ที่มหาวิทยาลัยผู้เขียนกำลังจะมีงานประชุมวิชาการ ผู้เขียนเห็นว่า งานวิจัยที่ไปทำกับครูภาษาอังกฤษสุพรรณบุรี น่าจะเป็นประโยชน์ต่อบุคคลที่สนใจเลยเอามานำเสนอเสียเลย ปรากฏว่าได้ผู้ร่วมวิจัยเต็มเลย ตามไปดูนะครับ ว่ามีใครบ้าง….

 

       การอบรมครูภาษาอังกฤษโดยใช้กระบวนการจัดการความรู้ 

Training English Teachers by utilizing Knowledge Management Processes

 

ขจิต ฝอยทอง,อรไท แสงลุน,ลำดวน ไกรคุณาศัย,ปวีณา ธิติวรนันท์

สุภมาส เหมือนวงษ์ธรรม,ประยุทธ พันธุ์บัว,

กัญญาพัชร เกตุแก้ว,สุมาลี อนันตสุข,สุพัตรา มูลละออง,

วิชษารัตน์ ธรรมะรัตน์จินดา,วณีวรรณ เรืองเนตร์,

พิณวดี บัวแตง,สุภาพร กล่ำจีน

Khajit Foythong, Orathai Sangroon, Lamduan Krikunasai, Praweena Thitiworanan,Suphamas Muanwongthum,Prayut Phunbua,Kanyapat Ketkaew,Sumalee Anatasuk,Supatra Moonlaong,

Witchasarat Dhammaratjinda,Waneewan Ruangnat,

Pinwadee Buatang,Supaporn Klamjeen

 

บทคัดย่อ  

 

            การอบรมครูภาษาอังกฤษโดยใช้กระบวนการจัดการความรู้มีจุดประสงค์เพื่อศึกผลการอบรมครูภาษาอังกฤษโดยใช้กระบวนการจัดการความรู้และเพื่อให้ครูภาษาอังกฤษสามารถใช้ weblog แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในด้านการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ

 

 

       กลุ่มตัวอย่างเป็นครูภาษาอังกฤษในระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรีเขต 2 จำนวน 100 คน  ผู้วิจัยได้สำรวจข้อมูลก่อนการอบรมเพื่อนำมาจัดทำเป็นหลักสูตร เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลได้แก่ แบบสำรวจข้อมูลพื้นฐานก่อนการอบรม แบบสะท้อนความคิดเห็นระหว่างการอบรม แบบประเมินผลหลังการอบรมและประเมินจากการสร้าง weblog

 

       ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า หลังการอบรมครูภาษาอังกฤษประเมินการอบรมมีค่าเฉลี่ยสูงทุกรายการและจากการประเมินจาก weblog ครูภาษาอังกฤษเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างต่อเนื่อง

 

คำสำคัญ: การอบรมครูภาษาอังกฤษ ,กระบวนการจัดการความรู้ ,weblog

E-mail     : [email protected]

 

       ผู้เขียนใช้แบบฟอร์มของมหาวิทยาลัย รูปแบบจะแปลกไปบ้าง อย่างงนะครับ  เอาเป็นว่าใกล้ๆๆการนำเสนอผลงานวิชาการจะแจ้งให้ทราบ ตอนนี้ถ้าว่างไปทักทายผู้ร่วมวิจัยของผู้เขียนก่อนก็ได้ ฮ่าๆๆๆขอบคุณครับที่เข้ามาอ่าน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อ่านสรุปงานวิจัยได้ที่นี่ครับ   

บทคัดย่อ

            การอบรมครูภาษาอังกฤษโดยใช้กระบวนการจัดการความรู้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาผลการอบรมครูภาษาอังกฤษโดยใช้กระบวนการจัดการความรู้และเพื่อให้ครูภาษาอังกฤษสามารถใช้ weblog แลกเปลี่ยนความรู้ด้านการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ

            กลุ่มตัวอย่างเป็นครูภาษาอังกฤษในระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรีเขต 2 จำนวน 100 คน  ผู้วิจัยได้สำรวจข้อมูลก่อนการอบรมเพื่อนำมาจัดทำเป็นหลักสูตร เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลได้แก่ แบบสำรวจข้อมูลพื้นฐานก่อนการอบรม แบบสะท้อนความคิดเห็นระหว่างการอบรม แบบประเมินผลหลังการอบรม และประเมินจากการสร้าง weblog

            ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ผลการประเมินหลังการอบรมครูภาษาอังกฤษมีค่าเฉลี่ยสูงทุกรายการและจากการประเมินจาก weblog ครูภาษาอังกฤษเข้ามาแลกเปลี่ยนความรู้กันอย่างต่อเนื่อง ในเรื่องวิธีการสอนภาษาอังกฤษ การวิจัยในชั้นเรียนภาษาอังกฤษ โครงงานภาษาอังกฤษ การใช้ website ในด้านการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อครูภาษาอังกฤษเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชั้นเรียน

คำสำคัญ : การอบรมครูภาษาอังกฤษ  ,กระบวนการจัดการความรู้ ,weblog,

                  knowledge  management

E-mail     : addy.k at hotmail.com 

  Abstract

 

 The proposes of this research study were to study the results of training English teachers by utilizing knowledge management  processes and English teachers can use their weblogs for sharing their teaching knowledge.

The participants were 100 English teachers from Suphanburi Educational Service Area Office 2. They were required to take the assessments and to create their weblogs.

The study showed  that English teachers assessments were increased and English teachers  could share their teaching knowledge in  their weblogs.

 

Keyword: Training English teacher, knowledge management processes, weblog

E-mail     : addy.k at hotmail.com 

 

คำนำ

   จากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 หมวด 7 ครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา มาตราที่ 52 กระทรวงส่งเสริมให้มีระบบ กระบวนการผลิต การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพและมาตรฐานที่เหมาะสมเป็นวิชาชีพชั้นสูง โดยการกำกับและประสานให้สถาบันที่ทำหน้าที่ผลิตและพัฒนาครู คณาจารย์ รวมทั้งบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความพร้อมและมีความเข้มแข็งในการเตรียมบุคลากรใหม่และการพัฒนาบุคลากรประจำอย่างต่อเนื่อง

  การพัฒนาการศึกษาให้สำเร็จได้นั้น มีปัจจัยที่เป็นองค์ประกอบหลายอย่างแต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือ ครู เนื่องจากครูมีบทบาทโดยตรงในการพัฒนาผู้เรียน และเป็นผู้มีบทบาทสำคัญที่จะเอื้อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ในปัจจุบันภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่เข้ามามีบทบาทในสังคมไทย อีกทั้งเป็นภาษาสากลที่ใช้ติดต่อกับต่างประเทศ ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษา เพราะภาษาอังกฤษเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการศึกษาต่อในระดับสูง  จุดประสงค์ของการเรียนการสอนก็คือ ครูจะต้องพัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถทั้งทางด้าน การฟัง การพูด การอ่านและการเขียน

  ในฐานะที่ผู้วิจัยเป็นครูสอนภาษาอังกฤษและเป็นที่ปรึกษาโครงการออนไลน์เพื่อการจัดการความรู้สุขภาวะ (Digital KM) ผู้เขียนและทีมวิจัยได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรในการอบรมครูภาษาอังกฤษจำนวน 100 คนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรีเขต 2 ได้สำรวจข้อมูลพื้นฐานของครูที่จะเข้าอบรม พบว่า 99% ของครูไม่ได้จบวิชาเอกภาษาอังกฤษ จากการสัมภาษณ์ครูก่อนการอบรมพบว่า ครูขาดความมั่นใจในการสอนวิชาภาษาอังกฤษ ไม่กล้าพูดภาษาอังกฤษในชั้นเรียน จากแบบประเมินก่อนการอบรมพบว่า ครูผู้เข้าอบรมประเมินตนเองว่า มีความรู้ในการสอนภาษาอังกฤษน้อยถึงร้อยละ 73.33 ในระดับน้อยมากถึงร้อยละ 29.33 และระดับน้อยที่สุดร้อยละ 5.3 จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้นผู้วิจัยและทีมวิจัยจึงสนใจทำการอบรมครูภาษาอังกฤษโดยใช้กระบวนการจัดการความรู้ โดยหวังว่าครูผู้เข้าอบรมสามารถนำเอาวิธีและเทคนิคการเรียนการสอนภาษาอังกฤษไปประยุกต์ใช้ได้ในห้องเรียนของตนและสามารถนำเอาการแลกเปลี่ยนความรู้ใน weblog ไปประยุกต์ใช้ในด้านการจัดการเรียนการสอน การวิจัยในชั้นเรียน โครงงานภาษาอังกฤษและการใช้ website ในด้านการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อจะเป็นประโยชน์แก่นักเรียนต่อไป

 

อุปกรณ์และวิธีการ

ผู้วิจัยและทีมวิจัยใช้การประชุมเชิงปฏิบัติการจากนั้นผู้เข้าอบรมได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้จาก best practice การเรียนรู้เป็นฐาน การทำ storytellingการใช้เพื่อนช่วยเพื่อน (peer assist) และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบสุนทรียสนทนา(dialogue)  เครื่องมือและวิธีการที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลมีดังต่อไปนี้

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล

  1. แบบประเมินพื้นฐานก่อนการอบรม (Before Action Review)
  2. แบบประเมินระหว่างการอบรม (While Action Review and Reflection)
  3. แบบประเมินหลังการอบรม (After Action Review)
  4. แบบประเมินการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของครูภาษาอังกฤษและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใน weblog

1.   แบบประเมินพื้นฐานก่อนการอบรม ผู้วิจัยใช้แบบประเมินพื้นฐานก่อนการอบรมและนำผลการประเมินก่อนการอบรมมาสร้างหลักสูตรการอบรม ซึ่งแบบประเมินก่อนการอบรมมีหัวข้อดังต่อไปนี้

1.1         ผู้เข้าอบรมมีความรู้ในด้านการเรียนการสอนอยู่ในระดับมากน้อยเพียงใด

1.2         ผู้เข้าอบรมอยากเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับเทคนิคการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ

1.3         สิ่งอื่นๆที่ผู้เข้าอบรมอยากเรียนรู้

2.  แบบประเมินระหว่างการอบรม (While Action Review and Reflection) ผู้วิจัยใช้แบบประเมินระหว่างการอบรมเก็บข้อมูลระหว่างการอบรมแต่ละวันเพื่อปรับปรุงการอบรม ซึ่งมีหัวข้อดังต่อไปนี้

2.1      ผู้เข้าอบรมพึงพอใจกับกิจกรรมวันนี้หรือไม่ เพราะเหตุใด

2.2      ผู้เข้าอบรมพึงพอใจกับการเรียนรู้วันนี้หรือไม่ เพราะเหตุใด

2.3      สิ่งใหม่ๆที่ผู้เข้ารับการอบรมได้เรียนรู้ในวันนี้มีอะไรบ้าง

2.4      กิจกรรมอะไรในวันนี้ที่ผู้เข้าอบรมคิดว่าชอบมากที่สุด

2.5      ผู้เข้าอบรมคิดว่าได้เรียนรู้เนื้อหาด้านการสอนในด้านใด

มากน้อยเพียงใด

2.6      ความคิดเห็นอื่นๆ

3.   แบบประเมินหลังการอบรม ผู้วิจัยใช้หลังการอบรมซึ่งมีหัวข้อดังต่อไปนี้

3.1      ผู้เข้าอบรมมีความรู้ในด้านการเรียนการสอนอยู่ในระดับมากน้อย

        เพียงใด

3.2     ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับเทคนิคการเรียนการสอน

         ภาษาอังกฤษ

3.3     สิ่งอื่นๆที่ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้

4.    แบบประเมินการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ของครูภาษาอังกฤษ และการ

       แลกเปลี่ยนเรียนรู้ใน weblog มีทั้งหมด 8 ข้อ นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอแนะ

       และสิ่งที่ต้องการให้ปรับปรุงในการอบรม แบบประเมินดังกล่าวเป็น Likert’s

       scale ซึ่งมี 5 ระดับคือ มากที่สุดให้ 5 คะแนน มาก ให้  4 คะแนน ปานกลาง

       ให้ 3 คะแนน น้อยให้ 2 คะแนน และ น้อยที่สุดให้ 1 คะแนน

       เกณฑ์การแปลผลใช้ของ พวงรัตน์ ทวีรัตน์ (2540) ดังนี้

                        มากที่สุด            4.51-5.00

                        มาก                  3.51-4.50

                        ปานกลาง           2.51-3.50

                        น้อย                  1.51-2.50

                        น้อยที่สุด            1.00-1.50                                   

 

            ในส่วนของ weblog ผู้วิจัยและทีมวิจัย เก็บข้อมูลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จาก weblog ของ http://gotoknow.org  จากคำหลักว่า ภาษาอังกฤษสุพรรณบุรี ที่ http://gotoknow.org/planet/suphanenglishteachers

 

สรุปผลและข้อเสนอแนะ

   การอบรมครูภาษาอังกฤษโดยใช้กระบวนการจัดการความรู้เป็นการประชุมเชิงปฏิบัติการผู้เข้าอบรมๆได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้จาก best practice การเรียนรู้เป็นฐาน การทำ storytelling การใช้เพื่อนช่วยเพื่อน (peer assist) และการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้แบบสุนทรียสนทนา(dialogue) สรุปผลได้ดังนี้

1. จากการศึกผลการอบรมครูภาษาอังกฤษโดยใช้กระบวนการจัดการความรู้  หลังการอบรมผู้เข้าอบรมประเมินการอบรมได้ค่าเฉลี่ยมากที่สุดถึง 4 รายการโดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.84, 4.80,4.80และ4.52 อีก 4 รายการที่เหลืออยู่ในระดับมาก

2.  ครูภาษาอังกฤษสามารถใช้ weblog แลกเปลี่ยนความรู้ในด้านการเรียนการสอนภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี ซึ่งสามารถประเมินได้จาก weblog จาก http://gotoknow.org จากคำหลักว่า ภาษาอังกฤษสุพรรณบุรี  

อภิปรายผล

    1. หลังจากการอบรมครูภาษาอังกฤษโดยใช้กระบวนการจัดการความรู้ ผู้เข้าอบรมประเมินการอบรมอยู่ในระดับมากที่สุดถึง 4 รายการ เนื่องจากก่อนการอบรมผู้วิจัยได้สำรวจความคิดเห็นของผู้เข้ารับการอบรมและนำผลการสำรวจมาสร้างหลักสูตรในการอบรม เป็นผลให้การจัดการอบรมสอดคล้องกับความต้องการของผู้เข้ารับการอบรม ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของพีระพงษ์ ดวงแก้ว(2543:180) กล่าวว่า การสำรวจความคิดเห็นของผู้เข้ารับการอบรมและนำผลการสำรวจมาสร้างเป็นหลักสูตร ผู้เข้าอบรมประเมินผลการอบรมอยู่ในระดับดีเนื่องจากผู้เข้ารับการอบรมสนใจและตั้งใจร่วมกิจกรรมการอบรมทุกขั้นตอน

  2. ครูผู้สอนภาษาอังกฤษสามารถใช้ weblog ในการแลกเปลี่ยนความรู้ในด้านการสอนภาษาอังกฤษเรื่อง การวิจัยในชั้นเรียนภาษาอังกฤษ เทคนิคการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ โครงงานภาษาอังกฤษ และการใช้ website ในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนความรู้ในเรื่องการผลิตสื่อประกอบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษอีกด้วย

 

ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป

1. ควรมีการศึกษาวิจัยเพื่อติดตามผลการฝึกอบรม หลังจากที่ผู้เข้ารับการอบรมได้นำเอาเทคนิคการเรียนการสอนภาษาอังกฤษไปใช้ที่โรงเรียน

2. ควรมีการวิจัยการอบรมครูด้วยกระบวนการจัดการความรู้ในสาระการเรียนรู้อื่นๆ

                                     เอกสารอ้างอิง

 

กระทรวงศึกษาธิการ (2545) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และ

              ที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545  พร้อมกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง

              และพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545. องค์การรับส่ง

              สินค้าและพัสดุภัณฑ์(ร.ส.พ.) กรุงเทพมหานคร.

พีระพงษ์ ดวงแก้ว (2544) การพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมเทคนิคการสอน

             ความคิดสร้างสรรค์สำหรับครู.การวิจัยทางการศึกษาครั้งที่ 10

             สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กรุงเทพมหานคร.

พวงรัตน์  ทวีรัตน์ (2540) วิธีการวิจัยพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. สำนัก

              ทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

             ประสานมิตร