หลังจากห่างหายไปนาน ก็มีเรื่องมากมายแต่บางเรื่อง อิอิ ไม่ต้องเล่าก้ได้มั้งครับ แต่เรื่องนี้ต้องเล่าครับ เพราะเป็นเรื่องที่สัมผัสกับตัว ไม่รู้ว่าตัวเอง เป็นแก๊งค์สาระแนตั้งแต่เมื่อไหร่ เห็นใครทะเลาะ ไม่ชอบเลย ทั้งที่ บางครั้งก็ทะเลาะ แต่บ่อยมากไม่ดี เนาะครับ อิอิ

ทะเลาะทะเลาะกันแล้วจะดีกันเร็วไหมน้า

ถ้าทะเลาะกันรุนแรงมากๆล่ะ

สำหรับคนที่ชอบทะเลาะกันนะครับ อันนี้ผมก็มีแต่นิดหน่อย ขอแจง ผมไม่มีมากมายอะไรหรอกครับ พี่น้อง

การเข้าใจผิด หรือความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน นับเป็นเรื่องปกติสามัญในชีวิตคู่ การเรียนรู้ที่จะจัดการกับความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ คือสิ่งสำคัญสำหรับชีวิตรักที่ยั่งยืนด้วยใช่ไหมครับ พี่น้อง ที่กระผม หนุ่มหน้าหนองมนคนพลัดถิ่นนั้นหายตัวไปเป็นเพลา หลายวัน อาจจะมีแว๊บมาทักทายบ้างแต่ก็มิได้เขียนบันทึกเพิ่มครับ ตอนนี้แม้จะว่างลงไปนิด(นึง) ก็เลยเขียนสักหน่อย อิอิ แทนคำพูดที่ว่า จากกันแม้ไกลแต่ไม่เคยห่างหายจากใจครับ พี่น้อง

เห็นรูปภาพข้างบนแล้วจินตนาการดูว่า หลังจากทะเลาะกันแล้วจะได้อะไร แน่นอนครับ ความเสียใจ

ลองเขียน คำนี้

แล้วเปลี่ยนมาเป็นภาพหลังจากทะเลาะ เป็นดีกันอย่างรวดเร็วล่ะครับ จะพบสิ่งดีๆ ที่อยู่ในรูปไหม

หลีกไม่พ้นครับ เหตุการณ์ที่ผมจะเล่าคือเรื่องทะเลาะเบาะแว้งของประชาชนคนแถวบ้าน แหมๆๆแล้วจะให้ผมไม่บอกว่าผมไม่สาระแนได้ไงครับ ตามไปช่วยห้ามเค้าถึงในบ้าน อิอิ เรื่องของเรื่องครับ ซอยที่ตลาดไม่ไกลจากบ้านนักมี คุณสามี กับ คุณภรรยา ที่ชอบการทะเลาะกันอยู่แล้ว 3 เวลาหลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น(ชาวบ้าน ผู้สื่อข่าวบอก) ไอ้กระผมเอง ก็เห็นใครทะเลาะก้อยากให้ดีดีกันเอาไว้เพราะคิดว่า โลกเราอยู่ได้เพราะความรัก ถ้าเราทะเลาะกันนิดหน่อย (ไม่เป็นไร) อีกหน่อย(พอไหว) อีกมากขึ้น(พอให้อภัยก็ว่าไป) แต่ถ้าถึงจุดแล้วทำให้คนถึงกับขาดสติเชียวนะครับ พี่น้อง เอิ๊กๆๆ คู่นี้ก็คงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง (ที่จริงอยากถ่ายรูป แต่สถานการณ์เช่นนั้นคงจะทำให้ตัวเองโดนเฉดหัวอย่างว่องไวเลยล่ะครับ)(ที่เค้าเกรงใจเพราะผมได้ชื่อว่าเป็นครูอ่ะเนาะ)(ก็รู้กันดี เรื่องหนักเรื่องเบาผมเอาหมด) กว่าจะทำหน้าที่ห้ามศึกได้เล่นซะเมื่อยครับ เพลียเลย เพราะของในบ้านช่องแตกพัง หมดกัน (น่านเพิ่งมาคิดได้)

ที่หยิบเรื่องนี้มาเล่าเพราะตัวเองก็ไม่ใช่คนที่มีความรักที่ PERFECT ไปเสียหมดครับ มีใครไหมครับ ที่ไม่เคยทะเลาะกับ เพื่อน พ่อแม่ พี่น้อง ปู่ย่าตายาย โคตรเหง้าศักราช พี่น้องและคนรักของตัวเองบ้าง อย่างน้อยก็ต้องทะเลาะกับตัวเองบ้างล่ะครับ

 

เพราะคำนี้ล่ะมั้งครับที่ทำให้มนุษย์เดินดินกินข้าวแกงอย่างเรา ต้องอยู่ด้วยกัน ก็มีบ้างที่กระทบกระทั่งเนาะครับ บ้านไหนไม่มีบอกผมซิ อิอิ จะไปดูครับ แบบ จัดทีมงานไปดูงานเลย เอาแบบที่รักกันขนาดที่ว่าไม่มีทะเลาะกันเรื่องเล็กน้อยเลยนะครับ ผิดนิดผิดหน่อยนี่ ยิ้มให้กันแล้วบอกไม่เป็นไรจ๊ะ มีไหมครับ ทะเลาะกับตัวเองนี่เห็นบ่อยครับ แต่พวกทะเลาะกับแฟนอย่างเด็กวัยรุ่นก็เห็นบ่อย (แล้วผมล่ะ???) เยอะครับ ตามห้าง แหม ต้องมีไปบอกเลิก กินบรรยากาศ เห่ยซะไม่มี เลิกก็บอกไปเลย   

ข้อดีของการทะเลาะกัน...ก็คือ

 ช่วยให้เรามองเห็นความไม่สมบูรณ์แบบของกันและกัน เห็นเพื่อเรียนรู้และตัดสินใจว่า... เราควรมองข้าม ควรแก้ไข ควรให้อภัย หรือยุติความรักดีเพราะมุมดีๆ ของชีวิต ทุกคนรับได้ แต่คนที่ยอมรับในมุมร้ายๆ มีอยู่น้อยคน

การทะเลาะกัน คือ บททดสอบที่ช่วยให้เราค้นพบ เค้าคนนั้น เพราะถ้าทะเลาะกันแล้ว ยังกลับมาคืนดีกันได้ อย่างน้อยๆ เค้าก็เป็นคนที่จะยอมรักเราในด้านดีๆ ยอมรับเราในด้านที่ร้ายๆ  พร้อมที่จะมองข้าม แก้ไข และให้อภัยพร้อมที่จะจับมือกันไว้...ให้แน่นขึ้นยิ่งกว่าเดิม 

เห็นไหมครับ มุมดีดี ของการทะเลาะก็ยังมี เพลงนี้ถึงได้สื่อให้ทุกคนที่มีความรักแล้วยังทะเลาะกัน ก็กลับมารักกันเถอะครับ ผมมีจุดกำเนิดของการทะเลาะโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้อ่านด้วยนะครับ พร้อมวิธีรับมือด้วยการทะเลาะแบบมีศิลป์ แล้วคราวหน้าไม่ว่าเราจะทะเลาะกับใคร อย่างไร ที่ไหน เมื่อไหร่ ผม(คนพลัดถิ่น)ว่า กลับมาดีกันได้แหงมๆ

 ลิ้นกับฟันเป็นอวัยวะที่อยู่ใกล้กันในร่างกาย และมีลักษณะที่แตกต่าง เหมือนคู่รักที่อยู่ใกล้ชิดกัน เวลาเข้ากันได้ดีอะไรดูดีไปหมด แต่ก็อาจกระทบกระทั่งกันได้เสมอ และถ้ากระทบกันอย่างรุนแรงก็คงทำให้เกิดความทุกข์ทางอารมณ์ ซึ่งอาจนำไปสู่การกระทำที่รุนแรงต่อกัน แต่ถ้ารู้จักการทะเลาะอย่างสร้างสรรค์ ก็จะทำให้เข้าใจความแตกต่าง และเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกันบนความแตกต่างนั้น

ทำไมต้องทะเลาะกันด้วย
คู่รักทุกคู่เคยทะเลาะกัน เวลาทะเลาะกันต่างฝ่ายต่างคิดว่าตนเองถูก ทะเลาะกันไปแล้วอดคิดไม่ได้ว่าเรารักกันแล้วทำไมต้องทะเลาะกันด้วย ความจริงแล้วคนสองคนนั้นมาจากคนละสังคม นิสัยจึงต่างกัน คิดไม่เหมือนกัน ชอบอะไรที่ต่างกัน ระยะแรกอาจยอมฝืนตัวเองเพื่อสร้างความประทับใจให้อีกฝ่าย แต่เมื่อเป็นแฟนกันแล้ว ก็จะรู้สึกว่าเป็นคนใกล้ตัว เริ่มปล่อยตัวเองตามใจ สุดท้ายจึงเริ่มรู้สึกว่าเธอหรือเขาเปลี่ยนไป

เหตุที่ทำให้ทะเลาะกัน

1 นิสัยต่างกัน บางคนชอบเที่ยวเตร่ บางคนไม่ชอบ บางคนชอบรับประทานอาหารข้างถนน บางคนพิถีพิถันเรื่องอาหารมาก
2 ความคิดมุมมองต่างกัน บางคนชอบทำบุญ บางคนรู้สึกว่ามากเกินไป บางคนสนใจเรื่องการเรียน บางคนไม่รู้ว่าจะมุ่งมั่นเรื่องเรียนไปทำไม
3 ชอบไม่ชอบต่างกัน เป็นผลมาจากนิสัยและมุมมองของแต่ละฝ่าย ทำให้ชอบไม่ชอบแตกต่างกัน คนหนึ่งชอบร้องคาราโอเกะ อีกคนรู้สึกว่าเสียเวลา คนหนึ่งชอบเล่นกีฬา อีกคนอยากให้เวลากับตัวเองมากกว่า

คนที่รักกันอาจทะเลาะกันได้ทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ ไปจนเรื่องที่ใหญ่โต ที่สำคัญเวลาขัดแย้งกันทั้งผู้หญิงและผู้ชายต่างก็มีธรรมชาติของตัวเอง นี่แหละที่อาจทำให้ยิ่งขัดแย้งไม่เข้าใจกันมากขึ้น

เรามาจากดาวคนละดวง

ความแตกต่างของผู้หญิงและผู้ชาย

- เวลามีปัญหาผู้ชายไม่ชอบพูด อาจหันไปเล่นกีฬา ไปเที่ยวกับเพื่อน ซึ่งการกระทำแบบนี้ไม่ได้แปลว่าไม่ให้ความสำคัญกับปัญหา แต่ผู้ชายอึดอัดที่ต้องพูดแสดงความรู้สึก
- ผู้หญิงชอบพูดเวลามีปัญหา ต้องการการพูดคุยแสดงความสนใจในปัญหาที่เกิดขึ้น บางครั้งพูดราวกับว่าเป็นเรื่องใหญ่โต แต่เมื่อได้รับความสนใจ สามารถยอมรับได้ง่าย
- ผู้ชายยังต้องการความเป็นตัวของตัวเอง คิดตัดสินใจทำอะไรเป็นส่วนตัวบ้าง แต่ชอบที่จะได้รับการเอาอกเอาใจ บริการดูแลทำอะไรให้
- ผู้หญิงมีความผูกพันกับคนรักมาก ต้องการมีส่วนร่วมในทุกเรื่องของเขา ผู้หญิงจะทนไม่ได้ถ้ารู้สึกว่าเขามีเรื่องปกปิดบางอย่าง
- ผู้ชายไม่ชอบถูกจับผิดตลอดเวลา ระแวงไม่ไว้ใจ ทำให้เสียหน้าต่อหน้าคนอื่น ชอบคาดคั้นจู้จี้
- ผู้หญิงไม่ชอบผู้ชายไม่รับผิดชอบ อ่อนแอเป็นลูกแหง่ เย็นชาไม่เอาใจใส่


แตกต่าง ไม่แตกหัก
แม้เราจะแตกต่างกัน เป็นลิ้นกับฟันที่กระทบกัน แต่เราสามารถเข้าใจกันได้ ทะเลาะกันบ้าง คืนดีกันและรักกันมากกว่าเดิม

น่าน เป็นไงครับพี่น้อง พอมองเห็นจุดกำเนิดชัดเจน หรือยังครับ ต่อด้วย วิธีทะเลาะแบบมีศิลป์กันเลย

1. ทะเลาะทีละเรื่อง อย่าขุดเอาความไม่พอใจเก่าๆ ขึ้นมายำใหญ่ใส่กันในทีเดียว เพราะแทนที่จะได้ข้อสรุปของหัวข้อที่ถกเถียงกันตั้งแต่แรก จะกลายเป็นการระเบิดสงครามอารมณ์ใส่กันเปล่าๆ


2. อย่าจับผิดรายละเอียดเล็กน้อย อย่าเถียงกันว่าเขาลืมไปรับของสำคัญของคุณวันจันทร์หรือวันอังคาร ประเด็นคือ เขาลืมของสำคัญของคุณ ไม่ใช่ วันไหนที่เขาลืม


3. เริ่มต้นประโยคด้วยคำว่า ฉัน พูดว่า ฉันไม่พอใจเวลาคุณทำแบบนั้น แทนที่จะพูดว่า "คุณทำให้ฉันไม่พอใจเวลาทำแบบนั้น" การขึ้นต้นประโยคด้วยคำว่า คุณ จะทำให้ผู้ฟังรู้สึกกล่าวโทษ ขณะการขึ้นต้นด้วยคำว่า ฉัน คือการบอกกล่าวความรู้สึกของคุณ


4. อย่าพูดว่า "ไม่เคย" "เสมอ" "ควร" และ "ไม่ควร" เพราะเป็นคำที่ฟังดูแข็งกระด้าง และมีแนวโน้มจะทำให้ผู้ฟังไม่พอใจได้ง่าย และเอาเข้าจริงมันก็ไม่ถูกเสมอไป เช่น หากคุณพูดว่า "คุณไม่เคยจำเรื่องสำคัญของฉันได้เลย" รับรองได้ว่าเกือบร้อยทั้งร้อย อีกฝ่ายต้องตอกกลับมาว่า แล้วตอน....นั้นล่ะ


5. ใช้เหตุผลและความคิดเห็นที่เป็นของคุณ อย่าพยายามชักแม่น้ำทั้ง5 ด้วยการเอาความคิดเห็นของคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย พึงระลึกไว้เสมอว่า นี่เป็นเรื่องของคุณสองคนเท่านั้น


6. พยายามอยู่ในอิริยาบถผ่อนคลาย  และอย่าลืมหยุดพักหายใจ การนั่งลงและอยู่ในอริยาบถสบายๆ จะช่วยให้คุณสงบจิตสงบใจได้ดีกว่าการเดินพล่านไปทั่วห้อง


7. อย่าสบถ พูดคำหยาบคาย หรือด่าทอ การต่อว่าว่าเขาแสนจะขี้เกียจ อ้วนพุงพลุ้ย หรือคิดมากไม่เข้าเรื่อง ไม่เคยช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นได้เลย


8. พยายามสังเกตความรู้สึกของตัวเอง และบอกให้เขารับรู้ การบอกว่า "ฉันกลัวว่าคุณจะไม่รักฉัน" จะช่วยให้เขาเข้าใจคุณมากกว่าการพูดว่า " คุณทำตัวเหมือนไม่รักฉันเลย"


9. อย่าขัดคอ อย่าเถียงขึ้นมา ขณะอีกฝ่ายกำลังอธิบาย หรือเอาแต่พูดพล่ามยืดยาวอยู่ฝ่ายเดียว หรือไม่พูดอะไรเลยและหวังว่าจะให้เขาอ่านใจคุณออก


10. ขอเวลานอก หากคุณหรือใครคนใดคนหนึ่ง เริ่มรู้สึกรุนแรงจนอาจควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ควรหยุดการถกเถียงและแยกย้ายไปสงบจิตสงบใจสักพัก จนอารมณ์เย็นลงด้วยกันทั้งสองฝ่าย แล้วจึงค่อยมาปรับความเข้าใจกันใหม่

            พึงระลึกไว้เสมอว่า ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ การโต้วาทีในครั้งนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร หากความสัมพันธ์อันมีค่าของคุณต้องสูญเสียความรู้สึกที่ดีไป ทุกครั้งหากเกิดความไม่ลงรอย สิ่งที่คุณควรจัดการคือ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นไม่ใช่คู่รักของคุณ

 

เอาไปประยุกต์แล้วกันนะครับ พี่น้อง วันนี้ ผมไม่ได้ทะเลาะกับใครเลยครับ แม้แต่ตัวเองก้ไม่ได้ทะเลาะครับ สุขใจดีนะครับ ปลอดโปร่ง

 เมื่อวานนี้ ส่งเมลรัก ไปขอโทษ
อย่าเพิ่งโกรธ คนดี อย่าหนีหาย
พี่รักน้อง จริงจริง มิเสื่อมคลาย
รักมากมาย เพียงนี้ คืนดีกัน

ถ้ายังโกรธ พี่มี รางวัลให้
รักจากใจ พี่นี้ จะดีใหม
จูบแสนซึ้ง ตรึงตา และตรึงใจ
แล้วเมื่อไหร่ คนดี จะเลิกงอน

(กลอนคนที่กำลังทะเลาะกันฝากมา ไม่เกี่ยวกับคนเขียนนะครับ)