คิดถึงการเรียนรู้และความงอกงามในจิตใจ มากกว่า การให้ความสำคัญกับเกียรติยศและรางวัล

ในยามเช้าที่เด็กๆ เข้าห้องประชุม  มักจะมีเรื่องราวดีๆ ที่ได้รับฟัง
เรื่องราวที่มองเห็นถึงความตั้งใจและปรารถนาให้ศิษย์ของตนได้เติบโต
เช่นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านไป  ได้รับฟังและประทับใจกับทัศนะ มุมมองในการดูแลศิษย์
ที่คิดถึงการเรียนรู้และความงอกงามในจิตใจ
มากกว่า การให้ความสำคัญกับเกียรติยศและรางวัล

ได้เห็นถึงการชี้ชวนให้เห็นคุณค่าแห่งความเพียรพยายามตามกำลังของตนอย่างไม่ย่อท้อ
ไม่ใช่การต่อสู้ดิ้นรนเพียงเพื่อชัยชนะ
แต่เป็นการก้าวเดินในเส้นทางแห่งการพัฒนาตนอย่างเป็นสุข

 

จนต้องขอให้ผู้พูดได้เรียบเรียงเรื่องราวมาเป็นตัวอักษร
และทุกวรรคตอนได้นำมาแบ่งปันกันอ่าน...ดังนี้

 

เรียนคุณครูใหญ่ที่รักและเคารพ

        การเขียนจดหมายถึงครูใหญ่ในครั้งนี้แตกต่างจากทุกครั้ง  เพราะเป็นการนำเรื่องเล่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมาให้นักเรียนฟังในหอประชุม มาเล่าให้คุณครูใหญ่ฟังอีกครั้ง  ยุ้ยเล่าให้เด็กในห้องประชุมฟังว่า..

เมื่อเช้าของวันอาทิตย์ ที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมาในขณะที่ทุกคนพักผ่อนอยู่ที่บ้าน คุณครูยุ้ย  คุณครูพันธ์ คุณครูอ๋ง และคุณครูสุรจิต ได้รับมอบหมายให้นำนักเรียนที่ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนของเขตพื้นที่การศึกษาลำพูน เขต 1  เข้าร่วมงานมหกรรมศิลปหัตถกรรมภาคเหนือ  อลังการภูมิปัญญาไทย ที่จังหวัดลำปาง 

 

เราเดินทางมาถึงโรงเรียนตั้งแต่ก่อน 7 โมงเช้าแต่ปรากฏว่ามีเหตุขัดข้องที่ทำให้เดินทางออกจากลำพูนช้ากว่ากำหนดถึง 40 นาที  เมื่อถึงจังหวัดลำปาง หลังจากส่งพี่มัธยมที่โรงเรียนลำปางกัลยาณี ซึ่งเป็นสถานที่จัดการแข่งขันในกลุ่มสาระศิลปะแล้ว  จึงเดินทางไปสถาบันราชภัฏลำปางเพื่อพาน้องมายด์ไปร่วมแข่งขันโจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ ช่วงชั้นที่ 1  แต่กลับต้องเจอกับรถติดเป็นระยะทางยาวมากทำให้เสียเวลาอยู่บนท้องถนนนานเกือบชั่วโมงกว่า

ตลอดเวลาที่อยู่บนรถพวกเราพยายามพูดคุยกับน้องมายด์ให้รู้สึกสบายใจ โดยได้สอบถามความตั้งใจที่จะร่วมเข้าสอบในครั้งนี้  และบอกว่าถ้าไปไม่ทัน ไม่ได้สอบก็ไม่เป็นไรนะคะ  การแข่งขันเพื่อให้ได้เป็นผู้ชนะไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด แต่อยู่ที่ความตั้งใจที่เราจะเข้าร่วมทดสอบความสามารถของตัวเองต่างหาก  สิ่งที่ทำให้พวกเรายิ้มและดีใจคือ น้องมายด์ตอบว่าถึงไม่ได้สอบก็ไม่เป็นไรค่ะ ถือว่าเราได้มาเที่ยวจังหวัดลำปาง  ทำให้ครูยุ้ยรู้สึกหายห่วงต่อจิตใจของน้องมายด์ได้บ้าง

ในขณะที่รถค่อยๆเคลื่อนน้องมายด์ บอกว่าคุณครูขา ดูข้างๆถนนซิคะมีคุณครูโรงเรียนอะไรไม่ทราบค่ะพานักเรียนลงจากรถแล้ววิ่งไป เขาคงกลัวไม่ทันสอบนะคะ  คุณครูยุ้ยจึงบอกว่าถึงจะไม่ทันสอบก็ไม่เป็นไรนะคะ การสอบไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณครูและน้องมายด์ก็คิดเช่นนั้นใช่ไหมคะ น้องมายด์ยิ้มตอบว่าค่ะ   และแล้วพี่แขกก็ขับรถพาพวกเรามาถึงประตูด้านหน้าคนละฝั่งถนนของสถาบันราชภัฏลำปาง  เพราะไม่สามารถขับรถเข้าไปถึงในสถาบันฯ  เราต้องเดินฝ่ารถที่ติดอย่างหนักเพื่อข้ามถนนเข้าไปในสถาบันฯ 

เมื่อถึงที่หมายพวกเราต้องวิ่งไปหาตึกที่จะสอบอย่างเร่งรีบเพื่อให้ทันกับเวลาที่เหลือ  โดยตรวจสอบจากแผนผังที่มีในงาน เราต้องเดินขึ้นไปยังห้องสอบบนตึกชั้นที่ 3 ทำเอาเหนื่อยและน้องมายด์อยากเข้าห้องน้ำ  ขณะที่คุณครูพันธ์พาน้องมายด์ไปเข้าห้องน้ำ ครูยุ้ยรีบเดินตรงไปยังห้องสอบแต่ปรากฏว่าห้องสอบปิดแล้ว  จึงตรงไปยังห้องพักของคณะกรรมการและพยายามเล่าถึงสาเหตุที่มาสายและขอความเห็นใจจากคณะกรรมการเพื่อให้น้องมายด์เข้าสอบ  ซึ่งท่านก็ใจดีให้โอกาสแต่มีข้อแม้ว่าต้องใช้เวลา ตามเวลาที่กำหนดไว้   น้องมายด์เดินเข้าไปยังห้องสอบโดยเหลือเวลาเพียงแค่ 50 นาที จากเวลาทั้งหมด 120 นาที

ครูยุ้ยเข้าใจว่าน้องมายด์คงรู้สึกเป็นกังวลกลัวจะทำข้อสอบไม่ทัน แต่ก็ทำได้แค่เพียงส่งกำลังใจให้  หลังจากเดินเข้าไปยังห้องสอบได้ประมาณ 10 นาที  เพื่อนๆ ที่นั่งสอบอยู่ก่อนพากันทยอยเดินออกห้องสอบเกือบหมด เหลือเพียงเด็กชายคนหนึ่งนั่งทบทวนข้อสอบ  กรรมการถามว่ายังไม่เสร็จอีกหรือ เด็กชายคนนั้นตอบว่าเสร็จแล้วครับแต่คุณครูบอกว่าให้นั่งทบทวนจนกว่าจะหมดเวลา  น้องมายด์จึงเหลือเพื่อนเพียงคนเดียวที่นั่งในห้องสอบ

กรรมการถามน้องมายด์ว่าทำข้อสอบได้ไหม น้องมายด์ตอบว่าไม่ยากเท่าไรด้วยน้ำเสียงที่ไม่ชัด ทำเอาคณะกรรมการหัวเราะชอบใจบอกว่าน่ารักจังเลย  ครูยุ้ยจึงได้โอกาสพูดให้กำลังใจน้องมายด์ว่า ไม่ต้องกังวลนะคะหนูทำได้แค่ไหนก็แค่นั้น แต่ขอให้หนูมายด์ใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด ครูยุ้ยจะนั่งรอหนูอยู่ที่หน้าห้องสอบนะคะ  น้องมายด์ยิ้มด้วยแววตามีความสุขตอบว่า ค่ะ

เหลือเวลาอีก 5 นาทีก่อนจะหมดเวลาครูยุ้ยจึงเดินไปที่ประตูน้องมายด์หันมาพอดี ทำปากบุ้ยใบ้บอกว่าเสร็จแล้วค่ะ  ในช่วงเวลานั้นครูยุ้ยรู้สึกปลาบปลื้มใจกับความเป็นนักสู้ของน้องมายด์เป็นอย่างมากไม่รู้จะบรรยายให้คนอื่นเห็นภาพความประทับใจนั้นได้อย่างไร

เราต้องรอฟังผลการสอบในช่วงบ่ายทำให้ได้มีโอกาสเดินเที่ยวชมนิทรรศการภายในงานและได้นั่งคุยกัน  ครูยุ้ยถามน้องมายด์ว่า ตอนที่นั่งในห้องสอบ น้องมายด์รู้สึกอย่างไร น้องมายด์บีบมือครูยุ้ยตอบว่าเป็นกังวลกลัวทำข้อสอบไม่ทัน  แต่พอครูยุ้ยมาให้กำลังใจและพูดว่า ไม่ต้องกังวลนะคะหนูทำได้แค่ไหนก็แค่นั้น แต่ขอให้หนูมายด์ใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด ทำให้หนูมีกำลังใจและคลายความกังวล จึงพยายามทำข้อสอบให้เสร็จในเวลาที่เหลืออยู่และหนูก็สามารถทำข้อสอบได้มากกว่าข้อที่ทำไม่ได้ แล้วน้องมายด์ก็หัวเราะออกมาอย่างร่าเริง 

เมื่อถึงเวลาประกาศผล  ปรากฏว่าน้องมายด์สอบได้ 82 คะแนนจากคะแนนเต็ม 100 คะแนน ได้เกียรติบัตรในระดับยอดเยี่ยม  ทำให้พวกเราทุกคนดีใจและชื่นชมในความสามารถของน้องมายด์  คณะกรรมการคุมสอบและคุณครูที่มาดูผลสอบต่างชื่นชมและพูดว่า เก่งมาก  ขนาดมีเวลาแค่ 50 นาที  ครูยุ้ยพูดกับน้องมายด์ ว่าคุณครูดีใจกับน้องมายด์และชื่นชมในความเป็นนักสู้ของหนูค่ะ

เด็กๆ คะกว่าที่น้องมายด์จะประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้ น้องมายด์ต้องใช้ความอดทนฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆมากมาย แต่ด้วยหัวใจที่เป็นนักสู้ทำให้น้องมายด์ สามารถเอาชนะอุปสรรคต่างๆ จนได้รับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจนั่นคือเกียรติบัตรระดับยอดเยี่ยมจากการเข้าร่วมแข่งขัน  คุณครูอยากให้เด็กๆเห็นเป็นตัวอย่างนะคะ ขอเสียงปรบมือให้กับความเป็นนักสู้ของน้องมายด์ในครั้งนี้ด้วยค่ะ..

       จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ยุ้ยรู้สึกดีใจและไม่เคยคิดมาก่อนว่า ด้วยคำพูดที่ว่า ไม่ต้องกังวลนะคะหนูทำได้แค่ไหนก็แค่นั้น แต่ขอให้หนูมายด์ใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด  จะเป็นกำลังใจให้เด็กคนหนึ่งมีพลังที่จะเป็นนักสู้ได้ถึงขนาดนี้   และจะสอนนักเรียนด้วยความรัก ความรู้ และความเป็นครูอย่างแท้จริง ตลอดไปค่ะ 

 

 

ขอบคุณน้องมายด์..ด.ญ.วิริยา  ฟองคำ  ชั้น ป.3/2 ร.ร.มงคลวิทยา  เจ้าของเรื่องราว

ขอบคุณครูยุ้ย..สุทิน  สิงห์แก้ว  ผู้ถ่ายทอดเรื่องราว

ขอบคุณชาวมงคลวิทยาทุกคน..ที่มุ่งเดินบนหนทางสร้างปัญญาร่วมกัน..

และขอบคุณท่านผู้อ่าน..ที่ติดตามมาจนถึงบรรทัดนี้ ^^