยเวทีพูดคุยแลกเปลี่ยนความสำเร็จระหว่างกัน ผมเดิมวิธีการนี้อยู่ระยะหนึ่งครับ ซึ่งมันมีภาพความสำเร็จที่น่าประทับใจครับ แต่ผมมาชะงักเสียดื้อๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง แล้วก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ผมคิดว่าผมควรถอย เพื่อให้คนอื่นทำบ้างได้แล้ว
เป็นกำลังใจให้ครับ แม้ไม่ค่อยพูดแต่ก็สังเกตวิถีคิดของคนทุกการเรียนรู้ บางครั้งเพราะอาจารย์ถอยมากเกินไปครับ(แต่ก็เข้าใจอาจารย์นะครับ) คณะเลยวุ่นอยู่แบบนี้ (อันนี้ความคิดผมนะครับ) ผมไม่รู้ว่าบางครั้งผู้ใหญ่เขาคิดอะไรกันเรื่องบางเรื่องไม่น่าจะเป็นเรื่อง แต่บางเรื่องกลับเป็นเรื่อง บางครั้ง (วัยรุ่นเซ็ง) ครับ อิอิ
วันที่ ๓๐-๓๑ ธันวานี้ผมมีคิวไปกระบี่ครับ เลยอยากจะบอกว่า บางครั้งคำสั่งที่นึกอยากจะใส่อะไรก็ใส่นั้น ผมไม่เห็นด้วยเลยครับเพราะเหมือนเรากำลังเล่นขายของ จนผมนั่งคุยกับอาจารย์ท่านนึงว่า... ที่นี่เขาทำอะไรกันอาการอยากลาออกในบางครั้งไม่ใช่มีเฉพาะผมแล้วครับ เพราะฉะนั้นผมบอกอาจารย์เลยนะครับ ผมคงไม่อยู่แน่นอนครับ และคิดว่าไม่มีผมเขาก็คงรับปริญญาได้ แต่...ความหมายของชีวิตของคน เยาวชนสำคัญกว่าครับ
ป.ล.ขอบคุณที่รับรู้และรับฟังครับ พี่ชาย(เพื่ออัลลอฮฺ)
ขออัลลอฮฺคุ้มครองและตอบแทนอาจารย์ทุกๆการงานที่ทำครับ ผมซะใจและภูมิใจมากครับที่อาจารย์พูดถึงเรื่องของการทำหน้าที่ว่า เราไปทำอะไรไม่เห็นจะต้องบอกใคร ผมไม่เคยแคร์เลยครับถ้าการทำงานของผมไม่ได้บอกใคร แล้วผู้บริหารไม่เข้าใจ เพราะจะมีสักกี่คนที่รับรู้ความเป็นไป อย่างน้อยอัลลอฮฺก็รู้ใช่ไหม๊ครับ (แบบนี้ก็มีความสุขแล้วครับ)
อ่านแล้วบางทีผมรู้สึกว่าผมก็ไม่เข้าใจ อะไรคือสิ่งที่เราขาดไป
ยิ่งเมื่อได้อ่านคำคอมเมนต์ของน้องเสียงเล็กๆ ก็เข้าใจในอีกสภาพหนึ่ง
หวนดูกลุ่มของตัวเอง ก็เข้าใจสภาพของพวกเขาที่ต้องกระทำเช่นนั้น แต่บางครั้งก็ถามในใจเหมือนกันว่า.. ทำไมทำแบบนี้..
เราช่วยกันแก้ดีกว่าครับ ....
ผมเคยหลีกหนีงานที่คิดว่าไม่ตรงกับสิ่งที่ตัวเองอยากได้ แต่สุดท้ายก็กลับรู้สึกว่า เราหนีเพื่อให้ตัวเองดีขึ้นหรือพรรคพวกดีขึ้น
ต่อไปนี้ อะไรที่คิดว่าเพื่อตัวเอง ต้องขออดทนอยู่ต่อไป เพื่อให้อุมมะฮฺดีขึ้น
แต่ถ้าเพื่อส่วนรวมดีขึ้น เมื่อผมไม่อยู่ ผมพร้อมไปทุกเมื่อครับ
หาก อาจารย์ . Ibm ครูปอเนาะ ไม่อยู่อีกคนผมว่าวุ่นแน่ๆๆ
และอยากบอกเหมือนกันครับว่า ...ต่อไปนี้ อะไรที่คิดว่าเพื่อตัวเอง ต้องขออดทนอยู่ต่อไป เพื่อให้อุมมะฮฺดีขึ้น แต่ถ้าเพื่อส่วนรวมดีขึ้น เมื่อผมไม่อยู่ ผมพร้อมไปทุกเมื่อครับ(ชอบมากครับประโยคนี้)และตัวเองก็คิดเช่นกันครับ ขออัลลอฮฺคุ้มครองทุกคนครับ
ขอบคุณมาก
มาชม มุมคิดดีมีสาระนะ
สวัสดีปีใหม่ มีความสุขกายสุขใจมาก ๆ นะครับ...
ขอบคุณครับ อ้อยควั้น
สวัสดีปีใหม่ครับ และขอให้มีความสุขตลอดปีใหม่ครับ
ขอบคุณครับ เสียงเล็กๆ
การสื่อสารสองทางเป็นสิ่งจำเป็นครับ ละเลยไม่ได้ บางทีการนำเสนอข้อมูลที่อาจารย์มีไปยังคนที่เกี่ยวข้องในระดับสูงขึ้นไปจะเป็นสิ่งดีมากครับ
ขอบคุณครับหมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮ
สุขสันต์วันปีใหม่ครับ
ขอบคุณครับIbm ครูปอเนาะ
เส้นทางและวิธีการเดินไปข้างหน้ามีให้เลือกเยอะครับ อยู่ที่ต้องชั่งน้ำหนักว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุด
ขอบคุณครับเกษตรยะลา
ผู้ปฏิบัติ ผู้บริหารจะต้องเป็นทีมเดียวกันครับ
ขอบคุณครับumi
ขออาจารย์มีความสุขตลอดปีครับ
สวัสดีปีใหม่เช่นกันครับ ครูปู~natadee t'ซู๊ด
มีความสุขตลอดปีใหม่นะครับ