นี่เป็นเรื่องราวที่อยากเล่าสู่กันฟังใน “วันแม่”ครับ

 

เราพบกันครั้งแรกเมื่อเธอเดินผ่านบ้านพักผม ในยามเย็นอันเปลี่ยวเหงาในเมืองหงสา เธอชะงักเท้า เหลือบตามองผมแว้ปหนึ่ง แล้วก็เดินจากไป....

จากนั้นเราก็ประสบพบกันอีกหลายคราว แต่ก็ยังรักษาระยะห่างระหว่างกันอย่างถือตัว ผมรู้สึกแปลกใจที่เห็นเธอดูอุ้ยอ้ายขึ้น พร้อมทั้งนึกตำหนิเธอในใจว่า ใจแตกจนเป็นแม่ก่อนวัยอันควร แต่ก็รีบหยุดความคิดที่ใช้บรรทัดฐานของตนเองมากำหนด

 

เธอหายไปจากสายตา และความทรงจำของผมไปสองสามสัปดาห์ กลับมาคราวนี้ดูเธอเปลี่ยนแปลงไปมากมาย โดยเฉพาะแววตาที่ระแวดระวังของเธอ ดูเหมือนเธอไม่อยากพบเจอใคร ดูๆคล้ายกับมีการปกปิดร่องรอยของตัวเองด้วย ที่บ้านพักผมนั้น เวลากลางวันทุกคนออกไปทำงานกันหมด จะมีก็เพียงแม่บ้านที่มาอะนาไมบ้านครึ่งวันจันทร์พุธศุกร์เท่านั้น เธอคงสะดวกใจที่จะอาศัยร่วมบ้านด้วยประการนี้

 

จนมาวันหนึ่งผมต้องกลับไปกินยาที่บ้านในเวลาก่อนเพล ผมจึงได้พบเห็นความลับของเธอ ผมเห็นเจ้าตัวเล็กของเธอกำลังดูดนมเธออยู่ แม่ลูกหลับตาพริ้มอย่างแสนสุข จนผมรู้สึกผิดที่เข้าไปขัดขวางความสุขของแม่ลูก พอเห็นผมเธอรีบลุกขึ้น แล้วพาเอาเจ้าตัวเล็กหนีไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นผมก็ไม่ได้พบเห็นเธอและลูกน้อยอีกหลายวัน แต่แน่ใจว่าเธอคงซ่อนลูกไว้ในห้องใดห้องหนึ่งในบ้านเป็นแน่ ลูกของเธอก็ช่างว่าง่ายเสียเหลือเกิน แม่บอกให้หลบก็เป็นไม่ยอมออกมา ไม่ยอมส่งเสียง ผมแอบเห็นวีรกรรมความรักของแม่ในกลางดึกคืนหนึ่ง ที่เจ้าอันธพาลนักเลงโตมาขู่คำรามป้วนเปี้ยนรอบๆบ้าน โดยปกติแล้วหากเจ้าอันธพาลพบเห็นเจ้าตัวเล็กที่ไหน มักจะจัดการฆ่าทิ้งจนไม่เหลือรอดชีวิตแม้แต่รายเดียว แต่คราวนี้ผมเห็นเธอปกป้องลูกอย่างสุดกำลัง มีทั้งการหลอกล่อวิ่งหนีไปอีกทาง ให้ห่างจากที่ซ่อนของลูก จนผมเข้าไปช่วยไล่เจ้าอันธพาลอีกแรงหนึ่ง

 

เหตุการณ์ที่ช่วยขับไล่เจ้าอันธพาล ทำให้ผมซื้อความไว้วางใจจากเธอได้บ้าง แต่ก็ไม่ทั้งหมด เธอยังคงถือตัวไม่ยอมให้ผมเข้าใกล้เกินสามเมตร แต่เริ่มยอมให้เจ้าตัวเล็กโผล่หน้ามาให้เห็นในระยะห่างๆ ผมเริ่มคิดอยากที่จะช่วงชิงลูกๆของเธอมาดูแลเองแต่ก็ไม่เป็นผล ไม่ว่าจะเป็นขนมเค้ก ขนมปังกรอบที่ลงทุนฝากซื้อมาจากกรุงเทพฯ หรือนมเปรี้ยวที่ลงทุนซื้อราคาแสนแพง(บ้านเราขายสามสิบบาทมาที่นี่หกสิบบาท) แต่ดูเหมือนไม่ได้ผล เจ้าตัวเล็กคงถูกสอนมาดี แม้หลายครั้งที่อดใจกับสิ่งล่อไม่ได้ก็เพียงแต่ค่อยๆย่องมาคาบไปกิน หรือหากตัวแม่ครางเสียงต่ำๆเหมือนดุลูก เจ้าตัวเล็กก็เป็นอันนั่งนิ่งมองตาละห้อย

 

ผมกับเธอพยายามแย่งชิงเจ้าตัวเล็กกันมาได้เดือนกว่าๆแล้ว พักหลังนี้ผมใช้วิธีวางขนมไว้ที่นอกห้อง แล้วแอบมองจากหน้าต่าง ผมเห็นเธอมานั่งคุมเชิงมองลูกกินขนมกินนมอยู่ห่างๆ ดูเธอช่างหยิ่งในศักดิ์ศรีของ แมวเสรี เสียเหลือเกินที่ไม่ยอมกินของที่คนหยิบยื่นให้ และเธอก็คงจะต้องการให้ลูกของเธอดำเนินชีวิตแบบแมวเสรีเหมือนอย่างเธอ จนหลายครั้งที่ผมรู้สึกผิด ที่แอบแวะไปทักทายเอาขนมไปให้เจ้าตัวเล็กยามที่เธอต้องไปหาอาหารมาให้ลูก หากเธอกลับมาเห็นผมป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ลูกๆ ผมรู้สึกว่าถูกเธอตำหนิด้วยสายตา ระยะหลังนี้ดูเธอขยันไปหา อาหารธรรมชาติของเผ่าพันธุ์เธอมาป้อนเจ้าตัวเล็กที่กำลังโตวันโตคืน หากเธอมาพร้อมอาหารเธอจะมีภาษาเรียกเจ้าตัวเล็กอีกสำเนียงหนึ่ง ซึ่งพอได้ยินเสียงเจ้าตัวเล็กจะรีบออกมาจากที่ซ่อนแย่งชิงกันสองตัวพี่น้องออกมารับอาหารจากแม่ ในคืนที่ฝนตกบางคราวผมก็เห็นเธอพาเจ้าตัวเล็กออกล่า แถวรอบๆบ้าน เหมือนกับเธอพยายามดึงลูกกลับไปหาอาหารธรรมชาติและวิถีของแมวเสรี ก่อนที่เจ้าตัวเล็กจะหลวมตัวมาติด กับดักขนมนมเปรี้ยวที่ผมวางไว้   

 

ระหว่างเราไม่มีจุดแตกหักอันใด เพียงแต่เธอหอบลูกหนีไปจากผมอย่างเงียบๆ แต่ผมคิดว่าเหตุผลลึกๆคือเธออยากจะให้ลูกๆดำเนินชีวิตแบบแมวเสรีนั่นเอง ผมได้พบเธอกับเจ้าตัวเล็กอีกบ้างแถวที่ทำงานที่ห่างออกไปจากบ้านผมสี่ห้าหลังคาเรือน เจ้าตัวเล็กยังคงจำผมได้และมองขนมในมือผมด้วยความอยาก จนผมต้องพกขนมติดย่ามไว้ทุกครั้ง และใช้วิธีโยนเอาไว้แถวๆนั้นให้ไปคาบกินเอง ส่วนเธอยังคงส่งเสียงครางต่ำๆตำหนิเวลาที่ลูกจะเดินเข้ามาหาของกินที่ผมยื่นให้ หลายครั้งที่เห็นเธอส่งเสียงขู่ไล่เจ้าหมาตัวโตที่ผ่านมาใกล้ลูกๆอย่างสุดชีวิต

ผมคงจะต้องปล่อยให้เธอและลูกๆใช้ชีวิตแบบแมวเสรีตามที่เธอต้องการ เหลือไว้แต่เพียงรูปถ่ายมาให้ดูครับ

   

นี่เป็นเรื่องราวที่อยากเล่าสู่กันฟังใน วันแม่ครับ