

ที่นี่มหาวิทยาลัย
ตึกสูงใหญ่ตระการฟ้า
หนุ่มสาวกรีดกรายไปมา
ดื่มเสพปรัชญาปัญญาชน

ที่นี่มีความฝันอันหลากหลาย
มีเส้นทางมากมายให้สืบค้น
มีนิยามชีวิต - ลิขิตตน
มีสุขและทุกข์ท้นให้ยลยิน

ที่นี่มหาวิทยาลัย
หาใช่เป็นใหญ่เหนือที่อื่น
อย่าทะนงหลงกลิ่นถูกกินกลืน
หลับไม่ตื่น.. จมปลักกับมายา


ร่ำเรียนอย่างมีจุดหมาย
ปริญญาใช่ซื้อขายอย่างไร้ค่า
ชุดแต่งกายดูดีมีราคา
แต่ใช่ตีตราราคาคน

ดูเป็นธรรมชาติ
น่าเรียนดีจังค่ะ
ดูเรียบง่ายดีจัง นะคะ
มีความสุขมากมาย นะคะ
ชอบมากเลยครับ
ศิลปะ
แต่วาดไม่เป็นเลย
แต่บรรยากาศดีมาก
มุมทุกมุมมีมิติ
สวัสดีครับ @..สายธาร..@
ภาพเหล่านี้ผมบันทึกไว้เมื่อเดือนที่แล้ว เป็นคาบเรียนที่นิสิตออกมาเขียนภาพบริเวณพิพิธภัณฑ์ของมหาวิทยาลัย ผมเลยนำมาให้ดู พร้อม ๆ กับนำกลอนที่เขียนไว้นานแล้วมาประกอบกับภาพเหล่านี้
ชีวิตในมหาวิทยาลัย เต็มไปด้วยสีสัน และมีเสรีภาพค่อนข้างสูง ด้วยเหตุนี้ ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย จึงเป็นดาบสองคมเหมือนกัน กระมังครับ
+ สวัสดีค่ะคุณแผ่นดิน.....
+ มาเยี่ยมเยีนบ่อยค่ะ...แต่ไม่ได้บอกเจ้าของบ้าน...
+ วันนี้...รู้สึกว่า....
+ " ร่ำเรียนอย่างมีจุดหมาย
ปริญญาใช่ซื้อขายอย่างไร้ค่า
ชุดแต่งกายดูดีมีราคา
แต่ใช่ตีตราราคาคน"
+ ....เพราะฉนั้น...ฉันจึงเป็นเช่นนี้...
+ ทำให้นึกถึงเพลงหนึ่ง....
" เพียงหวังจะเฟื่องฟุ้ง
หรือจึงมุ่งมาศึกษา
เพียงเพื่อปริญญา
เอาตัวรอดเท่านั้นฤา
แท้ควรสหายคิด
และตั้งจิตมั่นยึดถือ
รับใช้ประชาคือ
ปลายทางเราที่เล่าเรียน"
+ คิดฮอด หล้าย หลายค่ะ....
+ ฝากคิดฮอดถึง น้องแผ่นดินและน้องแดนไทด้วยค่ะ
สวัสดีครับ ครูโย่ง หัวหน้า~ natadee
ผมเองก็วาดรูป บ่ เป็น
แต่รัก หลงใหลในงานประเภทนี้มาก
และเชื่อเสมอว่า
ศิลปะทุกแขนง
คือ ความละเอียดอ่อนของมนุษย์
....
ขอบคุณครับ
มาเยี่ยมมาเยียนครับ
เป็นข้อคิดที่ดีมากครับ
สวัสดีครับ..แอมแปร์~natadee
เพียงหวังจะเฟื่องฟุ้ง
หรือจึงมุ่งมาศึกษา
เพียงเพื่อปริญญา
เอาตัวรอดเท่านั้นฤา
แท้ควรสหายคิด
และตั้งจิตมั่นยึดถือ
รับใช้ประชาคือ
ปลายทางเราที่เล่าเรียน"
....
บทกวีของมนูญ มโนรมย์ (หรือเปล่าครับ) .. ผมท่องขึ้นใจในปี 2534 และเคยได้นำมาอ่านในเวทีรำลึกเหตุการณ์พฤษภาทมิฬในมหาวิทยาลัยเมื่อปี 2535
และในปี 2535 นั้น ก็นำไปเขียนเป็นป้ายรับน้องใหม่ พร้อม ๆ กับพิมพ์ลงในหนังสือรับน้องใหม่ด้วยเช่นกัน
....
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ อ. จารุวัจน์
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจแก่ผมนะครับ
นิสิตนักศึกษา เป็นกลุ่มคนแห่งความหวังของสังคม แต่ก็น่าเห็นใจมาก เพราะทุกวันนี้ ต้องยอมรับว่า พวกเขาพบเจอศัตรูที่ลื่นไหลอยู่อย่างมากมาย หลายคนตั้งหลักไม่ได้ สังเคราะห์ไม่ได้ จนต้องกลายไปเป็นทาสของเรื่องบางเรื่องอย่างน่าใจหาย
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะคุณแผ่นดิน
คำว่า "มหาวิทยาลัย"การันตีคุณภาพผู้เรียนได้จริงหรือ เคยคุยกับลูกชายว่า อยากให้ลูกเรียนจบปริญญาตรีเป็นอย่างน้อย แต่ไม่กำหนดว่าต้องเป็น"มหาวิทยาลัย"
ที่นี่..ที่ไหนคะ สวยมากและพี่ชอบมากค่ะ บรรยากาศแบบนี้
มวลเหล่านักศึกษา แสวงหาวิชชาสาร
ยืนนั่งเดินเลาะลาน ลางก็หยุดลางก็จร
สถานอันร่มเย็น นับว่าเป็นสโมสร
สร้างสรรค์จิตรกร เพื่อสืบสานงานศิลป์ไทย
สวัสดีค่ะอาจารย์ บรรยากาศดีจัง ธรรมชาติ แหล่งเรียนรู้มีทุกที่ค่ะ
สวัสดีครับ พี่ . ดาวลูกไก่ ชื่นชมยินดี
เมื่อคืนมีโอกาสได้ท่องเล่นในบล็อกนานเป็นพิเศษ หลังจากจมอยู่กับอาการไข้เล็ก ๆ น้อย ๆ มาหลายวัน
ตอนนี้ในบางมหาวิทยาลัยในสิงคดปร์ยังไม่ถึงกับตอบรับมาเสียทั้งหมด แต่ยังไงก็ต้องเดินทางอย่างไม่เปลี่ยนแปลง ..
สำหรับสถานที่การศึกษาดูงานนั้น เป็นต้นว่า มหาวิทยาลัยนานาชาติ, มหาวิทยาลัยนันยาง และพิพิธภัณฑ์ที่สำคัญ ๆ ..
ก็คงได้เรียนรู้อะไรอีกหลายอย่าง เคยไปอเมริกา มาเลเซียมาแล้ว แต่คราวนี้ ขาดแรงจูงใจเล็กน้อย แต่ก็บอกกับตัวเองแล้วว่า นี่เป็นโอกาสของการพัฒนาตัวเอง และพัฒนางานของเราด้วย
....
ขอบคุณครับ
มาชม คุณแผ่นดิน
เห็นหลากหลายลีลาดีจริงนะนี่
* น่าชื่นชมกับบรรยากาศที่หลากหลายทางการสอนครับ..
* ทุกวันนี้ผมเองทำงานแล้วแต่ก็ ยัง"ดื่มเสพปรัชญาปัญญาชน" อาจจะดื่มดั่มไม่ได้รสชาติ แต่ก็ไม่พลอยทำให้สูญเสียอิสรภาพทางความคิด
* ประสบการณ์ที่ได้มันเหมือนม้าแข่งที่ถูกฝึก มาจาก(มหาวิทยาลัย)แต่พอลงสนามเราก็ถูกควบโดยจ๊อกกี้คนใหม่ เขาอาจจะบังคับเราให้วิ่งเร็วหรือช้า หรือบังคับไม่ให้เราวิ่ง ทั้งที่เราอยากวิ่ง เค้าก็กระตุกบังเหียนทีสนตะพายไว้(โดยวัฒนธรรมองค์กร)หากม้ามีจุดยืนทางความคิด..ก็จะสามารถวิ่งช้าหรือเร็วในสนามอย่างเข็มแข็ง
ขอบคุณที่เปิดสนามให้ได้วิ่งครับ
คิดถึงเสมอ..
"ที่นี่" ของน้องๆ ดูจะนำพาให้น้องติดกับธรรมชาติดีจังเลยนะคะอาจารย์
ดีใจที่เห็นน้องๆ อยู่ "ที่นี่" มากกว่าในห้องสี่เหลี่ยมแห้งๆ ของตึกรูปทรงสี่เหลี่ยมหรือรูปทรงแปลกๆ ตาที่สถาปนิกสร้างแบบไว้
เพราะถึงอย่างไร "ที่นี่" น้องๆ ยังได้ซึมซับกับกลิ่นอายของไอดิน แสงแดด และลมพัดโชยอ่อนๆ ระลิ่วมาปะทะหน้าผมและเสื้อผ้าให้คนเมืองได้อิจฉาเล่น เพียงแต่คงต้องหมั่นเตือนให้เขาเห็นความงามในวิถีแห่งคนและสังคมในท้องถิ่น ไม่หลงฟุ้งเฟ้อกับความทันสมัยที่เข้ามา ...คงน่าชื่นชม
ดีใจที่น้องๆ มีบรรยากาศและประสบการณ์ดีๆ ในชีวิตนิสิตนักศึกษาใน "ที่นี่" ของน้องๆ และอาจารย์ด้วยคนค่ะ
ย้อนวันในช่วงวัยนักศึกษา
เป็นวัยที่สนุกสนาน ไม่ค่อยรู้อะไร
รีกช่วงนั้นของตัวเองว่า "เหรอๆ ก๊าบๆ"
แต่ในรั้วมหาวิทยาลัยก็มีสิ่งที่ให้เรียนรู้เยอะแยะมากมาย...
ร่วมกันสร้างยาวชนให้เติบใหญ่เป็นกำลังของชาติต่อไปนะคะ
สวัสดีค่ะอาจารย์
- เห็นบรรยากาศ แล้วคิดถึง "บ้านเก่า ที่ใกล้ ๆพระธาตุนาดูน "
คิดแล้วอยากแวะมาอีกสักรอบ คิดถึงเมื่อครั้งเรียนนอกสถานที่ บรรยากาศเดิม ๆ เริ่มกลับมา ( คนแก่ เริ่มคิดถึงความหลังแล้วค่ะ ..)