เมืองหลวงกับความวุ่นวาย เป็นสิ่งที่ทุกคนที่อาศัยอยู่ พยายามสร้างความคุ้นชิน และในที่สุดก็เป็นเรื่องปกติของชีวิตที่ต้องรีบเร่งอยู่เสมอ เมืองแห่งความเร่งรีบ
เมืองหลวงจะมีสภาพ วุ่นวาย เร่งรีบ และโกลาหล หากวันนั้น เป็นวัน…
· วันสุดท้ายของเดือน
· วันฝนตก
· วันศุกร์ตอนเย็น
· วันที่ห้างดังลดสินค้ากระหน่ำ
· วันที่มีงานใหญ่ประจำปี หรือ event ใหม่ๆที่ถูกจัดช่วงเวลา
คนอยู่ก็ต้องทำใจ คนจะไปจะมาต้องคำนวญเวลาให้ดี
ในช่วง ๒๔ ชม. ผมพบบรรยากาศที่แตกต่างของเมืองหลวง
ช่วงกลางวันไปเดินห้างคอมชื่อดัง ย่านงามวงศ์วาน ผู้คนมากมายเบียดเสียด ซื้อสินค้าและเดินไปมา ด้วยว่ามีการลดราคาสินค้าช่วงปลายเดือนเช่นเคย รถเราไต่ระดับลานจอดรถ วนแล้วแล้ววนอีกในที่สุดโชคดีที่ยังมีที่จอด นึกในใจว่าคนไทยเรามีรถมากมายหาที่จอดกันแทบไม่มี เสียงขยายเสียงอื้ออึง ผู้คนเดินขวักไขว่ เดินกระทบไหล่แย่งชิงพื้นที่ในการปักหลักยื้อสินค้าในบางร้านที่เร้าใจด้วยรูปลักษณ์สินค้าและโฆษณาเชิญชวน ...
ผมมีความรู้สึกว่าเหมือนอากาสหายใจไม่ค่อยพอ และมึนกับเสียงดังที่หลากอารมณ์ในพื้นที่เดียวกัน
ช่วงเวลาไม่นานหลังจากเสร็จภารกิจที่ต้องการ...ทำให้เสียพลังงานมากมายไปกับบรรยากาศที่ผมเขียนมาทั้งหมด
เหนื่อยและรู้สึกต้องการพักผ่อน
นอนไม่กี่ชั่วโมง...ต้องตื่นตามเสียงปลุกนาฬิกา ตี ๓ กว่าแล้วเรา ลุกขึ้นอาบน้ำตอนเช้าจัดๆ เพื่อต้องไปสนามบินดอนเมืองให้ทันเช็คอินตอนตี ๕ เพราะอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา (๖ โมงเช้า) เครื่องก็จะบินตามเวลา - Please be at the departure gate 20 minits before departure time.
ยามเช้าตอนตี ๔ ถนนยังโล่งพอที่รถแท้กซี่จะแล่นเร็วๆได้โดยการทำเวลา เสียงเพลงเบาๆ พร้อมแอร์เย็นฉ่ำยามเช้า ทำให้ผมผ่อนคลายมากขึ้น ไม่เกิน ๓๐ นาที จากที่พักไปยังสนามบิน
ผู้คนที่สนามบินยังบางตา ส่วนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ ทุกอย่างรวดเร็วตั้งแต่ขั้นตอนตรวจสัมภาระ โหลดของ เช็คอิน พร้อมกับก้าวเดินเข้าไปใน Gate เป็นคนแรกๆ รู้สึกแปลกๆ เพราะใน Gate โล่ง เงียบ เป็นภาพที่ไม่เคยเห็น
สิ่งแวดล้อมมีผลต่ออารมณ์ของคนเรา เช้านี้ผมรู้สึกมีสมาธิ เงียบและรู้สึกว่าบรรยากาศแบบนี้ ช่วยให้ผมนั่งคิดหลายเรื่องหลายราวอย่างเป็นระบบ พรมนิ้วลงแป้มคอมพิวเตอร์ หน้า Gate หมายเลข ๘๑ อย่างสบายใจ สมองแล่นดีเหลือเกิน
และอีก ๒๐ นาที ผมกำลังจะเดินทางไป นครศรีธรรมราชครับผม
-------------------------------------------------------------------------------
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
๐๕.๓๕ น.
สนามบินดอนเมือง
-สวัสดีตอนเที่ยงวันครับ..
-แวะเข้ามาอ่านครับ...ชอบภาพบรรยากาศท่สนามบินครับ ดูสบาย ๆ ดี
-ตอนนี้คุณ"จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร" คงจะถึงนครีธรรมราชแล้วนะครับ....
อ้ายเอกเจ้า...โชคดีที่เราได้อยู่ปาย ธรรมชาติบ้านเราเน๊าะ
สวัสดีครับ
ความพลุกพล่านและความสงบ เป็นของคู่กัน
แต่บางครั้งมันช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
สวัสดีครับ
ฮิฮิ คุณเอกเริ่มเรียนรู้เก็บข้อมูลความเป็นคนเมืองหลวงแล้ว ขั้นต่อไปคงเป็นขั้นตอนของการเลือกว่าจะเป็นคนเมืองหลวง คนเมือง"น้อย" ฮิฮิ หรือคนเมืองกิ๊ก
บนท้องถนนที่เมืองกรุงแสนวุ่นวาย โดยเฉพาะวิ่งแย่งขึ้นรถเมล์ น้ำใจบนท้องถนน แทบจะไม่มีเลย (ประสบการณ์ที่พบเจอ)
สวัสดีค่ะ
แวะมาทักทายนะคะ
"เมืองหลวงกับความวุ่นวายเป็นสิ่งที่คู่กัน" เห็นด้วยค่ะกับประโยคนี้
เฮ้อ...........งั้นอยู่บ้านนอกดีกว่าสบายกว่ากันเยอะเลย..............
หวัดดีค่ะ...
ก็อย่างว่าแหล่ะค่ะ...
ก็เลยต้องหลบความวุ่นวายมาอยู่บ้านเราดีกว่า
บ้านเรา...แสนสุขใจ
ด้วยเหตุ "ความวุ่นวาย" ฉะนั้น ... ผมจึงเลือกมาอยู่ที่ "สงบกว่า" ณ ต่างจังหวัด ฉะนี้
ภาพที่นั่งรอสนามบินดอนเมือง ... ดูขลังชะมัด ครับคุณเอก ... ผมก็ยังไม่เคยเห็นภาพอันโล่งโจ่ง และ ว่างเปล่า ขนาดนี้
สวยครับ
ขอบคุณมากครับ :)
นครฯ อากาศเย็นไหมคะ
เอาความเย็นของเชียงใหม่มาฝาก ที่นี่ค่ะ
จำได้ว่าเข้าเมืองหลวงทีไร
กลับไปบ้านไข้ขึ้นทุกที
คงไม่ถูกกันค่ะ
พอเงียบ แล้ว เหงา
แวะมาเยี่ยมค่ะ
ภาพที่บันทึก น้อยนักจะได้เห็น
ภาพสะท้อนได้หลายอย่าง
เรื่องของการเตรียมตัวและเวลากับการแข่งขัน
คนไทยถึงยังต้องตามเขาอยู่
สวัสดีค่ะ
แวะมาทักทายค่ะ
สิ่งแวดล้อม.....อาจทำให้ใจเราเปลี่ยนตาม
แต่บางครั้ง..... สิ่งแวดล้อม สงบ .... ทำไมหนอใจวุ่นวาย
สิ่งแวดล้อม วุ่นวาย ....ทำอย่างไรให้ใจสงบ
แล้วแต่ใจของใครๆๆๆๆ
แต่....จะเลือกอยู่อย่างนี้ค่ะ สงบทั้งสิ่งแวดล้อม และใจ...
เป็นกำลังใจให้ฅนเมืองสามหมอกค่ะ
สวัสดีเจ้า อ้ายเอก
มาชมบรรยากาสเมืองกรุง
ตอนค่ำที่แออัด กับตอนเช้าที่โล่งว่าง
ขอให้สนุกกับการทำงานนะคะ
---^.^---