Hippo เป็นภาษากรีกแปลว่า ม้า แต่ประวัติการนำม้ามาใช้เป็นเครื่องมือการบำบัด (Therapy Tool) ริเริ่มตั้งแต่ 600 ปีก่อนค.ศ. ที่ยุโรป และมีการศึกษาผลของม้าบำบัดในผู้ป่วยทางระบบประสาทเมื่อปี 1875 เทคนิคการบำบัดรักษามีการพัฒนาเป็น Therapeutic Tool ชื่อ Equine Therapy โดย Liz Hartel ในปี 1952 มีการนำไปใช้ในประเทศอเมริกาจน Barbara Heine ได้เขียนหนังสือถึงการเชื่อมโยงหลักวิชาการสู่การใช้ม้าบำบัด ในปี 1997
ดังนั้น
Hippotherapy (HPOT) = Therapy or treatment utilizing the horse
The American Hippotherapy Association (AHA) ได้ให้คำจำกัดความของ HPOT คือ a physical therapy (PT), occupational therapy (OT), and Speech-language pathologist (SLP) treatment strategy incoporating the moment of the horse
ม้าบำบัด คือ เครื่องมือหรือรูปแบบการรักษาหนึ่งที่ต้องผ่านกระบวนการประเมิน วางแผนการรักษา และควบคุมการใช้โปรแกรมการรักษาจากนักวิชาชีพหนึ่งในสามสาขาวิชา คือ นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด และนักแก้ไขความผิดปกติทางการสื่อสาร
การใช้ม้าบำบัด อาจจัดเป็นกลุ่มผู้รับบริการที่มีความผิดปกติทางระบบประสาทการเคลื่อนไหว โดยมีนักวิชาชีพทางการแพทย์ข้างต้น และผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการควบคุมการเคลื่อนไหวของม้า โดยมีเป้าหมายสำคัญของการเพิ่มทักษะการทำหน้าที่ของระบบประสาทการเคลื่อนไหวอย่างมีระบบ ได้แก่ การเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อ เพิ่มความมั่นคงของการทรงท่า พัฒนาทักษะการเคลื่อนไหว พัฒนาการรับรู้ตำแหน่งข้อต่อของร่างกาย พัฒนาการรับรู้ระบบทรงท่าทางของร่างกาย และการฟื้นฟูสมรรถภาพของทักษะการทำกิจวัตรประจำวัน
การใช้ม้าบำบัด ไม่เน้นเป้าหมายของการเรียนรู้และควบคุมการขี่ม้า และไม่ถือเป็นสาขาวิชาชีพทางการแพทย์ใดๆ
ตัวอย่างการจัดโปรแกรมการใช้ม้าบำบัด
การฝึกด้วยกระบวนการต่างๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ชัดเจน ในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 30 นาทีต่อครั้ง (จากงานวิจัยมีการทดลองนานถึง 8 สัปดาห์ ความถี่ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ และผู้รับบริการต้องมีเวลาทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตตามปกติ) ซึ่งคาดว่าจะผู้รับบริการจะได้เรียนรู้ระบบประสาทการเคลื่อนไหวจากการเคลื่อนไหวของม้าถึง 3,000 ก้าว ทั้งนี้จังหวะ รูปแบบ การเคลื่อนไหว ของม้ามีความคล้ายคลึงกับมนุษย์ ทำให้เราเรียนรู้ระบบประสาทการเคลื่อนไหวได้อย่างดีตามธรรมชาติ คล้ายรูปแบบการใช้ Therapy Ball ในคลินิกทั่วไป
ผู้รับบริการต้องได้รับการประเมินและสามารถที่จะมีความเป็นไปได้ของการพัฒนาระบบประสาทการเคลื่อนไหวและระดับความรู้ความเข้าใจ (neuromuscular and cognitive improvement trends) ที่สำคัญหากผู้รับบริการที่มีอาการชักและความผิดปกติของระบบประสาทที่ต้องมีการควบคุมเรื่องการใช้ยา ต้องได้รับคำปรึกษาจากแพทย์โดยตรง
เป้าหมายของการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลำตัวจากการใช้ม้าบำบัด อาจแตกต่างกันใน 3 วิชาชีพทางการแพทย์ข้างต้น ได้แก่
นักกายภาพบำบัด ต้องการให้ผู้รับบริการได้เรียนรู้กล้ามเนื้อลำตัวที่แข็งแรงในการนั่งและเดินด้วยตนเอง หลังจากผ่านการฝึกม้าบำบัด
นักกิจกรรมบำบัด ต้องการให้ผู้รับบริการได้เรียนรู้กล้ามเนื้อลำตัวที่แข็งแรงในการทรงท่าที่ดีขณะใช้แขนและมือรับประทานอาหาร
นักแก้ไขความผิดปกติของการสื่อสาร ต้องการให้ผู้รับบริการได้เรียนรู้กล้ามเนื้อลำตัวที่แข็งแรงในการเพิ่มความดังของการใช้เสียง
อย่างไรก็ตาม ม้าที่นำมาใช้ควรมีการตรวจสอบพฤติกรรมของม้า การเคลื่อนไหว การทำงานของ Cortisol Hormone และระดับภูมิคุ้มกันจากการตรวจเลือด ไม่ให้มีระดับความเครียดในม้าที่สูงและทำให้ม้าเกิดอาการเจ็บป่วยภายหลังการจัดโปรแกรมม้าบำบัด
References
Bender, M. & McKenzie, S. (2008). Hippotherapy. Palaestra, 24 (1), p.43.
http://autism.wikia.com/wiki/Hippotherapy
http://www.hopkinshospital.org/health_info/Neurological%20Diseases/Reading/autism_education.html
http://www.americanequestrian.com/hippotherapy.htm
http://www.kindtree.org/infobrix.htm
http://etd.lib.ttu.edu/theses/available/etd-07072006-184453/
ผมเคยได้ยินว่ามี pet therapy อยากถามอาจารย์ว่าเป็นอย่างไรครับ
ขอบคุณครับคุณหมอโรจน์
Pet therapy หรือ animal-assisted therapy เป็นเครื่องมือและสื่อการรักษาอีกแนวทางหนึ่ง โดยใช้การจัดกิจกรรมที่มีสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์ที่ถูกฝึกให้มีปฏิสัมพันธ์กับคนได้ เป้าหมายมุ่งเน้นพัฒนาจิตใจและจิตสังคมเป็นหลัก เช่น ผู้สูงอายุ
ขณะที่ Hippotherapy มีการคิดค้นโปรแกรมจากม้าเน้นพัฒนาระบบประสาทการเคลื่อนไหวเป็นหลัก เช่น เด็กที่มีความบกพร่องทางระบบประสาทการเคลื่อนไหว
อาจารย์ผมมีม้าอยู่หลายตัวปัจจุบันให้นักท่องเที่ยวขี่ผมอยากให้เด็กออทิสติกขี่จะเริ่มอย่างไรแนะนำด้วยครับ โทร 0815673940
ขอบคุณครับคุณสุพจน์ ผมจะลองติดต่อสถาบันไพดี้ที่ดูแลเด็กพิเศษ ว่าสนใจอย่างไร แล้วจะให้ผู้จัดการติดต่อไปครับ
เพิ่งเคยได้ยิน "ม้าบำบัด" วันนี้เองค่ะ
ขอบคุณครับคุณสุดสายป่าน
สวัสดีค่ะ..ตอนนี้กำลังเริ่มโครงการเพื่อนม้าบำบัด แห่งใหม่ที่จังหวัดเชียงใหม่อยู่แถวโรงพยบาลแมคเคน
พึ่งเริ่มใหม่ขาดประสบการณ์เลยเข้ามาดูในเว็บ..เป็นโครงการที่ฟรีสำหรับผู้ป่วยที่ยากจนแต่สำหรับคนมีเงินเก็บยี่สิบบาท
เป็นงานของชาวเยอรมันนีที่มีม้าไว้ขี่แต่อยากทำประโยชน์สำหรับคนไทยค่ะ..หากมีข้อแนะนำตอบกลับด้วยนะคะ
ขอบคุณครับคุณไผ่ แนะนำให้ฝึกฝนกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อจะได้ไม่เกิดอันตรายและได้ประสิทธิผลแก่ผู้ที่ต้องการม้าบำบัดครับ