แม่คะ

 

วันนี้ได้คุยกับน้องๆเรื่องของการพิจารณาความดีความชอบในรอบที่สองของปี ก็เป็นอย่างที่เคยเป็น คนวาสนาดีมีโชคทางด้านนี้ก็ได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า บอกว่าทำงานเยอะ หนูนึกในใจ แล้วคนอื่นไม่ทำงานเยอะบ้างหรืออย่างไร

 

แม่คะ..........หนูเคยตั้งใจไว้ว่า เมื่อใดที่หนูทำงานให้ในหลวงไม่ได้ หนูจะลาออก

แต่คนเรามันก็ต้องมีท้อมีทุกข์มีโลภมีโกรธและมีหลงอยู่บ้างเป็นธรรมดา เห็นคนอื่นที่แค่ทำตามหน้าที่มาแบบไทยกลับอย่างฝรั่ง ทำดีในงานส่วนตัวเป็นส่วนใหญ่ ก็อดไม่ได้ว่า ซื่อสัตย์อย่างเราก็มีแต่เราคนเดียวเนี่ยละเห็น

 

ก่อนหน้านี้ หนูรู้สึกท้อใจเหมือนกันว่า ทำไมเราต้องทุ่มเทในเมื่อเงินเดือนก็เต็มขั้นแล้ว ทำมากไปคนมีอำนาจก็ไม่ได้รับรู้ว่าเราทำ เพราะผลลัพธ์ของงานไม่ได้เป็นเป้าหมายของนโยบาย หรือไม่ได้ให้ความสนใจซักเท่าไร

 

แต่.....แม่คะ....หนูกลับต้องรับงานใหม่ที่หนูไม่คุ้นเคย ด้วย คำพูดของน้องคนหนึ่งบอกกับอีกคนหนึ่งว่า "เราต้องทำนะ...เพราะเงินเดือนยังไม่ตัน" น้องคงว่า(ด่า)หนูแบบเฉียดๆ หนูไม่ได้โกรธ แต่เป็นการจุดประกายให้หนู ต้องตั้งใจทำงาน แม้ว่าเป็นงานที่ไม่ใช่นโยบาย แต่ผู้รับประโยชน์เป็นชาวบ้าน เป็นประชาชนที่หนูได้รับเงินเดือนจากเขา แม้ว่าหนูจะยังได้รับเงินเดือนในอัตราเดิมก็ตาม

ก่อนหน้านี้ หนูไม่ค่อยสนใจกับเรื่องของเงินเดือน ได้รับมาทุกเดือนก็พอใจแล้ว แต่หลังๆหนูเห็นคนแย่งกันดีจัง เสนอตัวเองก็ยังมีเพื่อรับความดีความชอบ พ่อแม่ก็ไม่เคยสอนให้หนูละโมภในเรื่องเหล่านี้ กลับบอกว่า พูดดีทำดีกับชาวบ้านนะลูก หนูเลยต้องทำตามคำของพ่อ-แม่ตั้งแต่แรกของการทำงาน

 

บางครั้งหนูทนกระแสไม่ไหว อ่อนพริ้วไปตามเหตุการณ์ แต่ก็ไม่ได้น้อยใจเสียใจอะไรมากมาย สุดท้ายก็มาจบครบเพดานที่เดียวกัน แต่คนโชคดีก็คงต้องได้เปอร์เซ็นต์เพิ่มอยู่ดีใช่มั้ยคะ อันนี้ก็ต้องไปโทษชะตา วาสนาเพื่อความสบายใจ

 

หนูเก็บมาเล่าให้แม่ฟัง เพียงแค่อยากบอกว่า คำบางคำไม่ต้องอธิบายอะไรมากมายลึกซึ้ง มันก็สะกิดกินใจและเข้าใจในคำพูดของมันอยู่แล้วนะคะ

 

นอนก่อนดีกว่านะแม่ คิดมากมีคนบอกว่า ฉี่จะเหลือง

รักแม่จ่ะ

ลูก

17 ส.ค. 51 : 23.11 น.