เช้าวันที่ 14 ส.ค. 2551

ในอำเภอที่เงียบสงบและน่าอยู่มากที่สุดแห่งหนึ่ง   น้ำโขงล้นตลิ่งไหลทะลักเข้าท่วมอย่างหนัก  จนทำให้เกิดสภาวะวิกฤตอย่างกระทันหันจนชาวเมืองที่แสนสงบแห่งนี้ตั้งตัวกันแทบไม่ทัน   เสียงประกาศภาวะฉุกเฉินดังขึ้นมาตามระบบเสียงตามสายของทางอำเภอ  การเข้าช่วยเหลือของทางภาครัฐบาลยังคงขาดการติดต่อ   หลายพื้นที่น้ำท่วมสูงอย่างรวดเร็ว   พี่น้องประชาชนต่างตกใจเร่งรีบขนของขึ้นสู่ที่สูง  บ้างก็ย้ายสิ่งของขึ้นไปบนชั้นสองของบ้าน

เจ้าหน้าที่อำเภอ  เทศบาล  อปพร.  อส. ทหาร(หน่วยปฏิบัติการตามลำแม่น้ำโขง)  ตำรวจ  ตำรวจน้ำ ฯลฯ ที่อยู่ในพื้นที่ต่างก็ออกมาช่วยเหลือเพื่อน พี่ น้อง และญาติ อย่างสุดความสามารถ  สถานการณ์ค่อนข้างจะเริ่มวุ่นวายและโกลาหลขึ้นเรื่อย ๆ เพราะทางการในพื้นที่ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือกับผู้ที่ประสบภัยได้ทันท่วงนี้ทั้งหมด แต่พวกเขาเหล่านั้นก็ได้ทำสุดความสามารถ

เช้าของวันนั้นผมได้รับโทรศัพท์ด่วนแจ้งเหตุจากทางบ้านที่จังหวัดหนองคายว่า ตอนนี้ปริมาณน้ำในน้ำโขงสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและทะลักล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน หน่วยงานราชการที่อยู่ใกล้บริเวณริมตลิ่งแม่น้ำโขง ระดับน้ำก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ และท่วมตีวงกว้างออกไปอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว

ผมโทรศัพท์บอกน้องชายทีมงานที่ประจำอยู่ที่บ้านให้ไปสังเกตการณ์ ขณะนั้นได้ความว่า ตอนนี้น้ำขึ้นและไหลอย่างรวดเร็วบ้าง อีกไม่นานน้ำคงจะไหลข้ามถนนเข้าท่วมพื้นที่ฝั่งตรงข้ามแน่นอน  ไม่นานน้ำก็มาถึงหน้าบ้านผมซึ่งอยู่ห่างจากแม่น้ำโขงประมาณ 300 เมตร  ผมจึงบอกให้น้องและสมาชิกที่บ้านเตรียมรับมือด่วนอย่าได้นอนใจโดยการให้ ปั๊มน้ำจืดขึ้นไปเก็บไว้ในแท๊งค์น้ำให้เต็มและรองน้ำใส่ตุ่ม ถังไว้ทั้งหมด ก่ออิฐพร้อมฉาบปูนซีเมนต์ชนิดแห้งเร็วเป็นกำแพงกั้นน้ำที่อาจจะสูงขึ้นทะลักเข้าบ้านซึ่งจริง ๆ แล้วที่บ้านมีพื้นที่สูงกว่าถนนประมาณ 1.5 เมตร  ที่ก่ออิฐเพราะหากระสอบทรายไม่ทันครับ และพอดีที่บ้านมีอิฐบล้อกและปูนซีเมนต์ที่เหลือจากงานก่อสร้าง

ผมโทรฯ บอกให้น้อง ๆ ที่บ้านตรวจสอบดูระดับน้ำว่าสูงขึ้นเร็วหรือไม่โดยการให้น้องทำสัญลักษณ์ไว้แล้วจับเวลา สรุปได้ว่าน้ำขึ้นเร็วมากครับ   สุดท้ายผมต้องบอกให้คนที่บ้านเตรียมทุกอย่างที่จำเป็นและของมีค่าต่าง ๆ ขึ้นไปเก็บไว้ที่ชั้นสอง  แม่ผมก็เตรียมเสบียงอาหารเพราะคิดว่าถ้าน้ำท่วมหนักจะได้มีอาหารไว้กินกันครบทุกคน  เตรียมเชื้อเพลิง อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็น แล้วก็ ฯลฯ ฯลฯ ๆ ๆ ...

วันนั้นผมได้โทรศัพท์ประสานไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่ผมรู้จักเพื่อขอความช่วยเหลือและรายงานข่าวเหตุวิกฤติอุทกภัยในครั้งนี้ ผมต้องกราบขอบพระคุณ  กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน   ศูนย์บัญชาการทหารพัฒนา ที่ได้ส่งกำลังพลเข้ามาให้ความช่วยเหลือกับพ่อแม่พีน้องที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน   สถานี่ข่าวไทยพีบีเอส ที่วีเสรีเพื่อคนไทยที่หลังจากที่แจ้งข่าวไม่นานก็ได้นำรถโอบีเพื่อถ่ายทอดสดสถานการณ์วิกฤติน้ำท่วมนี้อย่างต่อเนื่องสู่สายตาพี่น้องชาวไทย  และกราบขอบพระคุณไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ในจังหวัดหนองคายที่ไม่ทอดทิ้งประชาชนทุกหน่วยงานครับ

ปล. ผมได้แจ้งข่าวขอความช่วยเหลือไปยังสถานีข่าวโทรทัศน์ช่อง ... เพื่อที่จะขอความช่วยเหลือและให้ทางสถานีข่าวนั้นรายงานข่าวและช่วยประกาศขอความช่วยเหลือเร่งด่วนไปยังพี่น้องในจังหวัดของผม  กลับได้รับแต่การโยนกันไปโยนกันมา บอกว่าข่าวแบบนี้ต้องให้ฝ่ายข่าวนั้นข่าวนี้ทำ  เป็นความจริงครับว่า ได้แต่โยนกันไปโยนกันมา ทั้ง ๆ ที่ผมได้แจ้งไปแล้วว่าเป็นเหตุวิกฤติจริง ๆ แต่ก็ไม่ได้รับการเหลียวแล สรุปว่าวันนั้น สถานีโทรทัศน์ช่อง ... ที่ว่านั้นก็ไม่ได้นำเสนอข่าวเหตุวิกฤติครั้งนี้เลย ( ทีนายกอารมณ์ดียิ้มให้กับนักข่าวแค่นี้ก็เอาไปรายงานได้เป็นวันสองวัน แต่นี่พ่อแก่แม่เฒ่าพี่น้องชาวจังหวัดหนองคายที่ได้รับความเดือดร้อนหลายพันคน บ้านเรือนเสียหายหลายร้อยหลายพันหลังคาเรือน ทรัพย์สินเสียหายไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่กลับไม่ได้รับการเหลียวแล อะไรกันนี่ )

หมายเหตุ ภาพที่ได้ชมอยู่ในบันทึกนี้เป็นภาพของวันที่ 14 สิงหาคม ที่ผ่านมา วันแรกของเหตุการณ์น้ำโขงล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่