หลักสูตร เป็นเครื่องมือสำคัญ เป็นกรอบแนวทางการจัดประสบการณ์แก่เยาวชน เป็นกรอบในการพัฒนากำลังคนของประเทศ เป็นต้นตอของปัญหาการมีหรือไม่มีคุณภาพของคน เป็นสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องทุกคน ต้องให้ความสำคัญ...หากยังหวังที่จะให้ประเทศนี้เจริญอย่างยั่งยืนในอนาคต

อ่านบทความ ท่านเลขาธิการ สพฐ. ในรายการ “พบเลขาธิการ สพฐ. ทุกวันอังคาร” ฉบับ อังคารที่ 7 ตุลาคม 2551 ที่ได้นำเสนอเรื่อง ผู้เชี่ยวชาญชาวนิวซีแลนด์ ได้ให้ข้อคิดสำคัญในการนำหลักสูตรไปใช้ ดังต่อไปนี้

        การนำหลักสูตรสู่การปฏิบัติจะต้อง :-

1. สร้างความเข้าใจ (และการยอมรับ) ในหลักสูตรใหม่ร่วมกัน

ในทุกระดับ

2. สร้างสภาพแวดล้อมที่จะเอื้อต่อการผลักดันการเปลี่ยนแปลงในโรงเรียน โดยมีเครื่องมือและข้อมูลเพื่อการประเมินผลที่ดี

3. ในประเทศนิวซีแลนด์ พบว่าวิธีการที่ดี คือ การสร้างเครือข่ายครู ที่จะพบปะ แลกเปลี่ยนกันถึงแนวทางการจัดการสอนที่ดี โดยมีตัวอย่างที่ชัดเจนว่าวิธีการสอนที่ดีคืออะไร

4. ที่สำคัญ ต้องมีผลการประเมินความรู้ของนักเรียน ซึ่งจะนำไปสู่การตัดสินใจว่า อะไรที่ควรดำเนินการต่อ (ถ้าส่งผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียน) อะไรที่ควรเลิกทำ (ถ้าไม่ส่งผลต่อนักเรียน)

5. ในประเทศนิวซีแลนด์ ได้มีการออกกฎหมายที่จะผลักดัน ให้ครูเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง กฎหมายดังกล่าวกำหนดให้ทุกโรงเรียนรายงานต่อสาธารณชนว่าอะไรในหลักสูตรที่ทำได้ดี และอะไรที่ ยังทำไม่ได้ดี พร้อมแผนว่าจะทำให้ดีขึ้นได้อย่างไร อย่างไรก็ดีในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงต้องพยายามหาความสมดุลใน 3 ส่วน กล่าวคือ ต้องสร้างวัฒนธรรมที่วางบนพื้นฐาน ของข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน โรงเรียนต้องมีอิสระที่จะจัดทำแผนพัฒนาโรงเรียน แต่ องค์กรกลางก็ต้องให้ข้อมูลที่จะ Benchmark ให้โรงเรียนได้เปรียบเทียบผลการดำเนินงานของตนกับผลงานในระดับอื่นๆ 

 

                ในการประชุมคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา กทม.เขต  2 เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2551  สำนักงานเขตพื้นที่ได้เสนอขออนุมัติ “กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2”  คำถามหนึ่งที่เกิดขึ้นในที่ประชุม คือ  “ทำอย่างไรที่จะให้ผู้เกี่ยวข้อง ทุกระดับ “เข้าใจและยอมรับหลักสูตรใหม่ ร่วมกัน”  เพื่อให้เกิดพลังในการขับเคลื่อนหลักสูตร เพราะในอดีตที่ผ่านมามักพบว่า เมื่อเราไปถามผู้บริหารสถานศึกษาเกี่ยวกับหลักสูตร ก็จะได้รับคำบอกว่า “ให้ไปถามฝ่ายวิชาการก็แล้วกัน ผม ไม่ค่อยรู้เรื่องหลักสูตรมากนัก”   เมื่อไปถามคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา ก็จะได้รับคำตอบว่า  “เรื่องนี้ เป็นรายละเอียดระดับปฏิบัติการ ควรไปถามโรงเรียน  คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา ไม่ทราบหรอก”   เมื่อไปสัมภาษณ์ ถามความรู้เกี่ยวกับหลักสูตรกับศึกษานิเทศก์งานการวัดและประเมินผล ก็จะได้รับคำบอกว่า “ผมรับผิดชอบนิเทศงานด้านการวัดและประเมินผล จะไม่ค่อยรู้เรื่องหรือถนัดในเรื่องหลักสูตรการสอนหรอก”   ...หลังจากฟังคำตอบจากทุกคนแล้ว เราก็สรุปได้ว่า “ผู้เกี่ยวข้อง ทุกระดับ ไม่ค่อยรับรู้ และไม่เข้าใจหลักสูตร  อย่างแท้จริง”  เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว “จะเกิดแรงผลักเพื่อขับเคลื่อนหลักสูตรได้อย่างไร”  จะเป็นการยากอย่างยิ่งที่จะทำให้หลักสูตรใหม่บรรลุผลตามเจตนารมณ์

                ถึงเวลาที่ต้องกระตุ้นให้ทุกคน ทุกระดับ รวมถึงพ่อ-แม่ของเด็ก จะต้องร่วมรับรู้ว่า หลักสูตรใหม่  2551 เน้นอะไร ..จะต้องทราบว่า หลักสูตรนี้ เน้นความเป็นคนดี อย่างน้อย 8 ประการ คือ 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์   2)  ซื่อสัตย์สุจริต  3) มีวินัย  4) ใฝ่เรียนรู้  5) อยู่อย่างพอเพียง  6)มุ่งมั่นในการทำงาน  7) รักความเป็นไทย และ 8) มีจิตสาธารณะ  และ เน้น การเป็นคนเก่ง(สมรรถนะ) 5 ประการ คือ  1) ความสามารถในการสื่อสาร   2) ความสามารถในการคิด  3) ความสามารถในการแก้ปัญหา    4) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต และ 5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

        หลักสูตร เป็นเครื่องมือสำคัญ  เป็นกรอบแนวทางการจัดประสบการณ์แก่เยาวชน เป็นกรอบในการพัฒนากำลังคนของประเทศ  เป็นต้นตอของปัญหาการมีหรือไม่มีคุณภาพของคน  เป็นสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องทุกคน ต้องให้ความสำคัญ...หากยังหวังที่จะให้ประเทศนี้เจริญอย่างยั่งยืนในอนาคต