ผมใช้ความรู้สึกจากใจในการรู้จัก และพร้อมจะรักใคร่ผู้อื่น และผมเชื่อว่าความรู้สึกที่ดีเชื่อมจากใจสู่ใจไม่ใช่เรื่องเหลือเชื่อ แม้ไม่มีคำพูด ไม่มีการกระทำที่พอจะสื่อได้ว่า “เรารักและห่วงใยกัน” ฉายออกมาให้เห็นแจ่มชัด เพราะมิตรภาพใช้วิธีการจับจิตด้วยใจ ฮาบีฟน้องชายของผมส่งหนังสือเล่มน้อย บอกกับผมว่า “ผมขอมอบให้พี่ครับ ทั้งหมดเป็นงานเขียนของผม”ผมรับมาอย่างดีใจ สิ่งที่เขารักที่สุดคือ “งานวรรณกรรม” และเมื่อผมมีโอกาสอ่านวรรณกรรมที่เขาเพียรบอกเล่า นั่นหมายถึง ผมกำลังเดินเข้าไปสู่ศูนย์กลางของมิตรภาพของความต่างระหว่างผมและเขา
ทำไมผมถึงเรียกว่าความต่าง... น้องชายฮาบีฟบอกผมว่า “พี่รู้ไหมครับ พี่เป็นพี่ชายที่ผมนับถือในความแตกต่าง ทางศาสนามากครับ” ผมบอกกับน้องว่า “ความต่างไม่ใช่เงื่อนไขที่ทำให้เราตัดรอนมิตรภาพซึ่งกันและกัน มองในมุมกลับ ความต่างเสียอีกที่เป็นสิ่งที่ไม่เหมือน แต่ความต่างนั้นเข้ามาเติมเต็มให้กันและกัน” ไม่ว่าเขตแดน ไม่ว่ากฏเกณฑ์ ประเพณี หรือแม้แต่ศาสนา เป็นเพียงเส้นบางๆที่แบ่งผู้คนออกจากกัน หากเราไม่เข้าถึงความเป็นหนึ่งเดียวของจักรวาล เราก็เข้าไม่ถึงความเป็นพี่น้องกัน เราเข้ามาถึงมิตรภาพที่เราต่างพร้อมจะให้คนที่เราใช้ชีวิตร่วมกับเขาในโลกใบนี้ ...สิ่งที่ทำให้เราก้าวผ่านความต่างที่ถูกสร้างขึ้นคือ “ใจ” ที่เปิดกว้าง พร้อมที่จะรักและพร้อมที่จะเข้าใจ ผมพลิกหนังสือเล่มน้อยอ่านแบบละเอียดอีกครั้ง มีข้อความที่ประทับใจ ที่น้องเขียน “บนพื้นฐานของอัตลักษณ์ภายนอก มองความแตกต่าง ที่เห็นไม่เป็นความแตกแยก สิ่งแรกที่เราจะมองเห็น ขอนิยามเป็น ความกลมกลืนในศรัทธา” เขาปรารณาตัวเองเป็นคนเฝ้าสวน ที่เฝ้ามอง ดูแลเอาใจใส่มวลดอกไม้หลากสี หลากพันธุ์ ได้เติบโต ผลิดอก ออกใบให้ความงดงามประโลมโลก ในวงสนทนาในอาหารมื้อเย็น น้องบอกย้ำเตือนกับผมถึง “ดุนยา” และ “อาคิเราะฮฺ” มุสลิมเชื่อว่า โลกนี้ (ดุนยา) จะเป็นเพียงทางผ่านที่เราจะได้อยู่ในโลกหน้า(อาคิเราะฮฺ) ถาวรถ้าเราทำความดี (สวรรค์) ดังนั้นเวลาเหลืออยู่น้อยให้เพียรทำความดีอย่างไม่ลดละ บาซีร์น้องชายอีกคน บอกกับผมอีกว่า “ชีวิตเราเป็นของใครกันแน่ เราอาจไม่รู้ว่าชีวิตเราอยู่ไปเพื่ออะไร และเพื่อใคร แล้วจะอยู่ไปเพื่ออะไร ชีวิตเราไม่ใช่ของเรา” ผมทวนคำในใจ ใช่แล้วครับ “ชีวิตเราไม่ใช่ของเรา” อย่างที่บาซีร์บอก
ดังนั้น เรามีเวลาให้ตัวเองเสมอ ตราบเท่าที่โลกนี้ให้เวลาเรา และ ฮาบีฟสำทับอีกว่า “ที่สำคัญเวลาที่มีค่าที่สุดคือ ช่วงที่เราเอาชนะใจตัวเอง ตัดสินใจทำอะไร เรียนรู้อะไร ค้นหาอะไร เพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบหลายๆสิ่งบนโลกนี้”
ความขัดแย้งจึงเป็นเรื่องราวที่ไร้สาระและความขัดแย้งที่เรื้อรังด้วยเหตุผลที่เราไม่สามารถก้าวข้ามผ่านเส้นบางที่กั้นระหว่างกันได้ สร้างความตกต่ำให้กับสังคมวิวัฒน์ ...มองความต่างเป็นเงื่อนไขของความไม่เหมือนเรา ไม่ใช่เรา และไม่ยอมรับ
ถึงผมและน้องชาย จะต่างกันด้วยเส้นบางๆที่กั้นระหว่างกัน แต่ความรักความผูกพัน เป็นสายใยที่ผูกโยงผู้คนเข้าด้วยกัน
น้องชายบอกว่า“إن شاء الله อินชาอัลลอฮฺ”และผมก็อยากจะบอกน้องชายเหมือนกันว่า “ธรรมะจัดสรร”
ความ หลากหลายมิใช่ความต่าง
กลม กลวงบ้างคือสิ่งสร้างสรรค์
กลืน ความต่างสิ่งสรรค์สร้างแต่ละวัน
บน ความฝันสู่วันอันก้าวไกล
พื้นขอบฟ้ากั้นกลางสร้างความหวัง
ฐาน พลังรั้งสายเชือกสุกสดใส
อิสลาม ทุกเขตคามสร้างด้วยใจ
สันติ ไซร้จะก่อเกิด เจิด จรัส

“إن شاء الله อินชาอัลลอฮฺ” ขอบคุณพี่น้องมุสลิมที่เรามีโอกาสได้รู้จักกัน
บังการีมพี่ชายที่เคารพ
ซาฟิอีย์ เพื่อนของผม และ ฮาบีฟ,ฟูอ้าจ,บาซีร์,อัดนาน ฯลฯ น้องๆของผมทุกคน
| *** บันทึกนี้ ใช้ ถ้อยคำอันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลามไม่ได้มีวัตถุประสงค์อื่นใด แต่ก็เพื่อนำมาประกอบให้เห็นถึงความสันติสุข อันเป็นความสวยงามของโลกที่เราอยู่ร่วมกัน บนความแตกต่าง
หากข้อความใด ที่หมิ่นเหม่ต่อความเข้าใจผิดทั้งมวล ผู้เขียนจึงขอน้อมรับที่จะเเก้ไขและอภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ |
อ้างอิงภาพจาก คุณอนุสรณ์ วงศ์เสงี่ยม
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
๑๖ พ.ย.๕๑
นนทบุรี




จองงงงงงงง
ความต่างของศรัทธาหาได้แบ่งแยกความต่างของความเป็นมนุษย์...
ค้นหาความเป็น "มนุษย์" ร่วมกันบนความต่างของศรัทธา...
เป็นกำลังใจในการเดินทางของทุก ๆ ชีวิตบนโลกใบนี้ครับ...
ขอบคุณครับเพื่อน...
إن شاء الله
อย่าลืม มาเล่าเรืองต่อน่ะค่ะ
ทุกอย่างเป็นความประสงค์ของอัลลอฮฺ إن شاء الله
อัลฮัมดุลิลลาห์ (الحمد لله )
(ขอบคุณอัลลอฮฺ) ที่พระองค์ที่ชี้ทางให้เราได้มาพบเจอกัน
มิตรภาพไร้พรมแดน..อยู่ที่เรา..
"น้องว่าการทะเลาะกัน หรือขัดแย้งกัน หลายเรื่องเป็นเรื่องที่ไร้สาระ ยิ่งทะเลาะกันแบบเรื้อรังแบบที่ไม่สามารถตกลงกันได้ ไม่สามารถตัดสินถูก-ผิดได้
มันไม่น่าเป็นเรื่องขึ้นมาได้เลย
ถ้าแต่ละคน ลอง เงียบ ให้เวลามันผ่านไป บางทีมันก็เหมือนไม่เคยเกิดเรื่องทะเลาะหรือขัดแย้งนะ..แม่"
นี่เป็นคำพูดของลูกชาย เคยพูดไว้เมื่ออายุประมาณ เก้าขวบกว่า ตอนเขาไปอยู่โรงเรียนประจำใหม่ ๆ และแม่เลียบ ๆ เคียง ๆว่ามีการทะเลาะ กับเพื่อน ๆ หรือเปล่า ค่ะ
ลปรร ค่ะ ;P
ความห่างไกล มิอาจกั้นขวาง
เส้นทาง แห่งมิตรภาพ
ความห่างไกล...มิอาจหยุดได้
กับสายใย แห่งไมตรี
แวะมาทักทายค่ะ
มีสิ่งดีๆในทุกๆวันนะคะ
ความห่างไกล..มิอาจหยุดยั้ง
กับพลัง....แห่งหัวใจ
ความขัดเเย้งเกิดแต่ใจที่ปิดแคบ
ด้วยความไม่รู้ และ ไม่ได้ประสงค์อื่นใด นอกจากความหวังดีให้แก่กัน หากพลั้งไปด้วยเหตุผลตรงนี้ เราควรให้อภัยกัน ...ในความไม่รู้ ย่อมไม่มีเหตุอันพึงจะเชื่อได้ว่า เจตนา
ผมคิดว่าความขัดเเย้งเกิดจากคนที่ยังเดินทางเข้าไม่ถึงแก่นของศาสนาโดยแท้จริง ความขึ้งเครียด โกรธเคืองโดยที่ เรายังเดินไปไม่ถึงเหตุปัจจัย และไม่พร้อมเปิดใจเข้าหากัน ตรงนี้ต่างหากละครับ คือ "ต้นเหตุของความขัดเเย้งโดยทั้งมวล"
ลองพิจารณาดู ความขัดเเย้งรอบๆตัวคุณ มองให้ลึกเข้าไป และใช้ใจเบาๆ
ทุกอย่าง มีความง่ายและความงามอยู่ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะสัมผัสกับสิ่งดีๆเหล่านั้นได้หรือไม่...
----------------------------------------------
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
๑๑.๐๐ น.
นนทบุรี
พี่แก้วมาให้กำลังใจ วันใดที่เรารู้สึกว่า จิตเริ่มแกว่ง เราลองหาหนังสือดีดี สักเล่มอ่าน จะรู้สึกดีมากๆค่ะ
ตอนนี้พี่มีหนังสือ The top secret อ่าน แต่อ่านยังไม่จบ เพียงแค่อ่านสารบัญและบทที่ 1 ยังรู้สึกดีมากๆค่ะ น้องเอก
สวัสดีครับ ยังแวะเวียนมาเรียนรู้อย่างเช่นเคย ขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง ครับผม
สวัสดีค่ะ คุณจตุพร
เอาเกี้ยวซ่ามาฝากค่ะ
สวัสดีครับ น้องครูโย่ง หัวหน้า~ natadee
ขอบคุณครับ มิตรภาพอบอุ่นเสมอ..
ความหลากหลายเป็นความสวยงามอย่างหนึ่งของโลกครับ ขึ้นอยู่กับว่าใจเราเปิดแค่ไหน
ทุกอย่างที่สร้างขึ้น กลับกลายเป็นพันธนาการ แบ่ง กั้นมนุษย์ออกจากกัน
เป็นแค่เพียงธรรมดาของเส้นแบ่ง
-------------
พี่เอกสบายดีครับผม- ขอบคุณมากครับ
:)
ฝากถึง ฮาบีฟ-ฟูอ้าจ
พี่เอกดีใจมากนะครับ สำหรับสิ่งดีๆที่เกิดขึ้น ผมรู้จัก ฮาบีฟ ผ่านวรรณกรรมครับ ผมชอบอ่านและผมชอบเรื่องราวที่เขียน ...
ความสวยงามของภาษาที่ถ่ายทอดออกมาคือ ใจที่งดงาม ใจที่ใฝ่สันติสุข ปรารถนาให้สังคมเราเกิดความสันติสุข
ความต่าง ใช่เป็นเงื่อนไขของความขัดเเย้ง แต่ความต่างที่เข้ามาอยู่รวมกันกลับเติมเต็มให้กันอย่างสวยงาม
ในบรรยากาศงาน ฮิญาบฯ ครั้งที่ ๔ ผมตื่นเต้นมากที่เห็นยุวชนมุสลิมที่เป็นคนรุ่นใหม่ได้ถ่ายทอดพลังออกมาได้อย่างสร้างสรรค์และสร้างความหมายให้กับสันติภาพที่เราต่างมุ่งหวัง
ผมได้บอก ฮาบีฟ เสมอใช่ไหมละครับ ว่า ผมไม่เคยเห็นบรรยากาศแบบนี้ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และ สายตาที่อบอุ่นที่สัมผัสได้จากพี่น้องมุสลิม ในค่ำคืนนั้น ยังตราตรึงใจผมเสมอ
ขอบคุณน้องชาย และขอบคุณน้องๆ บาซีร์ ,อัดนาน และอีกหลายคนที่ให้ความเป็นกันเองและมิตรภาพให้ผม
พรุ่งนี้น้องก็จะเดินทางกลับแล้ว...ขอให้น้องชายผมเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ และ มีความสุขกับชีวิตที่น้องก้าวเดินนะครับ
:)
สำหรับผมที่ผมจะบอกฮาบีฟอีกครั้งคือ "ธรรมะจัดสรร"ครับ
สำหรับน้องสาว kulaibah
พี่เอกไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวแต่คิดว่าน่าจะได้พบเมื่อคืนแล้ว ...ประทับใจมากครับ สำหรับรอยยิ้มและมิตรไมตรีที่หยิบยื่นให้ผม
มีโอกาสเราคงได้เจอกันอีก และได้แลกเปลี่ยนกันอีก
พี่เอกให้กำลังใจน้องสาวของพี่เช่นกันครับ..
ความดีสวยงามเสมอครับ..
:)
ชอบข้อความนี้..และเห็นด้วยมากๆค่ะ..
"เชื่อว่าความรู้สึกที่ดีเชื่อมจากใจสู่ใจไม่ใช่เรื่องเหลือเชื่อ แม้ไม่มีคำพูด ไม่มีการกระทำที่พอจะสื่อได้ว่า “เรารักและห่วงใยกัน” ฉายออกมาให้เห็นแจ่มชัด เพราะมิตรภาพใช้วิธีการจับจิตด้วยใจ"
เราต่าง..เป็นคนมีชีวิตและจิตใจเหมือนๆกัน...
(ต่าง..อย่างนี้ไม่แตกต่างนะคะ..^^)
ขอบคุณบันทึกที่มีคุณค่า..เพื่อความสมานฉันท์นี้ค่ะ..^^
สวัสดีค่ะ พี่เอก....ชอบบันทึกนี้มากมายค่ะ ความเป็นมนุษย์และความรักที่มีต่อกันไม่แบ่งชนชั้น ชนชาติศาสนา ... ระบบบางอย่าง แนวทางบางเรื่องกีดขวางความเป็นมนุษย์ของเราออกไป..คิดถึงมากมายค่ะพี่ งานน้อยเมื่อไหร่บอกน้องด้วยนะคะ จะแวะไปให้เลี้ยงข้าง เอาร้านข้างๆ สถาบันฯ ฮ่าๆๆๆ
เพื่อน - Mr.Direct ชอบข้อเสนอแนะของเพื่อนมากนะครับ
"....
ความต่างของศรัทธา ใช่เป็นเงื่อนไขของการแตกแยก แบ่งฝ่าย...
เพียงแต่ เชื่อไปคนละอย่าง แต่มีจุดร่วมกันได้คือ ความรัก ความดี และความงามของจิตใจครับ
ผมดีใจครับที่ได้มีโอกาสสัมผัสมิตรภาพบนความต่าง...เป็นจุดเริ่มต้นของความสมานฉันท์
..."
ขอบคุณ...โอกาสที่ดีครับ
ผมขออนุญาตยก ข้อเสนอแนะ ของ น้องสาวอัสมาอ ที่ได้ให้ข้อคิดเห็นในบันทึก มาเติมเต็มบันทึกนี้ด้วย ในช่วงเวลาเดียวกัน ความรู้สึกเดียวกัน..
เป็นความงดงามของ สันติสุข สมานฉันท์- - -ผมชอบเรื่องราวที่น้องอัสมาอเขียนความรู้สึกครับ
-------------------------------------------------------
945700
อัลฮัมดุลิ้ลลาฮมากๆเลยคะ
เมื่อคืนนี้หนูไม่รู้ว่า...จะเรียกว่าอะไรดี?
ขออนุญาติเรียกว่าพี่เอกตามอาจารย์ฟูอ๊าด ด้วยนะคะ ว่ามาร่วมงานด้วยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามพี่เอกจากบล็อก gotoknow นี่แหละค่ะ กับกำลังใจที่แสนจะอบอุ่น
สถาบันพระปกเกล้าอยู่ที่นนทบุรีใช่ไหมคะ เพราะหนูนั่งรถไปทำงานจะผ่านตลอดเลย
หนูเห็นด้วยกับทุกสิ่งที่พีเอกเขียนเพราะงานเมื่อคืนนี้เพื่อนๆต่างศาสนิกของหนูได้บอกความรู้สึกที่มีต่อหนูเช่นเดียวกับที่พี่เอกรู้สึก
และมีอยู่คนนึงเค้านับถือหนูแบบพี่สาวเค้ามีเชื้อสายจีนทุกๆวันที่ทำงานด้วยกันเค้าชอบที่จะตั้งคำถามเกี่ยวกับมุมมองในเรื่องศาสนา สังคม กับหนูเสมอเพราะหนูจะเป็นผู้หญิงมุสลิมที่ปิดหน้าเมื่ออยู่ข้างนอก แต่หนูไม่เคยแบ่งแยกหรือปิดกั้นตัวเองเหมือนกับใบหน้าที่ถูกปิด
เมื่อคืนนี้เค้าบอกหนูว่า เค้าอยากเป็นมุสลิม อยากคลุมฮิญาบ เพราะตอนนี้ทุกคำถามที่เข้าถามหนูเค้ามีคำตอบที่ชัดเจนแล้ว
อัลฮัมดุลิ้ลลาฮ หนูดีใจที่อย่างน้อยมิตรภาพจากคนกลุ่มหนึ่งที่ทำให้โลกใบนี้มีรอยยิ้ม และสีสัน อาจเทียบไม่ได้กับความแตกแยกในสังคมที่นับวันยากต่อการเยียวยา
ยินดีที่หนูได้รู้จักพี่เอกถึงแม้พี่เอกจะไม่รู้จักหนูก็ตาม ฮิฮิ
อัสมาอ