คราวนี้ก็มาถึง “การจัดการกากของเสียอุตสาหกรรม” บรรยายโดย ดร.สมยศ แสงสุวรรณ กรรมการผู้จัดการบริษัท บริหารและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จำกัด(มหาชน) หรือ GENCO
ดร.สมยศ ได้เล่าถึงความเป็นมาของเจนโก้ ว่า เนื่องจากรัฐได้ให้อุตสาหกรรมเป็นภาคนำในการพัฒนาประเทศ เมื่อมีโรงงานมาก กากของเสียก็เพิ่มปริมาณขึ้นอย่างต่อเนื่อง การจัดการในเบื้องต้นยังไม่ค่อยมีใครสนใจจึงมีการทิ้งกระจัดกระจาย มีการลักลอบทิ้งบ้าง โรงงานก็ไม่มีเทคโนโลยีที่จะกำจัดกากของเสีย ทั้งนี้ด้วยเหตุที่การบำบัดและการกำจัดของเสียต้องใช้ทุนสูงจึงเกิดปัญหาที่โรงงานมักง่ายลดต้นทุนการผลิตแอบเอากากของเสียไปฝัง แต่ในความเป็นจริงกากของเสียหาได้มีแต่ในโรงงานอุตสาหกรรมไม่แม้ในบ้านของเราเอง รู้กันบ้างไหมครับว่าเราก็มีส่วนทิ้งกากของเสียเช่น แบตเตอรี่ หลอดไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า
เมื่อเกิดการขาดการจัดการที่ดี ผลที่ตามมาก็เกิดปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ กลิ่น อากาศเสีย น้ำเสีย ดินเสื่อมสภาพ เมื่อดินเสื่อมก็มีการบุกรุกที่ดินทำกิน และเกิดการแพร่กระจายของสารอันตราย เมื่อเป็นเช่นนี้รัฐจึงจำเป็นต้องเข้ามาควบคุมเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม แต่เนื่องจากเกิดภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจปัจจุบันรัฐจึงไม่อาจลงทุนเองได้จึงต้องให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการ โดยรัฐเข้าถือหุ้นด้วย จึงเกิดเจนโก้ขึ้น เจนโก้ลงทุนถึง ๙๐๐ ล้านบาท เจนโก้มีระบบตรวจสอบที่ดีและเป็น world class มีมาตรฐานในการกำจัดกากของเสีย แต่ปัญหาก็คือมีกากของเสียหายไปจากระบบไม่ผ่านการบำบัด ส่วนใหญ่โรงงานในเขตนิคมอุตสาหกรรมมักไม่มีปัญหา แต่โรงงานที่อยู่รอบนอกนิคมซึ่งเป็นโรงงานขนาดกลางและขนาดเล็กมักหลีกเลี่ยงการส่งกากของเสียไปกำจัด เพราะมีกากของเสียเข้าสู่ระบบเข้าสู่ระบบไม่ถึง ๓๐ % แต่มักไปอยู่ตามบ่อลูกรังหรือตามที่สาธารณะต่างๆ และจากภาวะโลกร้อนจึงเกิดแรงดัน สารพิษจึงขึ้นสู่ผิวดิน และเวลาเจอทางอุตสาหกรรมก็จะโทร.หาเจนโก้ให้ไปช่วยจัดการ ค่าใช้จ่ายในการกำจัดใช่จ่ายไปแล้วประมาณ ๓๐ ล้านบาทแต่ไม่มีคนจ่าย...อิอิ
ความจริงหน่วยงานที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับปัญหาเหล่านี้มีอยู่หลายหน่วย เช่น มหาดไทย สาธารณสุข อุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม แต่หาผู้รับผิดชอบโดยตรงไม่มี (จริงของเขา..)
เราพูดถึงมาตรฐานสากลมในการบำบัดกากอุตสาหกรรม ดร.สมภพ อธิบายให้เราฟังว่า ต้อง
-ผ่านมติเห็นชอบในรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม EIA
-มีหลุมฝังกลบที่ปลอดภัย
-การดำเนินการ/เอกสาร/การจัดเก็บ/การเปิดเผยข้อมูล/ขั้นตอน ต้องชัดเจน
-มีมาตรฐานในการกำจัด
-มีการติดตามตรวจสอบสิ่งแวดล้อม
-มีการควบคุมการขนส่ง(ใบกำกับขนส่ง)
-มีการควบคุมคุณภาพอากาศ
ถึงตรงนี้คงอยากรู้ใช่ไหมครับว่าโรงงานประเภทใดที่มีกากอุตสาหกรรม ตัวอย่างที่ให้ไว้ก็คือ อุตสาหกรรมปิโตรเลียม อุตสาหกรรมถลุงเหล็ก, อุตสาหกรรมอีเล็กโทรนิกส์,อุตสาหกรรมเคมี เป็นต้น และโรงงานพวกนี้เป็นโรงงานขนาดใหญ่ หรือขนาดย่อมลงมาก็เช่น อุตสหกรรมยา,อุตสาหกรรมฟอกย้อม,อุตสาหกรรมชุบโลหะ
ถ้าถามว่าเจนโก้ทำอะไรบ้าง นี่ครับ ให้บริการบำบัดและกำจัดกากอุตสาหกรรม โดย
ฝังกลบโดยไม่ผ่านระบบปรับเสถียร (แล้วแต่ประเภทของกากของเสีย),การปรับเสถียรและฝังกลบ,การผสมกากเชื้อเพลิงสังเคราะห์,การเผาด้วยอุณหภูมิสูง(แต่การเอาขยะติดเชื้อไปเผาที่เมรุเผาศพนั้นผิดวิธีนะครับเทศบาลทั้งหลาย....),การบำบัดน้ำเสีย,การขนส่ง อิอิ..นึกแล้วขำนี่ผมกำลังเป็นกระบอกเสียงให้เจนโก้หรือเปล่า...
ไหนๆก็ไหนๆ เรามารู้กันให้ถึงแก่นไปเลยว่ากากอุตสาหกรรมที่เจนโก้ให้บริการมีอะไรบ้าง มี..ตะกอนจากระบบบำบัดน้ำเสีย,กากตะกอนโลหะ,น้ำมันเครื่องที่หมดสภาพการใช้งาน,น้ำมันหล่อเย็นที่หมดสภาพการใช้งาน,กากตะกอนสี,น้ำยาตัวทำละลายที่หมดอายุ,น้ำยาเร่งปฏิกิริยาที่หมดอายุ,เศษยาง/ฉนวน,แบตเตอรี่ที่หมดอายุ,กากน้ำมัน กากตะกอนไขมัน,น้ำกรดที่หมดอายุ,หลอดฟลูออเรสเซนต์,เศษวัตถุดิบปนเปื้อน,ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
ตอนนี้เจนโก้มีศูนย์อยู่ ๔ ศูนย์ ที่มาบตาพุดเป็นหนึ่งในสี่(วันที่เราไปดูสถานที่จริงที่มาบตาพุด ชาวบ้านเขาบอกว่าเขาเสียใจที่เจนโก้ไปสร้างโรงกำจัดใกล้โรงเรียนและโรงพยาบาล จนโรงเรียนต้องปิดไปแล้ว โรงพยาบาลก็ต้องไปสร้างแห่งใหม่ ผมแอบไปกระซิบถามทางสาธารณสุขว่าเหตุที่โรงพยาบาลมาบตาพุดย้ายไปอยู่ที่ใหม่เพราะอะไร เขาก็บอกว่าที่เก่าเล็กไม่เพียงพอที่จะให้บริการก็เลยต้องไปสร้างแห่งใหม่ แล้วชาวบ้านก็บอกอีกว่าดูมันทำซิ ที่กำจัดกากอุตสาหกรรมแห่งใหม่เขาไปทำใกล้โรงพยาบาลใหม่อีก อ้าว....)

หลุมฝังกลบของเจนโก้ ดร.สมภพบอกว่าต้องลงทุนหลุมละ ๕๐ ล้าน ฝังได้ ๑๐๐,๐๐๐ ตัน (เสียดายตอนที่ไปดูหลุมที่ฝังกลบแล้วมีการปลูกต้นไม้บังไว้เป็นเนินเขาย่อมๆ แบตเตอรี่กล้องถ่ายรูปหมด การไปดูงานคราวนี้ก็เลยมีรูปน้อย แย่จริงๆ)
ดร.สมภพ บ่นๆให้ฟัง...อิอิ..ว่าในอดีตการกำจัดกากไม่ดี จึงส่งไปให้เทศบาลกำจัด เทศบาลก็เอาไปฝังกลบจนกลายเป็นเรื่องปกติ ทั้งค่ากำจัดของเทศบาลก็ถูกมาก แต่มันไม่ถูกวิธี และการตั้งโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรมนั้นปัจจุบันได้มีการโอนอำนาจการอนุญาตให้กับอุตสาหกรรมจังหวัดที่จะออกใบอนุญาตให้กำจัดกากอุตสาหกรรมที่เป็นพิษ ซึ่งก็มีปัญหาว่าการอนุญาตให้โรงกำจัดที่ไม่ได้มาตรฐานซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบในอนาคต
ปัญหาในการขนส่งก็มีปัญหาเหมือนกัน หากไม่มีการควบคุมที่ดีก็อาจเกิดปัญหาได้เช่นกัน ก่อนเคยให้บริษัทอื่นมารับช่วงการบรรทุกกากของเสีย ปรากฏว่าพอถึงปลายทางน้ำหนักกากของเสียลดลงไป ตรวจสอบพบว่ามีการเอาขนมหมดอายุแต่ยังทานได้ลักลอบเอาไปขายเพื่อนบ้าน เดี๋ยวนี้เจนโก้จึงต้องขนส่งเอง แถมยังต้องตรวจติดตามพฤติกรรมในการขับขี่โดยใช้กล่องดำ เดี๋ยวนี้ใช้ GPS
เดี๋ยวนี้เราสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้นจึงมีการพยายามนำกลับมาใช้ใหม่ให้มากที่สุด น่ำเสียก็ต้องนำไปบำบัดเพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกหรือหากปล่อยทิ้งก็ไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ย้อนไปดูเมื่อ ๔๐-๕๐ ปีที่แล้ว กากของเสียถูกนำไปทิ้งในที่สาธารณะ ๒๐-๓๐ ปีที่แล้ว มีการนำไป treatment ก่อนแล้วนำไปสู่สาธารณะ แต่ปัจจุบันโรงงานก็จะหาวิธี reuse,recycle
ดร.สมภพ จบการบรรยายว่า เรารู้ตัวกันไหมว่าเราถูกหลอกเป็นที่ทิ้งกากของเสียจากอุตสาหกรรม พวกเครื่องใช้มือสองไง เช่น คอมพิวเตอร์มือสองจากญี่ปุ่น เครื่องยนต์ ฯลฯ มือถือมีการใช้งานอยู่ ๓๐ ล้านเลขหมายนั่นก็เป็นสารพิษครับ ขอให้รับรู้ด้วยว่า “โลกใบนี้เต็มไปด้วยสารพิษ”
ที่เราได้ฟัง ดร.สมภพ บรรยายในภาพดีของเจนโก้ แต่ในความเป็นจริงคนระยองยังไม่ไว้ใจเจนโก้หรอกนะ เพราะเป็นแหล่งรวมกากของเสีย ไม่รู้ว่าวันใดเกิดความผิดพลาดขึ้นมา แพะก็คือชาวระยอง...เฮ้อ...
สวัสดีครับท่านอัยการชาวเกาะ
เห็นด้วยครับ...“โลกใบนี้เต็มไปด้วยสารพิษ”...และแพะก็คือชาวระยอง
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ
ตามมาอ่านครับ
คิดว่ายังไม่จบใช่ไหมครับ
รออ่านคำถามจากผู้เข้าอบรม
สินค้ามือสอง ไม่ใช่จะไร้ค่าซะทีเดียว ผมคิดว่าอยู่ที่การบริหารจัดการและหาคนที่เหมาะสมมาทำาน
คำว่าขยะกลายเป็นทอง เป็นไปได้ครับ
วันที่25 เข้าห้องเรียนไหมครับ
จะฝากลอกการบ้านอิ อิ (เป็นประจำ)
เจอกันที่หาดไม่เล็กนะครับ
มาแอบนั่งเรียนแล้วค่ะ