โครงการที่ทุกหน่วยของกองทัพบกร่วมมือกันพลิกฟื้นพื้นที่บริเวณต้นน้ำป่าเสื่อมโทรม และป่าชายเลนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

 

         โครงการนี้เป็นโครงการที่ทุกหน่วยของกองทัพบกร่วมมือกันพลิกฟื้นพื้นที่บริเวณต้นน้ำป่าเสื่อมโทรมและป่าชายเลนในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ สำหรับความเป็นมาของโครงการ จะเล่าพอสังเขป คือ

          ย้อนหลังไปประมาณ ๕๐ ปี ประเทศไทยได้ชื่อว่า "เป็นดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์"  โดยในปี ๒๕๐๔ ประเทศไทยมีปริมาณพื้นที่ป่าไม้ทั้งประเทศรวมทั้งสิ้นถึง ๑๗๑ ล้านไร่ จากจำนวนพื้นที่ทั้งหมด ๓๒๐.๗ ล้านไร่ (ร้อยละ ๕๓.๓ )

          แต่ในปัจจุบันจากการสำรวจพบว่าในปี ๕๐ ปริมาณพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยลดลงอย่างน่าเป็นห่วง โดยเหลือพื้นที่ป่าไม้เพียง ๑๐๔.๖ ล้านไร่ (ร้อยละ ๓๒.๖)

          การลดจำนวนลงของพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทย ส่วนใหญ่เกิดจากการบุกรุกของชาวบ้าน โดยมีนายทุนอยู่เบื้องหลังกับการแผ้วกางป่าทำไร่เลื่อนลอยของผู้หนีภัยจากการสู้รบและคนในพื้นที่สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี ๔๑ ที่เกิดคดีป่าสาละวิน สังคมได้รับรู้ว่ามีขบวนการลักลอบทำลายทรัพยากรป่าไม้กันอย่างกว้างขวาง ซึ่งกรมป่าไม้ได้ประสานความร่วมมือกับกองทัพบก ในการป้องกันปราบปราม  การลักลอบทำลายทรัพยากรป่าไม้  ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น

          ปัจจุบันสัดส่วนของพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทยก็ยังลดลงอย่างต่อเนื่อง และยังไม่มีแนวโน้มว่าจะสามารถเพิ่มพื้นที่ป่าอย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างไร ในห้วงระยะ ๑-๒ ปี ที่ผ่านมา สังคมได้ตระหนักถึงปัญหาภาวะโลกร้อน หน่วยงานภาครัฐ  ภาคเอกชน ได้เริ่มตื่นตัวในอันที่จะทำโครงการในรูปแบบต่างๆ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหากันแล้วหลายโครงการ อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า "การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ  ป่าไม้และสิ่งแวดล้อมเป็นวิถีทางที่ดีที่สุดที่จะช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อนลงได้"

ตลอดระยะเวลาแห่งการครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวได้ว่า "ทุกรอยพระบาทที่ย่างก้าวไปทั่วทุกแห่ง ได้ช่วยนำความอุดมสมบูรณ์มาสู่ผืนแผ่นดินไทย"

พระราชกรณียกิจ ในการพลิกฟื้นคืนความสมบูรณ์ทั้งในด้านน้ำ  ดิน  ป่าไม้ และสิ่งแวดล้อมนั้น ทรงจำแนกออกไปตามสภาพภูมิประเทศและเศรษฐกิจสังคมของแต่ละภาค พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงคิดค้นกลวิธีและทฤษฎีต่างๆ มากมาย ในการแก้ปัญหาดินและน้ำ รวมทั้งป่าไม้ เพื่อเป็นแนวทางให้หน่วยราชการต่างๆ ร่วมกันดำเนินการแก้ปัญหา จนปัจจุบันชาวบ้านได้เรียนรู้ตัวอย่างของความสำเร็จจากสถานที่จริงและนำกลับไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนอย่างเป็นรูปธรรม

ความสำเร็จของโครงการต่างๆ สะท้อนถึงพระอัฉริยภาพอันลึกซึ้งที่ทรงเข้าใจธรรมชาติอย่างถ่องแท้ และทรงใช้ธรรมชาตินั้นกลับมาแก้ไขให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนของพระองค์ และทรงพระราชทานแนวพระราชดำริในการจัดการอนุรักษ์ป่าและสิ่งแวดล้อมไว้ใน ๓ แนวทางดังนี้

 

         ๑.  การอนุรักษ์ป่าและสิ่งแวดล้อม

         ๒.  การฟื้นฟูสภาพป่าและการปลูกป่า

         ๓.  การพัฒนาเพื่อให้ชุมชนอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน

 

            พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ก็ทรงห่วงใยและใหัความสำคัญมิได้ยิ่งหย่อนไปกว่า  ดังจะเห็นได้จากพระราชเสาวนีย์เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่พระราชทานไว้ความว่า 

          พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ  ฉันจะเป็นป่า  ป่าที่ถวายความจงรักภักดี พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ  ฉันจะสร้างป่า  

          ทรงเน้นความสำคัญของป่าไม้อันเป็นทรัพยากรของชาติ...ในความหมายของป่า...พระองค์มิได้มุ่งเน้นเฉพาะประชากรไม้ที่มีลักษณะสูงใหญ่เท่านั้น แม้เพียงต้นหญ้าหรือต้นไม้เล็กๆ เมื่อทรงเห็นว่ามีคุณค่าก็จะรับสั่งให้อนุรักษ์ไว้ ทรงมีพระวิริยะอุตสาหะ และปฏิบัติพระราชกรณียกิจ  เพื่อให้เป็นแบบอย่างแก่คนไทยทุกคนได้ตระหนักถึงหน้าที่ที่ทุกคนต้องร่วมกันปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติ  ซึ่งเปรียบเสมือนลมหายใจในการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต ทุกชีวิตบนโลกให้ยั่งยืน ทั้ง คิดสร้าง  คิดรักษา  คิดใช้ประโยชน์ให้ถูกต้อง

            ผบ.ทบ. ได้สั่งการให้หน่วยขึ้นตรงกองทัพบก เร่งรัดดำเนินการโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามแนวพระราชดำริให้บังเกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน โดยให้มีการประชาสัมพันธ์ควบคู่ไปด้วยอย่างกว้างขวาง  กรมกิจการพลเรือนทหารบก จึงได้ประสานกับ หน่วยขึ้นตรงกองทัพบก จัดทำโครงการรณรงค์เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ และสิ่งแวดล้อมขึ้น  โดยมีระยะเวลาในการดำเนินโครงการฯ ตั้งแต่ มีนาคม ๒๕๕๑ - ธันวาคม ๒๕๕๔ เพื่อให้เป็นโครงการฯ หนึ่งของ ทบ. ในการร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา ใน ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔

ที่มา : http://www.rta.mi.th/data/mv/0405/home.html(กองทัพบก)

 

           ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เราในฐานะเป็นคนไทยคนหนึ่ง ต้อง (ต้อง) เข้ามามีส่วนร่วมในการพลิกฝืนป่าของเรา มิใช่เพื่อใคร แต่เพื่อตนเองและคนรอบข้างของเรานั่นเอง  ....ขอบคุณถ้าคุณมีใจให้แผ่นดิน....