ดีใจจัง....ได้กลับมาเยี่ยมบ้าน GotoKnow ซะที...หลังจากหายหน้าหายตาไปเป็นเดือน(อีกแล้ว)...เนื่องจากเป็นช่วงปลายปีงบประมาณ ภาระกิจมากมายจนต้องตัดใจไม่ทำบางสิ่งบางอย่าง รวมทั้งเข้ามาเยี่ยมชมบ้านหลังนี้...แต่ก็ยังไม่ลืมว่าตัวเองมีเรื่องค้างคาไว้ 1 เรื่อง หลังจากที่ได้เขียนบันทึก เล่าเรื่อง...มาตรฐานบริการสาธารณสุข (ตอนที่ 1) และ เล่าเรื่อง...มาตรฐานบริการสาธารณสุข (ตอนที่ 2) เอาไว้ ...
วันนี้จึงขอเล่าเรื่อง...มาตรฐานบริการสาธารณสุข เป็นตอนที่ 3 ค่ะ
ในตอนที่ 2 ค้างเอาไว้ว่า สิ่งส่งมอบหรือบริการ ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานนั้น จะทำได้อย่างไร
สิ่งส่งมอบหรือบริการที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ไม่ใช่แค่ไม่มีข้อผิดพลาด ไม่มีข้อบกพร่อง หรือไม่มีปัญหาเท่านั้น ...แต่คุณภาพอยู่เหนือความปกติ คือ ...จะต้องเป็นที่ยอมรับ...อยากได้...และชื่นชมเมื่อได้รับ
ดังนั้น คุณภาพ...ไม่ได้เกิดขึ้นตามยถากรรม คุณภาพ...ไม่ได้เกิดขึ้นจากการตรวจสอบ...แต่คุณภาพเกิดจากการจัดการให้เกิดคุณภาพ ...ซึ่งจะต้องทำด้วยความศรัทธา มุ่งมั่น...ด้วยความเข้าใจ ...ไม่ใช่โดนบังคับ
แล้วคุณภาพได้มาอย่างไร ?
เราสามารถจัดการกับความด้อยคุณภาพ โดยใช้พฤติกรรมคุณภาพที่สำคัญ 3 ประการ ดังนี้
- เมื่อพบข้อบกพร่องที่แก้ไขได้ แล้วนำสิ่งที่มีข้อบกพร่องนั้นมาแก้ไขปัญหาให้หมดไป เรียกว่า Correction
- เมื่อพบข้อบกพร่องที่อาจเกิดซ้ำได้ แล้วมีการค้นหาสาเหตุและกำจัดสาเหตุนั้นเสีย เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำได้อีก เรียกว่า Corrective Action
- เมื่อพบบางสิ่งที่ทำให้เกิดข้อบกพร่องได้ หรือเมื่อเห็นแนวโน้มว่าอาจจะเกิดข้อบกพร่องได้ แล้วมีการป้องกันไม่ให้เกิดข้อบกพร่องนั้น เรียกว่า Preventive Action
..โดยใช้กระบวนการที่จะทำให้เกิดคุณภาพที่สำคัญ คือ PDCA : Plan - Do - Check - Actions เพื่อพัฒนาต่อยอดอย่างต่อเนื่อง
เมื่อมีการจัดการกับความด้อยคุณภาพได้แล้ว จะต้องจัดทำเป็น Standardization เพื่อนำไปปฏิบัติ โดยจัดทำบทบัญญัติไว้เป็นลายลักษณ์อักษร มีการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน มีการกระตุ้นจูงใจให้เกิดความศรัทธา มุ่งมั่นในการถือปฏิบัติ มีการเฝ้าระวังติดตามดูประสิทธิผลของการดำเนินงาน และทบทวนให้ทันสมัยอยู่เสมอ ด้วยกระบวนการ PDCA
...แล้ว ประชาชนผู้รับบริการจะรู้ได้อย่างไรว่า สิ่งส่งมอบหรือบริการที่ได้รับนั้น มีคุณภาพหรือไม่ ? เนื่องจาก มาตรฐานบริการสาธารณสุข เป็นมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้สถานบริการทุกระดับ ไม่ว่าจะใช้ระบบบริหารคุณภาพระบบใดก็ตาม จะต้องมุ่งเน้นให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพตามมาตรฐานบริการสาธารณสุข ลักษณะ คือ 2) ต้องทำการตรวจประเมินคุณภาพสิ่งส่งมอบของตนอยู่เป็นระยะๆ (ไม่น้อยกว่าปีละ 2 ครั้ง) และบันทึกผลที่ตรวจพบด้วยวิธีการทางสถิติ เพื่อการพิสูจน์และดูแนวโน้มว่าสิ่งส่งมอบที่ปรากฏและส่งมอบแก่ประชาชนจริง มีคุณภาพตามข้อกำหนดมาตรฐานอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้มาตรฐานบริการสาธารณสุข เป็นกรอบเป้าหมายการพัฒนาดังกล่าว กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได้จัดให้มีการตรวจประเมินคุณภาพสิ่งส่งมอบ ณ สถานที่จริงในโรงพยาบาล เพื่อการรับรางวัล Hospital Care Quality Award (HCQA) ปีละ 1 ครั้ง 2. การใช้มาตรฐานบริการสาธารณสุข กำหนดตัวชี้วัดสำคัญสำหรับสถานบริการสาธารณสุข หมายถึง การใช้ "สิ่งส่งมอบตามมาตรฐานบริการสาธารณสุข" เป็นตัวชี้วัดในการขานรับนโยบาย เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ดังนี้ 3. การใช้มาตรฐานบริการสาธารณสุขเพื่อการฝึกอบรม หมายถึง กิจกรรมการฝึกอบรมของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือหน่วยงานอื่นที่ดูแลหน่วยงานผู้ให้บริการในพื้นที่ ซึ่งจะใช้มาตรฐานบริการสาธารณสุขเป็นกรอบเนื้อหาของการบรรยาย เพื่อการสร้างความรู้ ความเข้าใจในสิ่งส่งมอบและคุณภาพของสิ่งส่งมอบที่ประชาชนผู้รับบริการจะต้องอาศัยพึ่งพาจากหน่วยบริการสุขภาพทุกระดับ ...ทั้ง 3 วิธี สามารถนำมาปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมค่ะ... ก) การจัดระบบบริหารคุณภาพ เพื่อการใช้มาตรฐานบริการสาธารณสุขในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบที่มีการออกใบรับรอง หรือไม่มีการออกใบรับรอง ผู้บริหารหน่วยงานจะจัดระบบบริหารหน่วยงานของตนเพื่อประกันคุณภาพในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เพื่อการใช้มาตรฐานบริการสาธารณสุข ก็ย่อมทำได้ เช่น บริการใดที่ยังไม่สามารถจัดให้มีคุณภาพตามที่มาตรฐานบริการสาธารณสุขกำหนด ผู้บริหารหน่วยงานนั้นจะต้องประกาศให้ผู้รับบริการทราบว่ามีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถทำให้บริการมีคุณภาพตามข้อกำหนดมาตรฐานบริการสาธารณสุขได้ โดยเหตุใด และคาดว่าจะปรับปรุงให้แล้วเสร็จเมื่อใด กระทรวงสาธารณสุขจะใช้เกณฑ์ความพึงพอใจที่ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของกลุ่มผู้รับบริการ ณ จุดสัมผัสบริการ ที่มีต่อคุณภาพของสิ่งส่งมอบที่ได้รับไปแล้ว ในสิ่งส่งมอบสำคัญตามมาตรฐานบริการสาธารณสุข ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด (สิ่งส่งมอบ 10 กลุ่ม) เป็นเกณฑ์ทั่วไปในการบรรลุตามมาตรฐานบริการสาธารณสุข +++ สำหรับในช่วงแรกของการใช้มาตรฐานบริการสาธารณสุขนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ติดตามการใช้มาตรฐานบริการสาธารณสุขในโรงพยาบาลก่อน โดยมีการติดตามด้วยระบบรายงาน สำหรับในสถานีอนามัยแม้จะยังไม่มีระบบการติดตาม แต่ก็สามารถศึกษาทำความเข้าใจ แนวคิดการประกันคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข ได้จากมาตรฐานเล่มสีม่วง ในหมวดที่ 1 มาตรฐานบริการสาธารณสุขชุมชน +++ คุณภาพไม่ได้เกิดตามยถากรรม...คุณภาพตั้งต้นที่ใจ เกิดได้ด้วยใจ และ...สำเร็จได้ด้วยใจ และ คุณภาพต้องเกิดจากใจ--->ไหลผ่านมือ --->สู่ผู้รับบริการ
เมื่อเราสามารถจัดการดังกล่าว และมั่นใจว่าได้คุณภาพ จึงเรียกว่า "การประกันคุณภาพ" (Quality Assurance) นั่นเอง
คำตอบก็คือ ...ในการควบคุมให้ได้คุณภาพนั้น จะต้องมีการกำหนดคุณลักษณะ (Specification) ของสิ่งส่งมอบหรือบริการ เรียกว่า "ข้อกำหนดบริการ" (Service Specification) ไว้ก่อน และจะต้องประกาศข้อกำหนดนั้นให้ผู้รับบริการได้รับทราบด้วย แล้วจึงจะจัดการควบคุมคุณภาพ
ทั้งนี้...การควบคุมคุณภาพที่ชาญฉลาด จะต้องจัดการที่ปัจจัยคุณภาพ (คือปัจจัยที่ทำให้เกิดคุณภาพในงานบริการ) ซึ่งมี 7 ปัจจัย คือ
1. ลักษณะของสถานที่
2. เครื่องจักร อุปกรณ์
3. สิ่งของ วัสดุ ข้อมูลที่จำเป็น ที่ต้องเตรียมไว้
4. จำนวนและคุณลักษณะของผู้ปฏิบัติงาน
5. วิธีการที่ถูกต้องของการปฏิบัติงาน
6. อากัปกริยาที่น่าประทับใจของผู้ปฏิบัติงาน
7. ความรู้ ความเข้าใจของผู้รับบริการ และผู้เกี่ยวข้อง
หลายคนยังไม่รู้ว่าจะนำมาตรฐานบริการสาธารณสุขไปใช้อย่างไร และจะเริ่มต้นอย่างไรดี!!!
คำตอบอยู่ที่นี่ค่ะ...
มาตรฐานบริการสาธารณสุข เป็นมาตรฐานที่กำหนดสิ่งส่งมอบที่หน่วยงานบริการสุขภาพทุกระดับต้องส่งมอบแก่ประชาชนผู้รับบริการ ชุมชน และสังคม รวมทั้งกำหนดคุณภาพของสิ่งที่ส่งมอบที่เป็นรูปธรรมชัดเจน เพื่อให้ประชาชนสามารถพึ่งพาได้ทั้งในยามเจ็บป่วย และป้องกันการเจ็บป่วยได้ในระดับที่ยอมรับได้ เราสามารถนำมาตรฐานบริการสาธารณสุขไปใช้ได้ใน 3
1. ใช้เป็นกรอบเป้าหมายการพัฒนาคุณภาพ
2. ใช้กำหนดตัวชี้วัดสำคัญสำหรับสถานบริการสาธารณสุข
3. ใช้เพื่อการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
วิธีการ
1. การใช้มาตรฐานบริการสาธารณสุขเป็นกรอบเป้าหมายการพัฒนาคุณภาพ หมายถึง การนำมาตรฐานบริการสาธารณสุขมาใช้งานในหน่วยงานทุกระดับ ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงสาธารณสุข ด้วยวิธีการดังนี้
ผู้บริหารของหน่วยบริการสุขภาพทุกระดับ ต้องจัดให้มีกิจกรรมพัฒนาคุณภาพ โดยนำข้อกำหนดของสิ่งส่งมอบทั้งหมดที่ปรากฏในมาตรฐานบริการสาธารณสุข มาใช้เป็นกรอบเป้าหมายของการพัฒนา กล่าวคือ หน่วยงานจะต้อง
1) กำหนดเป้าหมายว่า ภายใต้การพัฒนาของหน่วยงาน จะต้องส่งมอบสิ่งส่งมอบที่มีคุณภาพ ตามที่มาตรฐานบริการสาธารณสุขกำหนดไว้ให้ได้อย่างครบถ้วน เป็นรูปธรรม
เมื่อผู้บริหารระดับสูง (เช่นนพ.สสจ.) กำหนด นโยบายประจำปี ซึ่งจะกำหนดตัวชี้วัดสำคัญประกอบนโยบายไว้ด้วยเสมอ เช่น ปีนี้ให้ลดอัตราทารกตายลงจากปีที่ผ่านมา ร้อยละ 20 ปีนี้ให้เพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จากปีที่ผ่านมา ร้อยละ 50 เป็นต้น ให้ผู้ขานรับนโยบายใช้วิธีการกระจายนโยบาย (Policy deployment) โดยการพิจารณาแจกแจง "สิ่งส่งมอบ" ที่หน่วยงานควรจะมุ่งเน้นจัดการเป็นพิเศษ สำหรับป้องกันปัญหาที่ได้เกิดขึ้นจริงในพื้นที่รับผิดชอบ ในรอบระยะเวลาที่ผ่านมา แล้วกำหนด "ตัวชี้วัดของสิ่งส่งมอบสำคัญ" ซึ่งมีผลกระทบอย่างสำคัญที่จะทำให้บรรลุนโยบายผู้บริหารได้ นำมากำหนดเป็นตัวชี้วัดประจำปีของหน่วยงานให้ครอบคลุม ครบถ้วน ก่อนการกำหนดแผนกิจกรรม
- ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับตัวชี้วัดของสิ่งส่งมอบสำคัญดังกล่าว ดำเนินการจัดทำแผนกิจกรรมของหน่วยงาน
- ดำเนินการตามแผน
- ตรวจประเมิน และบันทึกค่าตัวชี้วัดของสิ่งส่งมอบสำคัญ เป็นระยะๆ
- สรุป รายงานผล เพื่อการควบคุม ปรับปรุง แก้ไข และป้องกันปัญหา
อันนี้สำคัญค่ะ
ข้อกำหนดของการใช้มาตรฐานบริการสาธารณสุขที่หน่วยงานบริการสุขภาพต้องทำความเข้าใจและปฏิบัติ
- เข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาคุณภาพบริการในแบบเครือข่ายโรงพยาบาล (NHQA) ของกระทรวงสาธารณสุข และปฏิบัติตามข้อ ข) หรือ
- จัดระบบบริหารตามมาตรฐาน HA ให้ได้รับใบรับรอง เพื่อใช้เป็นฐานสำหรับการประกันคุณภาพ และปฏิบัติตามข้อ ข) หรือ
- จัดระบบบริหารตามมาตรฐาน ISO 9001 : 2000 ให้ได้ใบรับรอง เพื่อใช้เป็นฐานสำหรับการประกันคุณภาพ และปฏิบัติตามข้อ ข) หรือ
- จัดระบบบริหารตามแนวทางและหลักการของการบริหารแบบ TQM เพื่อใช้เป็นฐานสำหรับการประกันคุณภาพ และปฏิบัติตามข้อ ข)
...ท้งนี้ โดยยึดหลักว่า ไม่ว่าหน่วยงานบริการสุภาพแห่งนั้น จะได้รับหรือยังไม่ได้รับใบรับรองระบบใด หรือไม่ว่าจะประสงค์ได้รับใบรับรองระบบบริหารใดหรือไม่ สิ่งส่งมอบหรือบริการ ที่ส่งมอบให้ผู้รับบริการ จะต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานบริการสาธารณสุข
ข) กิจกรรม 4 ประการ ที่หน่วยงานผู้ให้บริการสุขภาพจะต้องปฏิบัติ มีดังนี้
1. ใช้ข้อกำหนดของมาตรฐาน กำหนดเป็น ข้อกำหนดบริการ (Service specification) แล้วประกาศหรือสื่อให้ผู้ที่รับบริการได้รับทราบก่อนเข้ารับบริการ ณ จุดสัมผัสบริการ ว่า บริการหรือสิ่งส่งมอบที่จะได้รับ มีอะไรบ้าง และคุณภาพเป็นอย่างไร
บริการใดที่สามารถสังเกตุคุณภาพของสิ่งส่งมอบก่อนการรับบริการได้ เช่น สถานที่สะอาด เป็นต้น อาจงดไม่ประกาศข้อกำหนดในส่วนนั้นได้
2. สุ่มตรวจคุณภาพของสิ่งส่งมอบที่ปรากฏอยู่จริง เพื่อดูว่าเป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐานหรือไม่ และทำบันทึกหรือสถิติเพื่อดูแนวโน้มหรือความเป็นไป
3. หากพบข้อบกพร่อง หรือเห็นแนวโน้มว่าอาจจะเกิดข้อบกพร่องขึ้นได้ ให้ดำเนินการแก้ไข หรือป้องกันสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้น หากไม่พบข้อบกพร่องให้ดำเนินการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องต่อไป
4. สุ่มตรวจสอบความพึงพอใจของผู้รับบริการ ที่มีต่อคุณภาพของสิ่งส่งมอบที่ได้รับไปแล้ว เพื่อดูการบรรลุตามมาตรฐานและเพื่อการปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องสุ่มตรวจสอบ วิธีการสุ่ม ความถี่ของการสุ่มตรวจ ผู้ที่ทำหน้าที่สุ่มตรวจ วิธีการประเมินผล การสรุปและการรายงานผล กระทรวงสาธารณสุขจะกำหนดและสั่งการเป็นครั้งคราวตามนโยบาย
ค) เกณฑ์การบรรลุมาตรฐานบริการสาธารณสุข
@(^!^)@ ขอเป็นกำลังใจให้คนทำงานคุณภาพทุกคนค่ะ @(^!^)@
สวัสดีครับคุณธีรวัลย์ แสงสุวรรณ
ขอเป็นกำลังใจให้คนทำงานคุณภาพทุกคนด้วยครับ
โชคดีครับผม
...ขอบคุณค่ะ คุณนายช่างใหญ่
แวะเข้ามาเยี่ยมอีกนะคะ
แวะมาทบทวนและให้กำลังใจพี่อี๊ดครับ.... ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ อิอิ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณค่ะ...น้องฮอส
ก็เคยจำได้ครับแต่บางทีก็ลืมขอบคุณที่เตือนครับจะนำไปปฎิบัติ
ต้องลองเอามาทำจริงครับ
แล้วจะรู้ว่าสิ่งที่ทำ ผู้รับบริการสัมผัสได้ถึงคุณภาพจริง ๆ
ขอบคุณนะคะ..สำหรับสาระดีดี่ พี่อี๊ดได้กลับบ้านแล้ว แต่จอยซิยังไม่ได้กลับเลย....แย่จัง